เป็นเวลากว่า 16 ปีแล้วกับ 5 อัลบั้มที่สมาชิกวง Slipknot ได้ทำร่วมกันมา มีหลายสิ่งหลายอย่างวงเปลี่ยนแปลงไป และหนึ่งในนั้นก็คือหน้ากากของสมาชิกแต่ละคนในวงที่ถูกปรับแต่งใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วย คนต้นคิดไอเดียหน้ากากนี้ขึ้นมาคือ Clown ตัวตลกมือเพอร์คัสชั่นของวง เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนที่วง Slipknot กำลังจะขึ้นแสดงเป็นครั้งแรกในวันฮัลโลวีนปี 1995

“พวกเราวุ่นกันอยู่ในห้องแต่งตัวแล้วก็ถามกันว่า ‘พวกนายจะใส่อะไรกันวะ'” Clown เริ่มย้อนความหลัง “ผมหยิบหน้ากากตัวตลกที่มีมาใส่แล้วก็พูดว่า ‘กูใส่อันนี้'” ซึ่งผลมันก็ออกมาไม่เป็นที่น่าประทับใจเพื่อนในวงซักเท่าไหร่

“พวกเขาบางคนนี่ถึงกับตอบว่า ‘ไม่มีทาง ไอ้ห่า มึงจะเป็นคนเดียวที่ใส่หน้ากากโง่ ๆ พรรค์นั้นไม่ได้นะ ผมก็เลยตอบไปว่า ‘กูไม่แคร์หรอกว่าพวกมึงจะคิดยังไง นี่คือสิ่งที่กูเป็นและสิ่งที่กูจะทำโว้ย” หลังจากนั้นก็กลายมาเป็นวง Slipknot แบบที่เราเห็นกันทุกวันนี้

มันคือสัญลักษณ์,ความสยองขวัญและบางครั้งก็ดูเป็นตัวตลก และหน้ากากของเหล่าสมาชิกในวง Slipknot นั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนาน Paul Harries ช่างภาพประจำวงที่ถ่ายภาพของวงมานับไม่ถ้วนบอกเล่าว่า จำได้ว่าครั้งนึงผมโดนแฟนเพลงรั้งไว้และถามว่าเคยเห็นหน้าตาพวกเค้าตอนไม่สวมหน้ากากไหม “หน้าตาจริงๆของพวกเขาอยู่ใต้หน้ากากนั่นใช่ไหม?” เขาถูกถามแบบนั้นอยู่ครั้งนึง และตำนานก็ได้เกิดขึ้น

มาดูหน้ากากของแต่ละคนในแต่ละอัลบั้มกันครับ ว่ามันจะหลอนขนาดไหนกันนะ

อัลบั้ม Slipknot (1999)

original

Corey Taylor

หน้าตาของหน้ากากเวอร์ชั่นแรกของคอรีย์ เทย์เลอร์นั้นประกอบไปด้วยใบหน้าสุดหลอนและผมเดรดล็อคส์ เทย์เลอร์บอกว่าหน้ากากชิ้นแรกของเขานั้นเปิดสิ่งที่เบิกทางให้ดนตรีของ Slipknot มีความสดและชัดเจน “ดนตรีในตอนนั้นมันเป็นแค่แบบแผนของไอ้พวกหนุ่มฮอตที่พยายามจะขายของห่วย ๆ ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย เราใส่หน้ากากก็เพื่อที่จะไม่ต้องให้ใครมาสนใบหน้าของเรา ดนตรีต้องมาก่อนเสมอ”

original (1)

Mick Thomson

มิค ทอมสันกับหน้ากากอันแรกของเขา เดิมทีนั้นมันเป็นหน้ากากฮอกกี้ เขานำมันมาเปลี่ยนมาเป็นหนังสีดำตอกหมุด “ค่าย Roadrunner ไม่ชอบหน้ากากอันนี้” เขาพูดติดตลก “พวกเขาไม่อยากให้ในวงมี 9 คน แต่ผมไม่อยากจะพูดหรอกนะ ว่าเงินหลายล้านดอลลาร์ที่เขาได้มานั้นมันมาจากเรา ผมภูมิใจมากที่รู้ว่าพวกเขาคิดผิด”

original (2)

