สำหรับชาว HEADBANGKOK ทุก ๆ คน พวกเราก็มักจะมีวงโปรดในดวงใจที่เราโตมากับวงนั้น เคยแกะกีตาร์ เคยเคาะกลองตาม เอาเพลงมาร้องหน้าห้องเรียน หรือที่เบสิคที่สุดก็คือเอาเพลงมาคัฟเวอร์กับวงดนตรีของตัวเอง ซึ่งถ้าให้พูดถึงวงหนึ่งในดวงใจนั้น แต่ละคนก็จะมีวงในใจจำนวนไม่มาก และหนึ่งในนั้น (ไม่เกินท็อปไฟฟ์) ของเราคือ New Found Glory วงดนตรีที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในวงป็อบพังก์ตัวพ่อของยุค ’90s และอยู่ยงคงกระพันจนเด็กสเก็ตยุคนั้นเติบโต บ้างก็ไปเป็นนักดนตรี บ้างก็เข้าสู่ชีวิตวัยทำงานปกติ แต่ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็ยังไม่ลืมเลือนวงนี้แม้จะโตขึ้นตามวัย เพราะทั้งสองครั้งที่วงมาเยือนไทยในปี พ.ศ. 2554 และปี 2558 คนก็แน่นฮอลล์ แห่มาร่วมกันรำลึกความหลังกันด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ วันนี้เราได้รับโอกาสให้สัมภาษณ์ Cyrus Bolooki มือกลองบ้าพลังหน้าตาใจดีผ่านทางอีเมล์ ซึ่งได้คำตอบแบบคุณลุงใจดีเช่นเดียวกัน จะน่าสนุกแค่ไหนเลื่อนลงไปอ่านได้เลยค่ะ


ทักทายแฟน ๆ ชาวไทยหน่อยค่ะ

สวัสดีทุกคน! ผม Cyrus มือกลองวง New Found Glory ผมขอขอบคุณทุกคนสำหรับแรงสนับสนุนที่มีให้ NFG ตลอดมา! เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก ๆ ที่เรามีแฟน ๆ อยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะสถานที่ที่ห่างไกลจากบ้านของพวกเรามาก ๆ อย่างประเทศไทย!

เราจะได้ยินอะไรบ้างในอัลบั้มใหม่ Makes Me Sick?

พวกเราตื่นเต้นมากที่จะให้ทุก ๆ คนได้ฟังอัลบั้ม Makes Me Sick ผมคิดว่าอัลบั้มนี้เจ๋งมาก ๆ มันมีทุกอย่างที่คุณอยากให้มีในอัลบั้มของ NFG ทั้งริฟฟ์กีตาร์คูล ๆ กลองโจ๊ะ เมโลดี้ติดหู รวมถึงส่วนประกอบเจ๋ง ๆ และเสียงที่ซ้อนอยู่ในเพลง อย่างเช่นเสียงคีย์บอร์ดและกีตาร์เสริมอื่น ๆ

อัลบั้มนี้มีซาวด์เหมือนกับอัลบั้มเก่าอัลบั้มไหน หรือว่าเป็นอัลบั้มที่ฉีกแนวไปเลย?

ผมคิดว่าอัลบั้มนี้ยังคงเหมือนอัลบั้มอื่น ๆ ของ NFG แต่เราใช้อิสรภาพมากขึ้นนิดหน่อยสำหรับการก้าวข้ามขีดจำกัดของเราในตอนที่อัดเพลง ในอัลบั้มล่าสุดของเรา เรามีความตั้งใจที่จะอัดเพลงให้น้อยชิ้นมากที่สุดเพื่อแสดงศักยภาพของสมาชิกทั้งสี่ ซึ่งจะมีแค่น้อยครั้งที่มีกีตาร์เล่นมากกว่าสองตัว แต่สำหรับอัลบั้มนี้ เราโยนตรรกะนั้นทิ้งไปและทำตามความคิดใหม่ด้วยการเพิ่มส่วนต่าง ๆ เข้าไปในเพลง ทั้งกีตาร์เสริม เสียงร้องประสาน เพอร์คัสชั่น หรือแม้กระทั่งคีย์บอร์ด เราใส่อะไรก็ตามที่เราคิดว่าเพลงนำเราไปเพื่อให้ซาวด์ทั้งหมดครบถ้วน

