สำหรับคอนเสิร์ต Suicide Silence Live in Bangkok ครั้งที่สามที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้ มีวงดนตรีเมทัลชั้นเยี่ยมที่น่าจับตามองมาเล่นเป็นวงเปิดให้หลายวงทีเดียวครับ นอกจาก Tragedy of Murder และ Sin of Suffering จากประเทศไทยบ้านเราแล้ว ก็ยังมีวง As Paradise Falls วงเดธคอร์หน้าใหม่ไฟแรงจากแดนจิ้งโจ้ ประเทศออสเตรเลียบินมาร่วมแสดงกับเราด้วย

ที่น่าสนใจก็คือความจริงแล้วพวกเขาเคย ‘เกือบ’ จะได้ขึ้นแสดงที่กรุงเทพฯ มาแล้วหนึ่งครั้งเมื่อตอนที่วง I Killed the Prom Queen วงเมทัลคอร์ชื่อดังแดนจิงโจ้มาเยือนกรุงเทพฯ ณ Rockademy Thailand เพราะในตอนนั้นพวกเขากำลังทำอัลบั้มเต็มชุดแรกกันอยู่ที่สตูดิโอในจังหวัดชลบุรี แต่ก็ต้องมีเหตุให้ปฏิเสธคำเชิญนี้ไปเนื่องจากมีสมาชิกในวงจากไปอย่างกระทันหัน และการเดินทางของพวกเขาก็ต้องหยุดลงชั่วคราว

แต่วันนี้ As Paradise Falls พร้อมแล้วสำหรับการเดินหน้าต่อ และทางเราก็ได้ประสานงานผ่านทาง Zeus Entertainment Thailand ผู้จัดคอนเสิร์ต Suicide Silence ครั้งนี้เพื่อติดต่อขอสัมภาษณ์วง As Paradise Falls มาแนะนำให้เหล่าเมทัลเฮดไทยได้ทำความรู้จักกันก่อนจะถึงวันงานของจริงครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ ไปกันเลย!

สวัสดีครับ ช่วยแนะนำตัวกับผู้อ่านชาวไทยของเราหน่อยได้ไหม?

สวัสดีทุกคน ผม แดนนี่ เคนแนลลี่ มือกีตาร์วง As Paradise Falls พวกเรามาจากบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ผมอยากบอกกับพวกคุณก่อนเลยว่าพวกเราแปะป้ายตัวเองว่าเป็น วงเมทัล ซึ่งพวกเราก็สนใจในดนตรีแขนงย่อยของเมทัลทุกแนว ทั้งเมทัลคอร์ และเดธคอร์ และอื่น ๆ อีกด้วยครับ

ในที่สุดก็จะได้มาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ กันซักทีนะ ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง?

พวกเราตื่นเต้นกันมาก ๆ ครับที่จะได้เปิดการแสดงที่กรุงเทพให้แฟนเพลงชาวไทยชมกันเป็นครั้งแรก เราอยากจะพบกับแฟนเพลงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และพวกเราก็เตรียมเซ็ตลิสต์ใหม่พร้อมกับเพลงใหม่ที่จะอยู่ในอัลบั้มเอาไว้แล้วด้วย เพราะงั้น พวกคุณก็จะได้ฟังเพลงใหม่ของพวกเรามากมายก่อนใครแบบเอ็กซ์คลูซีฟมาก ๆ และเรารอแทบไม่ไหวแล้วที่จะได้แบ่งปันมันกับพวกคุณ

เข้าเรื่องดนตรีกันดีกว่า งานอีพีชุดแรกของพวกคุณที่ชื่อ Save Yourself ได้ผลตอบรับดีนะ เราจะได้เห็นอะไรจากอัลบั้มเต็ม Digial Ritual ชุดนี้บ้าง?

