เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบหนึ่งปีการประสบอุบัติเหตุของวง The Ghost Inside ครับ รถบัสของพวกเขาเกิดอุบัติบนทางหลวงระหว่างออกทัวร์ซึ่งส่งผลให้คนขับรถเสียชีวิตสองคน และสมาชิกภายในวงก็บาดเจ็บสาหัสกันมาก Zack Johnson มือกีตาร์ของวงต้องเสียนิ้วเท้าไปหลายนิ้ว Andrew Tkazcyk มือกลองเสียขาซ้ายไป และ Jonathan Vigil นักร้องนำของวงก็บาดเจ็บหนักจนต้องเข้ารับการผ่าตัดอยู่บ่อยครั้ง

ครบรอบหนึ่งปี พวกเขาก็มีอะไรอยากจะพูดเช่นกันครับ เริ่มกันที่ข้อความจาก Vigil นักร้องนำก่อน

“มันเป็นเวลาหนึ่งปีแล้วหลังจากที่อุบัติเหตุครั้งดังกล่าวเปลี่ยนชีวิตพวกเราไปตลอดกาล มันเป็นหนึ่งปีเต็มที่พวกเราต้องเผชิญหน้ากับกระดูกหัก, การสูญเสียอวัยวะ, โต๊ะผ่าตัด, เตียงในโรงพยาบาล, จิตแพทย์ และการทำกายภาพบำบัด มันเป็นปีที่ยาวนานที่เราจำเป็นจะต้องคิดถึงตัวของพวกเราเองและผู้โชคดีที่ยังคงอยู่ ในขณะที่คนขับรถของเราและของฝ่ายตรงข้ามที่เราปะทะได้จากโลกนี้ไปแล้ว นั่นหมายความว่าตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็มนับจากที่พวกเราเล่นโชว์ครั้งสุดท้ายด้วยกัน และสำหรับผม นั่นเป็นส่วนที่ยากที่สุดในการรับมือกับเรื่องทั้งหมด ผมทำสิ่งนี้มาเป็นเวลานาน เพื่อที่จะหยุดในทางที่พวกเราไม่สมควรจะไปอยู่ ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองสูญสิ้นหนทางไปต่อ จิตใจของผมน่ะต้องการจะก้าวไปต่อมาก ๆ แต่ขีดจำกัดทางร่างกายมันก็เป็นอะไรที่จริงจนน่าเหลือเชื่อ

“ผลกระทบจากเรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับพวกเราเท่านั้น แต่กับผู้คนรอบตัวเรามันมากเกินกว่าที่ผมจะเข้าใจได้ คนรัก, เพื่อนสนิท, วงดนตรีวงอื่น, ผู้คนทั่วทั้งวงการเพลงและแฟนเพลงของทุกวงแสดงการสนับสนุนในทุกวิถีทางที่พวกเขาทำได้ ตั้งแต่ตอนนี้พวกเรายังไม่ตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวเหล่านี้ จนมาถึงตอนนี้

“ผมมีช่วงขาขึ้นมากมาย และก็มีช่วงขาลงมากมายในปีที่ผ่านมาเช่นกัน ผมสู้กับอนาคตที่จะมาถึงเป็นอย่างมาก ตอนที่วง The Ghost Inside เริ่มต้นขึ้นมา พวกเราทุกคนยังอาศัยอยู่ในแอลเอ ตอนนี้พวกเราอายุมากขึ้นแล้วและอยู่ห่างกันแบบคนละสุดขอบประเทศเลย ซึ่งถึงจะเป็นแบบนั้นพวกเราก็ยังคงสามารถแชทกันได้ แต่เราไม่สามารถเจอกันแบบตัวเป็น ๆ ได้ในตอนที่พวกเราต้องการจะเจอ หลังจากที่เจออะไรแบบนี้กันมา ผมอยากจะอยู่ใกล้กับพวกเขาให้มากขึ้นกว่าเดิมแต่ผมไม่สามารถทำได้ และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