Jim Root

หน้ากากของจิมนั้นได้รับสืบทอดมาจาก Josh Brainard มือกีต้าร์คนก่อน เป็นหน้ากากทาสสีดำ ต่อมาเขารู้สึกว่ามันอึดอัดเกินไปจึงเปลี่ยนเป็นหน้ากาก Jester (ตัวตลก) เพราะเขาคิดว่ามันสะท้อนถึงตัวตนเขาได้ดีกว่า

original (3)

Craig Jones

มือ Samples หมายเลข 5 ที่มีบุคลิคลึกลับที่สุดในวง เดิมทีนั้นหน้ากาของพี่แกคือการเอากางเกงมาสวม ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นหมวกกันน็อกที่มีหนามแหลม ๆ ติดอยู่รอบหัวพร้อมแฟลชอีกหนึ่งตัว

original (4)

Sid Wilson

มือเทิร์นเทเบิล/ดีเจประจำวง เป็นคนที่เปลี่ยนหน้ากากอย่างเห็นได้ชัดจากอัลบั้มต่ออัลบั้ม หน้ากากอันแรกของพี่แกเป็นหน้ากากกันแก๊สพิษเรียบ ๆ

original (5)

Shawn Crahan

สมาชิกหมายเลข 6 ตัวตลกผู้ริเริ่มไอเดียการใส่หน้ากาก “ผมอยู่ในห้างกับแฟนและเดินเข้าไปในร้านฮัลโลวีน มีหน้ากากตัวตลกวางอยู่อันนึงผมเลยลองใส่ แล้วมันก็ทำให้ผมรู้สึกกลายเป็นอีกคนไปเลย ตอนนั้นราคามันอยู่ที่ 49 เหรียญ และผมมีเงินอยู่ในกระเป๋าอยู่แค่ 50 เหรียญ ผมควรพาเธอไปกินมื้อเที่ยงแต่ผมกลับใช้เงินที่มีหมดไปกับการซื้อหน้ากาอันนี้ แน่นอนว่าเธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตอนนี้เธอจากผมไป แต่หน้ากากอันนั้นยังอยู่ใต้บันได”

original (6)

Chris Fehn

หน้ากากผ้าที่สามารถรูดซิปปากปิดได้ มาพร้อมกับจมูกอันยาวโด่งคล้ายตัวละครพินอคคิโอซึ่งเขามักจะ ‘ช่วยตัวเอง’ กับเจ้าจมูกชิ้นนี้อยู่บ่อยครั้งระหว่างอยู่บนเวที

original (7)

Paul Gray

มือเบสผู้ที่เป็นนักแต่งเพลงของวง ทีแรกเขาใช้เทปพันรอบหัวแทนการสวมหน้ากาก หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาใส่หน้ากากหมูฮัลโลวีนแทนในการเปิดตัวครั้งแรกของวง ทางวงบอกว่ามันสะท้อนตัวตนของเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาเคยโดนโจมตีจากวงคู่แข่งอย่าง Mushroomhead ว่าพอลนั้นขโมยไอเดียอันนี้ไปใช้

original (8)

Joey Jordison

ตอนที่เขายังเด็ก มีอยู่คืนนึงที่แม่ของเขากลับมาจากงานฮัลโลวีนโดยใส่หน้ากากอันไร้ความรู้สึกอันนี้รออยู่ มันทำให้เขาขนลุกขนพองสยองเกล้ากับหน้ากากคาบูกิที่จ้องมองเขาอยู่เป็นอย่างมาก ภาพของมันยังฝังอยู่ในหัวของเขา และขาก็เอาหน้ากากอันนั้มาใช้กับวง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

วันนาบีชาวร็อกย่านคลอง 666 / สถาปนิก/ พ่อค้าขายเสื้อ ที่ https://www.facebook.com/RichmanShop/