อ้า ใช่ ผมทราบมาว่าแฟนเพลงของเรารู้สึกดีกับ Save Yourself มาก เราพยายามจะสำรวจไปในดนตรีแขนงย่อยต่าง ๆ ของดนตรีเมทัลให้มากเพื่อทำให้งานอีพีชุดนั้นมันมีความหลากหลาย และผมคิดว่าเราทำได้ดีในแง่นั้นครับ กับอัลบั้มใหม่ชุดนี้พวกเราทำกันอย่างประณีตมากเพื่อที่จะสร้างอัลบั้มเพลงที่พวกเราโคตรจะภูมิใจกับมันและผมคิดว่าแฟน ๆ ก็จะรักมันด้วยเช่นกัน มันมีทั้งความหนักแน่นแบบเดธคอร์ และก็มีบางเพลงที่ทำออกมาในสไตล์อื่น เบากว่า ชวนโดดกว่า และก็มีความเป็นเพลงชาติมากกว่า ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ปล่อยงานชุดนี้ให้ทุกคนได้ฟังกัน

นอกจากดนตรีเดธคอร์แล้ว พวกคุณมีอิทธิพลจากดนตรีเมทัลแขนงอื่น ๆ อยู่ในอัลบั้มนี้ด้วย?

ใช่ แน่นอนอยู่แล้ว พวกเรารักในดนตรีกันหลายแนวแบบกว้างมาก ๆ และผมก็เชื่อว่านั่นมันสะท้อนให้เห็นออกมาชัดเจนในอัลบั้มนี้ฃ เราค้นหาเข้าไปในทุก ๆ มุมของแนวเพลงเมทัลเพื่อที่จะสร้างอะไรบางอย่างซึ่งผมเชื่อว่ามันจะออกมาเป็นอัลบั้มที่มีเอกลักษณ์ในแบบของมันครับ

ได้ยินมาว่าพวกคุณทำเพลงกันที่ Karma Studios ในประเทศไทย ทำไมถึงเลือกที่นี่ล่ะ?

พวกเราเคยทำงานกับเชน เอ็ดเวิร์ด ที่ Electric Sun Studios ในซิดนีย์มาก่อน และพวกเราก็รักในการทำงานกับเขามาก ๆ เพราะงั้นตอนที่เขาให้โอกาเรามาทำงานที่ Karma Sound Studios เราก็เลยไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอนี้ลงได้ สตูดิโอนี้มันเจ๋งมาก ๆ และตัวประเทศไทยเองก็เจ๋งไม่แพ้กัน พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติมากกับโอกาสครั้งนี้และอัลบั้มที่ทำกันที่นี่ก็ออกมาดีกว่าที่พวกเราคาดหวังกันไว้มาก ๆ ด้วย

แล้ว… มันยากมากมั้ยกับการกลับมาเดินหน้ากันต่อในฐานะนักดนตรีอีกครั้งหลังจากที่เสียเพื่อนร่วมวงอย่าง เกล็น แบร์รี่ไป?

ในตอนเริ่มแรก การหยิบเครื่องดนตรีมาเล่นด้วยกันในฐานะวงดนตรีอีกครั้งมันยากมาก แต่ยังไงก็ตาม เกล็นเองก็คงไม่อยากให้พวกเราหยุดกันแน่นอนครับ และพวกเราก็ไม่อยากจะหยุดลงเช่นกัน ทุกครั้งที่พวกเราหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาเล่น พวกเราก็เล่นเพื่อเขาด้วย

ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างที่กำลังจะได้เล่นคอนเสิร์ตเวทีเดียวกับวงดนตรีหนึ่งในแรงบันดาลใจของวงอย่าง Suicide Silence แล้ว?

โคตรตื่นเต้นเลยครับตอนที่ถูกติดต่อให้มาเล่นที่งานนี้ เพราะ Suicide Silence เป็นวงที่พวกเรามองเป็นไอดอลมาตลอดตั้งแต่ตอนที่ก่อตั้งวงดนตรีกัน และพวกเราก็เคยคัฟเวอร์เพลงของพวกเขาด้วยในอดีต มันเป็นเกียรติอย่างสูงทีได้แชร์เวทีกับพวกเขา โดยเฉพาะที่กรุงเทพด้วยแล้ว

แล้วได้ฟังผลงานของวงไทยอย่าง Tragedy of Murder กับ Sin of Suffering ที่จะมาขึ้นเล่นด้วยกันบ้างมั้ย?