“พวกเราทั้งสิบคน (The Ten) มารวมตัวกันในเดือนกันยายนที่ผ่านมาและเฉลิมฉลองให้กับการยังคงมีชีวิตอยู่ มันเป็นครั้งแรกที่พวกเราบางคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากตั้งแต่คืนก่อนหน้าอุบัติเหตุครั้งนั้น ผมพยายามจะอธิบายความรู้สึกของการกลับมาได้อยู่ร่วมกันอีกครั้งผ่านตัวหนังสือ แต่ไม่มีคำไหนสามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้เลย ไม่มีอะไรที่ผมสามารถพูดเพื่ออธิบายความหมายของสิ่งที่ผมรู้สึกได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง เหมือนกับคำกล่าวที่บอกว่า ‘คนเราจะเห็นค่าของสิ่งสิ่งนั้นก็ตอนที่มันจากเราไปแล้ว’ สำหรับในสถานการณ์นี้ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าพวกเรามีอะไรอยู่จนกระทั่งได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

“หลังจากครั้งนั้นที่พวกเราได้อยู่ด้วยกัน อนาคตของผมก็ไม่มีอะไรต้องคลางแคลงใจอีกต่อไป มันถูกเติมเต็มด้วยการมองโลกในแง่ดี แทนที่จะมัวแต่มานั่งคิดว่า ‘ผมทำไม่ได้’ ตอนนี้ผมเชื่อในคำว่า ‘ผมคิดว่าพวกเราทำได้’ การกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากหลายเดือนผ่านไปนำพาผมมาสู่ความเชื่อดังกล่าว ผมขอบคุณช่วงเวลานั้นที่เราได้อยู่ด้วยกัน ผมยินดีที่เราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน ผมยินดีสำหรับพวกเขาทุกคน ผมยินดีที่ได้มีความเชื่ออีกครั้ง และสุดท้าย ผมยินดีที่ตัวเองยังคงมีอนาคต

“ยังคงมีชีวิตอยู่และสบายดี”

– Vigil

ต่อมาเป็นข้อความจาก Tkazcyk มือกลองผู้สูญเสียขาไปหนึ่งข้าง

“วันนี้เมื่อปีที่แล้วเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผม แต่มันก็เป็นวันแรกของชีวิตใหม่ของผมด้วย ตอนนี้ผมมองเรื่องราวทั้งหมดต่างไปจากเดิม หลังจากที่พวกเราได้รับชีวิตใหม่ ผมมองสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น มันสำคัญนะครับกับการไม่ไปใส่ใจกับเรื่องอะไรเล็กน้อยในชีวิต คุณจำเป็นจะต้องสนุกกับสิ่งที่มีอยู่มากกว่า บอกกับครอบครัวและเพื่อนของคุณว่าคุณรักเขามากแค่ไหน นั่นคือสิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริง ผมไม่สามารถจะอธิบายถึงความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว ทุกวันนี้ผมไม่มองย้อนกลับไปคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘ทำไมต้องเป็นผม?’ อีกต่อไปแล้ว กลับกันผมยิ้มและหัวเราะไปกับมัน และก็รู้สึกยินดีมากที่ผมและเพื่อนยังคงได้อยู่กันต่อไป ผมยังคงระลึกถึงคนขับรถผู้โชคร้ายที่ไม่สามารถผ่านเหตุการณ์ในวันนั้นมาได้ ผมคิดภาพไม่ออกเลยว่าตัวเองจะผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาได้ยังไงโดยที่ไม่มีครอบครัว, เพื่อน และพวกคุณทุกคนอยู่ข้าง ๆ ผมซาบซึ้งถึงสิ่งนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ การสนับสนุนมากมายที่ได้รับมาเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต โดยเฉพาะการสนับสนุนจากผู้คนในภาพนี้ พวกเขาทุก ๆ คนคือฮีโร่ของผม เป็นสายในที่ไม่มีวันสะบั้นขาดออกจากกั้น ท่ายสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ พวกเราคือ The Ten”

และปิดท้ายด้วยข้อความจาก Johnson มือกีตาร์

“มันผ่านมาหนึ่งปีแล้ว และชีวิตของพวกเราก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ผมขอส่งใจไปให้กับครอบครัวของเหล่าผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ครั้งนั้น และผมมีความสุขมากที่กลุ่มของพวกเราสามารถผ่านมันมาได้ มันมีช่วงเวลาทั้งขึ้นและลงมากมาย แต่การสนับสนุนที่พวกเราได้รับมาทำให้การต่อสู้กับทุก ๆ อย่างมันง่ายขึ้นมาก รักพวกคุณทุกคนนะครับ ผมรอแทบไม่ไหวแล้วที่จะกลับไปขึ้นเวทีอีกครั้งและแบ่งปันเรื่องราวกับพวกคุณทุกคน ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ❤️”

[Source]

SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page