มิวสิควิดีโอเพลงหน้าจะบ้า ๆ บอ ๆ เหมือนกับ “Happy Being Miserable” มั้ย

มันยากที่จะทำให้บ้าเท่ากับมิวสิควิดีโอนั้น ใช่มั้ย?!? เรากำลังเตรียมตัวที่จะถ่ายมิวสิควิดีโอตัวถัดไปอยู่พอดี ซึ่งคอนเซ็ปท์ก็จะแตกต่างจาก “Happy Being Miserable” โดยสิ้นเชิง มิวสิควิดีโอจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเนื้อเพลงมากขึ้น ผมยังบอกรายละเอียดไม่ได้ แต่ทุกคนจะได้เห็นมิวสิควิดีโอและเข้าใจสิ่งที่ผมบอกเร็ว ๆ นี้แน่นอน!

อะไรเป็นเคล็ดลับทำให้วงสามารถอยู่ร่วมกันมากว่า 20 ปี?

ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกเราได้ทำสิ่งนี้ที่พวกเราร่วมทำมาด้วยกันมาตั้งแต่แรก และพวกเราก็ได้เตือนกันเสมอให้ระลึกถึงที่ ๆ เราโตขึ้นมา ว่าเรามาไกลขนาดไหนจากวันที่เราซ้อมกันในโรงรถของพ่อแม่ หรือแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าเพื่อนจำนวนนับนิ้วได้ในเซาท์ฟลอริดา พวกเราพยายามที่จะไม่ให้ทัศนคติของใครมาเบียดบังเป้าหมายหลักของพวกเรา ซึ่งนั่นคือการที่เราได้สร้างสิ่งที่แสนพิเศษด้วยกันและมันจะอยู่ไปยาวนานตราบเท่าที่ใจเราอยากให้มันอยู่

ถ้าให้สรุปช่วงเวลา 20 ปีของ NFG เป็นคำ 1 คำ?

ตำนาน (Legendary)

เรารู้มาว่าพวกคุณจะฉลองอายุวงครบ 20 ปีด้วยการออกทัวร์ จะมีแวะมาแถบนี้บ้างมั้ย

พวกเรากำลังวางแผนทัวร์ของปีนี้ และพวกเราจะพยายามไปทัวร์ฉลอง 20 ปี ให้ได้มากที่สุด ดังนั้นรอติดตามพวกเรา หวังว่าเราจะได้กลับไปประเทศไทยเร็วนี้ ๆ !

พวกคุณมีประสบการณ์ที่จำไม่ลืมเกิดขึ้นใน S.E.A. Tour มั้ย

เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก ครั้งที่แล้วผมพลาดไม่ได้มาประเทศไทยพร้อมกับ NFG เพราะผมต้องอยู่บ้านกับภรรยาเพื่อรอคอยลูกชายเกิด ดังนั้น สำหรับผมความทรงจำเกี่ยวกับประเทศไทยจึงต้องย้อนไปถึงครั้งแรกที่เรามาที่นี่ในปี 2011 ผมคิดว่าตั้งแต่แรกเราก็ตื่นเต้นมาก ๆ ที่มีคนกว่าพันคนที่งาน และทุกคนร้องตามได้ทุกคำ นี่เป็นสิ่งที่คุณจะไม่คาดฝันเมื่อคุณแสดงสดในประเทศนั้น ๆ เป็นครั้งแรก โดยปกติมันจะต้องผ่านไปหลายครั้งถึงจะได้แฟนเบสที่เหนียวแน่น แต่ในประเทศไทยแฟน ๆ NFG ร่วมกันระเบิดพลังเพื่อสนับสนุนพวกเรา ผมเสียใจที่ไม่ได้มาทัวร์ครั้งล่าสุด แต่ผมก็ได้ยินเรื่องราวและได้เห็นวิดีโอต่าง ๆ ที่ทำให้รู้ว่าโชว์สนุกมาก ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้กลับมายังประเทศอันงดงามของพวกคุณในเร็ววัน!

