Nobuna ก็เป็นอีกหนึ่งวงดนตรีสายหนักรุ่นใหม่ในแนวทางเมทัลคอร์/โพสต์ฮาร์ดคอร์ที่ฝีมือจัดจ้านของวงการเพลงไทย พวกเขากำลังจะเปิดอัลบั้มแรกของตัวเองอย่างเป็นทางการที่งาน Close to Coast ในวันเสาร์ที่ 23 กันยายนนี้ (ร่วมกับวง The Rocket Whale ที่เปิดอัลบั้มเช่นกัน) งานของ Nobuna ชุดแรกมีชื่อว่า Divide the Skyine งานนี้จะมีมาวางจำหน่ายและได้ยินเพลงในอัลบั้มนี้กันแบบเต็มอิ่มแน่นอน แต่ก่อนจะถึงวันงาน เรามาคุยกับพวกเขาเพื่ออุ่นเครื่องกันหน่อยดีกว่าครับ!

อัลบั้มของวงเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยากทราบว่ามีความน่าสนใจของอัลบั้มยังไงบ้างครับ?

ความพิเศษคือมันเป็นอัลบั้มแรกในชีวิตพวกเรา อีกอย่างคือมันดองมาถึง 2 ปีกว่า ๆ

ในอัลบั้มนี้จะมีกี่เพลงครับ?

จะมี 9 เพลงครับ จะมีเป็นแบบ interlude แบบ instrumental รวมไปถึงซิงเกิลที่เราปล่อยไปก็จะรวมอยู่ในอัลบั้มครับ ซึ่งพอมันมารวมเป็นอัลบั้มก็เหมือนเราอ่านหนังสือการ์ตูนรวมเล่มครับ จากที่ปล่อยมาตอนละสัปดาห์ก็กลายมาเป็นรวมเล่ม แต่มันก็เป็นผลดีนะครับ เพราะว่าเวลาเราไปเล่นคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มคนก็ร้องได้หมดเลย รู้สึกเอนจอยไปกับเราครับ

อัลบั้มนี้มีใครช่วยดูแลนอกจากทำกันเองไหมครับ?

อัลบั้มนี้หนุ่ม นักร้องนำของวงลงมือมิกซ์และมาสเตอร์เองทั้งหมด และได้ไฮน์ มือกีตาร์ Paper Planes มาช่วยคิดไลน์สตริงและเปียโนในบางเพลงครับ Pap Yeahh มาช่วยเรคคอร์ด และอัดไลน์เปียโนให้ มีพี่อั้ม มีพี่โน่ ดนัย แห่ง Wayfer Records มาช่วย พี่บอล Lunatic ที่เป็นคอมเมนเตเตอร์ช่วยให้คำปรึกษา บอส เป็นเพื่อน เรียนวิทยาลัยดนตรีเรียนกีตาร์แจ๊ส อยู่บ้านเดียวกัน ตอนทำเพลงก็เรียกมาช่วย มาอัดร้องไกด์เมโลดี้ในอัลบั้มเกือบทั้งหมด ก็ใช้บริการบอสเกือบตลอดเพราะติดใจ ใช้ฟรีมาตลอด จริง ๆ น่าจะเรียกว่าไหว้วาน (ฮา) ถ้าไม่ได้บอส เมโลดี้ของ Nobuna จะไม่ได้ดีขนาดนี้

อัลบั้มนี้หนุ่ม นักร้องนำของวงลงมือมิกซ์และมาสเตอร์เองทั้งหมด และได้ไฮน์ มือกีต้าร์ Paper Planes มาช่วยคิดไลน์สตริงและเปียโนในบางเพลงครับ

แล้วก็มี กฤต เขาไม่อยากเปิดเผยตัว ทำปก ทำบุ๊คเลต ดีไซน์ให้เรา แล้วก็กำลังจะถ่ายรูปวงให้ด้วยครับ

อัลบั้มนี้ทำนานขนาดไหนครับ?

เอาจริง ๆ ตั้งแต่เริ่มทำวงก็ 2 ปีครึ่ง เกือบ 3 ปี ครับ ตอนแรกจะทำเป็นอีพีแล้วมันเพลงมันงอกไปเรื่อย ๆ ก็เลยทำเป็นอัลบั้มเลยแล้วกัน ที่เรามอนิเตอร์หลังบ้านจากในเฟซบุ๊ก อีกอย่างเราชอบเห็น Inbox เพจวงเข้ามาว่า “พี่มีแผ่นขายไหมครับ” ทำให้เราตัดสินใจทำอัลบั้มเต็มเลย อัลบั้มเต็มจะมีราคา 300 บาทกับเวลา 3 ปี ของพวกเรา ผมว่ามันคุ้มค่ากับการรอคอยเพราะว่าตลอดเวลา 2-3 ปี มันอาจะเป็นคำที่น่าเบื่ออย่าง “สิ้นสุดการรอคอย” แต่เนี่ยมันสิ้นสุดการรอคอยจริง ๆ

ตอนทำเพลงระดมไอเดียกันอย่างไรบ้างครับ?

เริ่มจากไปบ้านหนุ่มก่อนเลย (ฮา) หลักจริง ๆ เริ่มจากดนตรี เริ่มจากกลอง วางกลองแล้วมากีตาร์ มาเบส แล้วพอได้ดนตรีมาก็ไกด์ร้อง พอเสร็จก็จะเป็นคิวอัด จริง ๆ บางทีเราก็มี reference บางทีก็คิดขึ้นมาเองเลย อย่างเพลง “Crown of Blood” ตอนนั้นเราก็คิดออกมาให้เป็นอารมณ์เกมส์หน่อย ๆ ออกแนวเซนต์ไซย่า จริง ๆ “Crown of Blood” จิล (มือกลอง) แต่งขึ้นมาได้ตอนบวช แต่งได้ตอนเป็นพระ มันว่างนั่งคิดไปคิดมามันเลยได้จังหวะแล้วอยากได้จังหวะโดด ๆ ตอนเป็นพระเราก็จะตั้งสติว่าเราต้องจำเพลงนี้ออกไปให้ได้

เพลง “Gravity” มันก็ไม่ได้มีแรงบันดาลใจ ไม่ได้มี reference มันแบบอยากได้ฟีลแบบนี้ referecnce มันเป็นแค่บางเพลงเฉย ๆ สมมติวางกลองได้ ก็ต้องคิดว่าวางคอร์ดยังไงให้เหมาะสมมากกว่า เป็นเรื่องของ เซนส์ซะส่วนใหญ่ เวลาเรานึก reference ไม่ออก จะชอบเปิด YouTube เปิด Jay Chou หรือไม่ก็ EDM ประหลาด ๆ เพลงอินเดีย ซึ่งเราได้แนวคิดการใช้โน้ต การวางคอร์ดแบบเอาประยุกต์ฟังแล้วใช้อย่างนี้ดีกว่าเอามาปรับเปลี่ยนคีย์แม่งเลยไรงี้
แล้วบางทีมันเกิดจากหนุ่ม (ร้องนำ) มากวนตีนครับ มันชอบเขียนเล่น ๆ แล้วบอกอยากได้ฟีลนี้ ๆๆ ก็จะปรับเปลี่ยนไปอีกแบบนึงเลย อย่างเพลง “Gravity” ท่อนก่อนเบรกดาวน์ มันเขียนกวนตีน ขึ้นมาแบบเพลงอินเดีย ไป ๆ มา ๆ เห้ย! กูเอาอย่างนี้แหล่ะ แล้วต่อยอดได้

ส่วน “The Rise” มันเป็นยุคเจนน์เลยนะ ก็ทำไปเรื่อย ๆ อยากได้ความเป็นนูเมทัล ความเจนต์ (djent) มาใส่ด้วย มีเมโลดี้ ไหล ๆ ลื่น ๆ เพลงแบบสไตล์ป๊อปญี่ปุ่นงี้ นึกภาพในหัวจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่พอทำไปเรื่อย ๆ มันจะชัดเรื่อย ๆ แนวคิดอีกอย่างนึงที่เราต้องการให้เข้าถึงคนฟังได้ง่ายขึ้นด้วย ทำยังไงให้คนฟังเข้าถึง เพลงที่มันดูยาก ๆ ได้ มีเสียงว้าก รำคาญ ๆ น่าหนวกหูได้ ทุกอย่างผ่านการคิดมาแล้วครับ ไม่ได้มามั่ว ๆ เราพยายามทำอะไรที่มันยาก ๆ ให้ย่อยง่ายมากขึ้น

ทางวงรู้สึกยังไงที่จะมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเองร่วมกับ The Rocket Whale และได้เต็ม ๆ โชว์ครั้งแรก?

ความฝันของนักดนตรีเกือบทุกคนคือฝันที่จะมีเพลงเป็นของตัวเองและมีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง สุดท้ายเราได้มีโอกาสทำคอนเสิร์ตร่วมกับ The Rocket Whale ซึ่งเป็นวงรุ่นพี่ที่เรารักมาก และต่างฝ่ายต่างเป็นแฟนวงกันและกัน รู้สึกว่างานนี้มันพิเศษกว่างานอื่น ๆ ที่เราเล่นกันมา เพราะว่ามันเป็นงานเราเลย เราเป็นวงเฮดไลน์ เราจะเล่นให้เต็มที่ มันจะออกมาดีไม่ดีก็จะพยายามให้มันดีที่สุดของเรา อยากชวนให้มาสนุกด้วยกัน ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่คุณจ่ายเงินก็มาสนุกเต็มที่เหมือนปาร์ตี้ที่สนามหลังบ้านคุณเอง

ทางวงซ้อมกันหนักแค่ไหน และเตรียมเซ็ตลิสต์ไว้ทั้งหมดกี่เพลงครับ?