แน่นอน! มันเป็นสิ่งแรกที่พวกเราทำเลยครับตอนที่ทราบไลน์อัพ วงไทยพวกนี้เหมาะสมเป็นอย่างมากกับโชว์ครั้งนี้ และเราก็ตั้งตารอที่จะได้ดูพวกเขาด้วย

และอีกไม่กี่วันเราก็จะได้ชมพวกคุณกันจริง ๆ แล้ว บอกเราเกี่ยวกับนักร้องนำและมือกีตาร์คนใหม่ซักหน่อยได้ไหม หรือว่าเร็วไป?

ตอนนี้มันยังเร็วไปที่จะเปิดตัวนักร้องนำครับ เขาจะไม่ได้มาร่วมงานนี้ด้วยและอยู่ทำเพลงอัลบั้มใหม่ที่บ้านเกิด แต่ยังไงก็ตามพวกเราได้ คลินต์ เคอร์ติส จากวง Down Royale & Humality จากบริสเบนมาเติมเต็มในส่วนนี้ให้ และเราก็เพิ่งเปิดตัวมือกีตาร์คนใหม่ จิมมี่ อัพสันไปก่อนหน้านี้ เขามีสกิลเจ๋ง ๆ เพียบเลยและเราก็ตื่นเต้นกับอนาคตของพวกเราที่จะได้ร่วมงานไปกับเขาด้วยครับ

as-paradise-falls-clint-curtis

นี่เป็นการออกทัวร์นอกออสเตรเลียครั้งแรกหรือเปล่า?

ก็ไม่เชิง พวกเราเคยออกไปทัวร์ในนิวซีแลนด์กันอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นการออกมาเล่นโชว์นอกทวีปออสเตรเลียครั้งแรกของเรา

คำถามต่อไปเป็นเรื่องรายได้ มันพอสำหรับปากท้องมั้ยไอ้การเป็นนักดนตรีเพียงอย่างเดียวเนี่ย? (เพราะวงไทยเล่นเอามันอย่างเดียว หาเลี้ยงชีพไม่ได้)

สำหรับในระดับตอนนี้ วงดนตรีของวงไม่ได้ทำเงินมากพอสำหรับการใช้ชีวิตครับ พวกเราทุกคนมีงานประจำนอกเหนือจากวงดนตรี แต่ยังไงก็ตามการเป็นวงดนตรีแบบเต็มตัวก็ไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเรา ก็ต้องมาดูกันต่อไปว่าอนาคตของพวกเราจะเป็นยังไง

อ่ะ คำถามสุดท้ายแล้ว ถ้าเกิดว่าวันงานมีคนดูแถวหน้าเอาแต่เล่น Pokemon Go ไม่ยอมดูโชว์ จะทำยังไงกับคนคนนั้น?

ฮ่า ๆ ผมมั่นใจมากว่านักร้องนำของเราจะทำให้เขาหันมาสนใจและสนุกไปด้วยกันจนต้องละสายตามาจากมือถือตอนที่พวกเราเล่นได้แน่นอนครับ ไม่ต้องห่วง!

ขอบคุณสำหรับการสละเวลา แล้วเจอกันที่งานเด้อ!

ขอบคุณเช่นกัน แล้วพบกันครับ!

ก็ตามนั้นครับ แล้วพบกันที่ Suicide Silence Live in Bangkok ณ Oxa Pub & Restuarant ถนนรัชดาภิเษก รายละเอียดอื่น ๆ หรือซื้อบัตร เข้าไปดูกันได้ที่เพจ Zeus Entertainment Thailand ครับผม!

suicide-silence-live-in-bangkok

Charlie

Charlie

ผู้ร่วมก่อตั้ง/บรรณาธิการ (สมัครเล่น) ของเว็บไซต์ Headbangkok เสพติดการดูคอนเสิร์ตที่เร่าร้อน รุนแรง และน้ำเมาที่ลุ่มลึกในราคาจับต้องได้ เพราะจน (เจอตามงานชวนดื่มได้ครับ เพราะตอนไม่เมาจะดูหยิ่ง)

ติดต่องาน ลงโฆษณา โปรโมตเพลง/อีเวนต์ และอื่น ๆ ติดต่อ charlie@headbangkok.com
Charlie
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page