คุณมีแผนสำหรับ From the Screen to Your Stereo III หรือยัง

ตอนนี้พวกเรายังไม่มีแผนการอะไร โดยเฉพาะในตอนนี้ที่กำลังจะวางแผง Makes Me Sick พวกเราคุยกันบ่อยครั้งเรื่องการทำอัลบั้ม From the Screen to Your Stereo อัลบั้มที่สาม ซึ่งผมคิดว่าปัญหาหลักคือเราต้องคิดว่าจะเอาเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องอะไรมาคัฟเวอร์! ซึ่งดูเหมือนว่าในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาเพลงประกอบภาพยนตร์ไม่ได้รับความนิยมดั่งเช่นที่เคยเป็นในยุค ‘80s ‘90s ทำให้สำหรับพวกเรามันก็ค่อนข้างยากที่จะเลือกเพลงดี ๆ มาลงในอัลบั้มคัฟเวอร์อีกอัลบั้ม

การปรับตัวให้ทันกับธุรกิจดนตรีในยุคปัจจุบันยากมั้ยสำหรับวงที่ตั้งมาตั้งแต่ยุค 90s

หนึ่งในสิ่งที่เราพยายามอย่างมากในตอนที่เราเริ่มก่อตั้งคือพยายามจะออกไปทัวร์ เล่นคอนเสิร์ตและโปรโมทวงเราด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นในตอนนี้ที่หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไป อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งสำคัญในธุรกิจดนตรี พวกเราก็ยังต้องพึ่งพาการทัวร์มากกว่าสื่ออื่นเพื่อช่วยนำพาเพลง NFG ไปสู่ผู้คนให้มากที่สุด ซึ่งนั่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง ผู้คนอาจไม่ซื้อซีดีอีกต่อแล้ว แต่พวกเขาก็ยังจะได้ฟังเพลงของคุณในบางโอกาส ซึ่งสิ่งหนึ่งที่คุณไม่สามารถดาวน์โหลดหรือขโมยคือประสบการณ์การชมคอนเสิร์ต คุณต้องไปอยู่ที่นั่นจริง ๆ เพื่อให้รู้ว่าการไปอยู่ในโชว์ของ NFG เป็นอย่างไร และนั่นทำให้มันจะเป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ของอาชีพเราเสมอ

ช่วยแนะนำวงหน้าใหม่ที่น่าสนใจให้พวกเราหน่อย

Hopeless Records ค่ายเพลงปัจจุบันของพวกเรา เป็นค่ายที่เจ๋งมาก ๆ เพราะพวกเขามีศิลปินทั้งวงใหม่และวงรุ่นเก๋าอย่างเรา ทั้ง Bayside, The Used ผมคิดว่าที่นี่เป็นที่ ๆ จะได้ทำความรู้จักวงใหม่ ๆ อย่าง Trophy Eyes (ซึ่งเราจะพาไปทัวร์ฉลอง 20 ปีของเราในสหรัฐอเมริกาด้วย) Milk Teeth, Moose Blood และอื่น ๆ วงเหล่านี้มีสำเนียงที่แตกต่างกันซึ่งพวกเขาไม่ใช่แค่เพลงแนวเดิม ๆ มายำใหม่ ผมนับถือในความสามารถของ Hopeless Records ที่มีรสนิยมที่ดี และมีความพยายามในการตามหาวงแนวต่าง ๆ ไม่ใช่การเซ็นวงแบบเดิม 20 วงแค่เพราะว่ามันเป็นแนวดนตรีที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนั้น