ซ้อมน้อยมากครับ ยอมรับเลย อาทิตย์ละครั้งได้ครับ ส่วนเซ็ตลิสต์พูดตรง ๆ ว่าตอนนี้ยังไม่รู้ เพราะยังไม่ได้เตรียมเลย เดี๋ยวคอยดูเซอร์ไพรส์ละกันครับ แต่เราพยายามจัดโชว์ให้สนุก ไม่ได้อยากให้รู้สึกว่าเป็นวงที่เล่นไปรื่อย ๆ แล้วจบ อยากทำโชว์ให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น มีการเล่นกับคนดู มีการตอบสนองกับคนดู จากที่เล่นมาคนดูก็ให้ความร่วมมือค่อนข้างดี มันเป็นโอกาสให้เรายกระดับโชว์ ท้าทายตัวเองดีครับ

หลังจบคอนเสิร์ตนี้มีทางวงมีวางแผนยังไงบ้างครับ?

จริง ๆ ต้องยอมรับว่าเราทำเพลงเกินอัลบั้มนี้ไปแล้ว วางแผนคอนเสิร์ตในอัลบั้มหน้ากันแล้วด้วย และหลังคอนเสิร์ตนี้ก็จะมีงาน Cat Expo ที่พวกเราได้ไปร่วมเล่นด้วย งานนี้โคตรท้าทายเราเลย เพราะเราเป็นวงสายหนักที่ไม่ได้อยู่บนดิน ไม่มีค่าย แต่ก็น่าจะรับมือได้พราะเคยไปเล่นงานสายอินดี้ ๆ มาแล้ว ตอนแรกคิดว่าการที่เราข้ามไปเล่นอีก scene นึง ที่เราไม่เคยไปเล่น เขาคงไม่อิน เขาคงไม่อะไรกับเพลงเรา กลายเป็นว่าเขาให้ความร่วมมือกับเรา คือใส่ขาม้าแต่มาวิ่งใน circle pit เฉยเลย เราเคยไปงาน ๆ นึง กลางทุ่งหญ้า มืด ๆ มีไฟสองดวง ปูเสื่อนั่งดู สายธรรมชาติ อารมณ์โพสท์ร็อก เราก็ไปเล่นมาแล้วด้วยครับ

จะนำผลงานไปเสนอค่ายต่าง ๆ ไหมครับ?

จริง ๆ ก็มีค่ายเพลงติดต่อมาบ้างครับ แต่เรายังไม่เอาดีกว่า คือเรายังไม่อยากมีค่าย เราอยากขยายไปกลุ่มที่แค่ไม่ใช่ชาวร็อกด้วยตัวเองก่อน อยากให้คนฟังอินดี้ อยากให้คนฟัง Cat คนฟังเพลงป๊อปเพลงธรรมดา เข้าถึงเพลงของเรามากขึ้น เรามองว่า Scene ตรงนั้นมันแข็งแกร่ง มีคนซับพอร์ตจริง ก็เลยอยากให้วงตัวเองขยายฐานไปเรื่อย ๆ

เชิญชวนแฟน ๆ มางานหน่อยครับ?

อยากให้ทุกคนมาเจอกัน อยากให้ทุกคนมาร่วมสนุกกัน ทุก ๆ วงเตรียมตัวมาอย่างดี เป็นสิ่งที่เราอยากพรีเซนต์ในรอบ 3 ปี ตั้งแต่ทำวงกันมา แค่ชื่องานกว่าจะได้มาเราต้องคิดชื่อที่มันดีที่สุด ทุกอย่างเราตั้งใจทุกขั้นตอนมาก ๆ บัตรราคาแค่ 250 บาทของคุณยังไงก็คุ้ม รวมไปถึงวงที่เราเลือกมาเรามองว่าเจ๋งจริง ๆ และเป็นวงที่เราชอบจริง ๆ เช่น Cyclamen บินจากญี่ปุ่นมาเล่น One Way Street ก็มาจากไต้หวัน

อย่าง Cyclamen เคยทัวร์กับ Veil of Maya ทัวร์กับ Protest the Hero มาแล้วด้วยครับ ล่าสุดก็จะไปทัวร์กับ The Number Twelve Looks Like You ที่อเมริกา และทัวร์แคนาดากับ Protest the Hero คอนเสิร์ตในครั้งนี้อย่างที่พูดไปตอนต้นว่ามันสิ้นสุดการรอคอยจริง ๆ ทั้งกับวง The Rocket Whale และพวกเราเอง มันคือสิ่งที่เราพิถีพิถัน เราอยากมอบให้กับทุกคนจริง ๆ อยากให้ทุกคนมาปาร์ตี้ด้วยกัน อย่าคิดว่ามาดูคอนเสิร์ต เรามาหาเพื่อน เราคือเพื่อนของทุกคนครับ

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนHeadbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ
Jeddy Tragedy
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page