มาถึงข้อสุดท้ายกันแล้ว คุณมีคำแนะนำสำหรับวงดนตรีอิสระในเมืองไทยที่พยายามจะเอาตัวรอดในอุตสาหกรรมดนตรีในยุคปัจจุบันบ้างมั้ย

มันยากที่จะให้คำแนะนำ เพราะผมรู้ว่าในแต่ละประเทศ/สถานที่ มีปัจจัยที่แตกต่างกันไม่ว่าจะในเรื่องวิธีการจองสถานที่แสดง การมีร้านจำหน่ายแผ่นเพลง หรือว่าจะเป็นกลุ่มก้อนทางดนตรีที่จะช่วยคุณประชาสัมพันธ์ตัวเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้ผมคิดคุณควรใช้อินเตอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ แม้ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในสถานที่ห่างไกลจากเมืองหลวง แต่คุณก็สามารถเข้าถึงคนที่อยู่ที่นิวยอร์กได้ภายในไม่กี่วินาทีและมีผู้ฟังจากลอนดอนเพิ่มขึ้นชั่วข้ามคืน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องเขียนเพลงที่ดีที่คุณเชื่อในมันและออกกไปเล่นเพลงเหล่านั้นให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้ พยายามเป็นเพื่อนกับโปรโมเตอร์ท้องถิ่น เพราะคุณอาจได้โอกาสเล่นเปิดวงต่างประเทศเมื่อพวกเขามาเยือน ซึ่งใครจะไปรู้ล่ะ ว่าวงพวกนั้นอาจจะเชิญให้คุณไปเล่นอีกในละแวกประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนั่นก็จะทำให้คุณสามารถกระโดดไปสู่ทัวร์ที่ใหญ่ขึ้น มีแฟนจำนวนมากขึ้น มันเป็นงานที่หนัก และต้องใช้ปัจจัยเรื่องโชคลางด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องมีความสุขกับสิ่งที่ทำ เชื่อในดนตรี และเมื่อคุณให้เวลากับมันมากพอคุณอาจจะไปถึงฝันที่คุณตั้งไว้ในวงการนี้ โชคดีครับ!

ขอบคุณที่สละเวลามาก ๆ ค่ะ แล้วเจอกัน!

ขอบคุณเช่นกัน ขอบคุณแฟน ๆ NFG ในประเทศไทยด้วย! หวังว่าคุณจะชอบ Makes Me Sick และหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกเร็ว ๆ นี้!


จบไปแล้วกับบทสัมภาษณ์จากมือกลองแห่งคณะ New Found Glory อัลบั้มใหม่ของพวกเขากำลังจะวางแผงในวันที่ 28 เมษายน รวมถึงซิงเกิลใหม่ที่จะออกเร็ว ๆ นี้ (ซึ่งมิวสิควิดีโอไม่บ้าเท่า “Happy Being Miserable” นะ) อย่าลืมรอติดตามกัน และซื้อสินค้าถูกลิขสิทธิ์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับวง รวมถึงเพิ่มโอกาสให้วงแวะมาเยี่ยมเยียนไทยในอนาคตข้างหน้านะคะ HEADBANGKOK ยังมีสัมภาษณ์ศิลปินที่น่าสนใจอีกมากหมายหลายท่าน ยังไงรอติดตามกันได้เลยค่ะ สำหรับวันนี้ลาไปเท่านี้ค่ะ

malaivee

malaivee

เรียนดนตรีอยู่ศาลายา โตขึ้นอยากเป็นนักข่าวสายดนตรี เลยพยายามทำตามความฝันอยู่ เดินเข้ามาทักทายกันได้นะ <3
malaivee
แชร์ : Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedIn