ด้วยภาพลักษณ์ของความสดใสสบายตากับคำนิยามว่า ‘ไอดอล’ ก็คงทำให้หลายคนมีภาพจำว่าพวกเธอเหล่านี้จะต้องมีแต่อะไรที่ทั้งป๊อปและแมสอัดแน่นอยู่เต็มหัวแน่นอน แต่เอาเข้าจริงแล้วนั่นมันก็เป็นแค่การมองเพียงผิวเผินเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วพวกเธอหลายคนก็มีรสนิยมทางดนตรีที่สวนกระแสกับวัฒนธรรมกระแสหลักของสังคมแบบสุดขั้วด้วยเหมือนกัน

เราทราบจากมิว (malaivee) นักเขียนเจ้าของคอลัมน์ The Salaya Sound มาว่าน้องแคนแคน และปัญ สองสมาชิกวงน้องสาวของ AKB48 สาขาประเทศไทย BNK48 ที่เพิ่งเปิดตัวให้ได้รู้จักไปเมื่อหลายเดือนก่อนก็มีความชอบในดนตรีเมทัลด้วยเช่นกัน พอได้ทราบดังนั้นแล้วเราก็ไม่รีรอที่จะติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ทันที และก็ต้องเซอไพรส์ไปอีกเมื่อพบว่าทางผู้จัดการวงก็ตอบตกลงให้เราสัมภาษณ์ด้วย! (ทีแรกคิดในใจว่าจับมาคุยเรื่องเพลงพวกนี้กันมันจะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ใส ๆ ของเค้ามั้ยหว่า แต่กลับกลายเป็นว่ายอมมานั่งคุยด้วย ซึ่งอันนี้ต้องบอกว่าดีใจมาก)

แม้จะทำการบ้านมาระดับหนึ่งแต่ก็มีเกร็งอยู่บ้างด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งวัยและอินโฟของแต่ละฝ่ายที่ไม่ได้รู้จักกันมากนัก (เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนกุมภาฯ ที่ผ่านมานี่เอง แหม่) ก็ทำให้ต้องมาละลายพฤติกรรมคุยเล่นกันก่อนระดับหนึ่งก่อน พอเข้าที่แล้วก็จะเป็นเป็นเจต (Jeddy Tragedy) ที่เป็นคนยิงคำถามประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ โดยมีผมเสริมแทรกบ้างเป็นระยะ ๆ เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับ แคนแคน + ปัญ สองสาวขาร็อกจากคณะไอดอลที่ (กำลังจะ) มาแรงที่สุดในประเทศไทย BNK48 วงนี้กันเลยครับ!

(ซ้าย: แคนแคน / ขวา: ปัญ | ภาพ: ปณาลี พัฒนพิชัย)

เผื่อใครไม่เก็ต ขอเสริมนิดนึงตรงชื่อบทความ ที่เรียกว่า ‘ดอกไม้เหล็ก’ ได้มาจาก ‘สีม่วง’ ซึ่งเป็นสีหลักของวง ที่ได้มาจากดอกกล้วยไม้ มาบวกเข้ากับความ ‘เมทัล’ ซึ่งเป็นทั้งรสนิยมทางดนตรีของทั้งคู่และเป็นหัวข้อการสนทนาหลักของเราในวันนี้นั่นเองครับ / อีกเหตุผลหนึ่งคือชอบคำนี้จากอัลบั้ม บันทึกของดอกไม้เหล็ก ของพี่แอม เสาวลักษณ์ ลีละบุตร เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย


เข้ามาอยู่กับวง BNK48 ได้ยังไงครับ

แคนแคน: ผ่านการออดิชั่นมาค่ะ ก่อนหน้านี้เค้าจะมีการโปรโมตผ่านสื่อต่าง ๆ โปสเตอร์บ้าง เฟซบุ๊กบ้าง พอเราเห็นเราก็เลยมาสมัคร คนสมัครรู้สึกจะประมาณ 1,300 กว่าคนได้ (ร้องโหกันทั้งสองคน) แล้วเค้าก็คัดลงมาเหลือ 30 คนค่ะ

ปัญ: ของปัญก็คล้าย ๆ กันค่ะ แต่ปัญอยากทำงานด้านนี้อยู่แล้ว พอเห็นมีโอกาสก็เลยลองมาดู

แรงผลักดันที่ทำให้อยากเข้าวงนี้

แคนแคน: ดูการ์ตูนค่ะ มันจะมีการ์ตูนที่เป็นเรื่องราวของวงพี่สาวค่ะ แล้วทีนี้มันเหมือนกับเราได้เห็นความพยายามของตัวละครทำยังไงกว่าจะได้เป็น ก็เลยอยากจะสัมผัสกับความรู้สึกแบบนั้นบ้าง ก็เลยมาลองดู ชื่อเรื่อง AKB0048 ค่ะ เนื้อหามันจะเป็นเหมือนกับโลกเราในยุคอีกประมาณหลายสิบปีข้างหน้า ออกแนวไฮเทคกว่าค่ะ

บรรยากาศในการทำงานเป็นยังไงบ้าง

ปัญ: มันก็น่าตื่นเต้นดีค่ะ คือเหมือนทุกอย่างมันก็มีแพลนเอาไว้แล้ว แต่ว่าบางครั้งมันก็จะมีอะไรที่แบบ… เราก็ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไรอีกที่เค้ายังไม่ได้บอกเราก่อน เราก็ไม่รู้ว่าจะมีอุปสรรคหรือกิจกรรมด้านหน้ารออยู่อีกมั้ย ก็ลุ้นดี

แคนแคน: เรื่องที่ปัญบอกคือมันมีเซอร์ไพรส์จริง ๆ คือแบบอย่างเช่น ซ้อม ๆ กันอยู่แล้วเค้าก็เดินเข้ามา เรียกชื่อสี่คน ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าเรียกทำไม พอเรียกจบปุ๊บให้ทุกคนมายืนข้างหน้า แล้วห้องมันก็จะเงียบ ๆ แล้วก็ประกาศว่าสี่คนนี้คือคนที่จะได้ไปญี่ปุ่นเดือนหน้า! อะไรแบบนี้ คือมันจะมีเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา

การเข้ามาทำงานในวงนี้กดดันมากน้อยแค่ไหน

ปัญ: คือปัญว่าทุก ๆ งานมันก็มีความกดดันอยู่แล้ว ก็อยู่ที่ว่ามันกดดันด้านไหน กับการเป็นไอดอลปัญคิดว่ามันกดดันตรงที่เราไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว เราก็มีคนอื่นด้วย พวกแฟน ๆ ที่เค้าคาดหวังจากเรา รอดูผลงาน แล้วก็แบบ… เค้าก็คอยให้กำลังใจเราตลอดเวลา ในโซเชียลมีเดียอะไรพวกนี้ แล้วถ้าเกิดผลงานของเราออกไปแล้วเราทำออกมาไม่ได้ตามที่เค้าคาดหวังไว้มันก็จะรู้สึกกดดัน

แคนแคน: คือเหมือนกับอยู่ในวงนี้แบบมีกันเยอะมาก มีกัน 30 คน มีพี่ทีมงาน บริษัท ถ้าเราทำอะไรผิดออกไป มันไม่ได้กระทบแค่เราคนเดียว มันจะกระทบทั้งคนในวง แล้วก็ทีมงานด้วย มันก็เลยเป็นความกดดันอย่างหนึ่งที่ว่า เราจะต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุด ให้แฟน ๆ เราไม่เสียใจที่ได้ดูเรา

แบ่งเวลาเรียน/ทำงานยังไง?

แคนแคน: ของแคนก็จะเป็นคนจัดตารางเรียนเองในแต่ละเทอมว่า เราจะเรียนอะไร เราจะวางแผนยังไงให้เราเรียนจบ ช่วงตั้งแต่เข้าวงก็จะลงเรียนน้อยลง และก็พยายามหลีกเลี่ยงวันที่จะต้องซ้อมเยอะ ๆ แล้วก็มีเรียนพิเศษบ้างเพื่อที่จะไม่ให้เราหลุดโฟกัสไปจากเรื่องเรียนด้วย

ปัญ: ของปัญสอบเทียบมาแล้วตอนนี้ก็อยู่มหาลัยแล้วเหมือนกัน มหาลัยปัญก็คล้าย ๆ กับพี่แคนค่ะที่ลงตารางเรียนเองได้ ปัญก็ลงเรียนแค่ช่วงเช้าอย่างเดียวแล้วช่วงบ่ายก็จะเป็นการซ้อม

แคนแคน: ส่วนใหญ่เป็นการซ้อมตอนเย็น ไม่รบกวนเวลาเรียนเท่าไหร่

ทั้งสองคนคาดหวังอะไรกับอนาคตของวงบ้าง

ปัญ: ทุกคนน่าจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันก็คือทำให้ BNK48 มีชื่อเสียงแล้วก็เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปค่ะ

แคนแคน: ความคาดหวังของแคนก็คือ ตีตลาดแบบที่ไม่ใช่แค่โอตาคุอย่างเดียว ก็จะต้องให้ได้ทุกเพศทุกวัยให้เหมือนกับรุ่นพี่เลยที่เค้ามีทั้งเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย คนแก่เป็นแฟนคลับ ออกไปทำกิจกรรมสังคมด้วย ไม่ได้มีแค่ร้องเพลงหรือว่าเต้น ได้ทุกอย่าง ส่วนเป้าหมายของตัววงหรือบริษัทจริง ๆ เราก็อยากจะเป็นวงน้องสาวที่ดีที่สุดที่ AKB48 เคยมีมาค่ะ

หลังจากที่ถามไถ่และทำความรู้จักเพื่อจูนเข้าหากันได้ระดับหนึ่ง เราก็ทิ้งเรื่องของวง BNK48 เอาไว้เบื้องหลังและตัดเข้ามาสู่สิ่งที่ต้องการจะคุยในวันนี้กันจริง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องของดนตรีเมทัล ธนเจตเริ่มต้นคำถามแรกแบบเรียบง่ายว่า

ทราบว่าทั้งสองคนฟังเพลงร็อกด้วย เจอเพลงพวกนี้ได้ยังไง

ปัญ: ของปัญตอนแรกก็ฟังเพลงทั่วไปก่อน แล้วพอย้ายโรงเรียนมาอยู่โรงเรียนอินเตอร์ สังคมมันก็เปลี่ยน พวกเพื่อน ๆ เค้าก็ไม่ได้ฟังเพลงแบบที่เราอยู่โรงเรียนเก่า เค้าฟังพวกเพลงร็อกเพลงเมทัลอะไรแบบนี้กัน ปัญได้ยินผ่าน ๆ หูก็ไปถามเค้าว่าวงอะไร เพื่อนก็บอก อ๋อ Avenged Sevenfold ตอนนั้นปัญก็กลับไปเซิร์ชเลยว่า ‘adventure sevenfold’ (หัวเราะกันทั้งโต๊ะ) ปัญก็งงอ้าว ทำไมไม่มี ไม่ขึ้น ก็กลับไปถามเค้า เค้าก็บอกว่ามันไม่ใช่แอดเวนเจอร์ แล้วทีนี้พอกลับไปเซิร์ชแบบถูกต้องแล้วก็ลองฟังดู แล้วเวลาฟังมันก็จะเด้งวงอื่นขึ้นมาแนะนำให้ด้วยข้าง ๆ [บนเว็บไซต์ยูทูบ — เพิ่มเติมโดยผู้เขียน] ก็กดฟังไปเรื่อย ๆ แล้วก็เริ่มชอบ

ตอนนั้นเจอเพลงอะไรครับ

ปัญ: ตอนนั้นปัญอยู่ ป.5 ช่วงที่เพิ่งเริ่มฟัง แล้วครูเค้าให้การบ้าน แล้วเพื่อนก็แบบ… ร้องเพลง “Nightmare” ออกมา เพลงที่ฟังเพลงแรกก็คือเพลงนี้ค่ะ

แคนแคน: ของแคนก็จะเป็น… มันจะมียุคที่ คือ แคนโตกว่าปัญ แต่ปัญบอกว่าประมาณ ป.5 ก็ประมาณรุ่นเดียวกันที่รู้จักกับเพลงพวกนี้ วงแรกก็คือ A7X เหมือนกัน ก็เหมือนกับเฟซบุ๊กมันมีสังคมเพื่อน ๆ นี่แหละ เพื่อนกันเอง พวกผู้หญิงก็ฟัง ผู้ชายก็ฟัง แล้วมันโพสต์คลิป “A Little Piece of Heaven” มันเป็นการ์ตูน เราก็ยังไม่รู้ว่าคือเพลงอะไร แล้วเพื่อนก็แบบ ‘เฮ้ยดูมิวสิควิดีโอนี้ดิ’ เราก็กดดู ดูเสร็จเราก็สตั๊นไปพักนึง เฮ้ยมันทางเราเลยอะ เฮ้ยมันเจ๋งอะ มัน ๆ เพลงก็ดีมิวสิควิดีโอก็โดนอะไรยังงี้ (ตอบด้วยน้ำเสียงแบบมีความเริงร่า) เริ่มรู้จักวงนั้นเป็นวงแรก แต่ว่าเพื่อนแคนจะมาสายนี้กันค่อนข้างเยอะ ทำให้พอรู้จักหนึ่งวงเพื่อนมันก็จะดึงเราไปหลายวงเลย ก็จะมีดูจากยูทูบข้าง ๆ ด้วยบ้างอะไรบ้าง

นอกจาก A7X แล้วชอบวงอะไรอีก

ปัญ: ตอนนั้นเหมือนพอรู้จักเพลงแนวนี้แล้ว เพื่อน ๆ เค้าก็จะเปิดอันนึงให้ดู จังหวะคุ้น ๆ ซักพักก็เป็นเสียงว้าก แล้วเพื่อนก็บอกว่าเป็นเพลงแมชอัพของจัสติน บีเบอร์กับวง Slipknot ปัญก็เลยเริ่มรู้จัก Slipknot แล้วพอหลัง ๆ ผ่านไปซักพักนึงไม่ค่อยได้ฟังแล้วกลับมาฟังอีกที ก็จะเพลงของ Linkin Park เพราะว่ามีเพื่อนผู้หญิงคนนึงเค้าก็ชอบ แล้วเค้าก็แนะนำมา ก็เลยฟังกับเค้า

แคนแคน: ตัววงจริง ๆ แคนไม่ได้ตามแบบลึกในแต่ละวง จะมาเป็นเพลงของวงนี้บ้างวงนั้นบ้าง แต่ที่รู้จักจะมีแบบพวก Trivium, Miss May I อย่างวงนี้แคนเอาเพลงของวงเค้ามาตั้งเป็นริงโทนช่วงนึง แล้วก็จริง ๆ Bring Me the Horizon ก็รู้จัก อันนี้ทุกคนน่าจะรู้จักกัน แล้วก็ Lamb of God, Suicide Silence จริง ๆ มันมีเยอะมาก แต่ที่เกริ่น ๆ มาก็ประมาณนี้ค่ะ

ทั้งสองคนเคยไปคอนเสิร์ตเมทัลมาบ้างไหมครับ

ปัญ: พี่แคนคนเดียวเลยค่า

แคนแคน: เอาบัตรมาให้ดูด้วย

หลังจากนั้นน้องแคนก็หยิบบัตรคอนเสิร์ตใบโปรดที่พกออกมาให้ดู ซึ่งก็เซอร์ไพรส์เรามากทีเดียวเพราะมันคือคอนเสิร์ต Suicide Silence, Lamb of God และ Avenged Sevenfold อีกสองใบ ซึ่งก็โลกกลมมากทีเดียวเพราะทุกงานที่หยิบบัตรออกมาให้ดูทั้งผมและไอ้เจตก็ไปร่วมชมมาด้วยเช่นกัน แถมที่งาน Suicide Silence live in Bangkok ที่ร้าน OXA วง Tragedy of Murder ของไอ้เจตก็เล่นเป็นวงเปิดอีกด้วย ซึ่งน้องแคนแคนก็ดูตกใจมากทีเดียวที่โลกกลมขนาดนี้ แต่ก็ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายและคุยกันถูกคอขึ้นอีกมากทีเดียว แต่นอกจากคอนเสิร์ตของวงดนตรีต่างประเทศแล้วเราก็อยากรู้ด้วยเหมือนกันว่า…

แล้วงานที่เป็นวงไทยล้วน ๆ ไปมั้ยครับ

แคนแคน: อยากไปแต่ไม่มีโอกาสได้ไป อยากไปดู Retrospect, อยากไปงาน G-16 อะไรแบบนี้ด้วย แต่ว่าไม่ทัน จะเป็นแนวยืมแผ่นเพื่อนมาดูมากกว่า

ทราบมาว่าน้องแคนเข้าไปในวงมอชพิตด้วย

แคนแคน: (หัวเราะร่วน) คือเรื่องมันเยอะมากเพราะคอนเสิร์ตเมทัลเป็นสิ่งที่แคนรู้สึกชอบมาก มันเหมือนกับเราได้ปลดปล่อยตัวเองอะพี่

ไม่กลัวเจ็บตัวเหรอ

แคนแคน: เค้าแค่กระแทกนะเค้าไม่ได้ต่อยเรา เค้าแค่ผลักเรา แล้วเราก็ ช่างมัน! ผลักกลับ! อะไรงี้ แต่เราประทับใจที่ว่าเหมือนเค้ารู้มารยาทกัน เหมือนถ้าเค้ารู้ว่าทำเกินเลยใครไปเค้าก็ไหว้กัน อันนี้ไม่ได้เกิดกับเราแต่เราก็เห็นมา

ทั้งสองคนประทับใจอะไรกับดนตรีแนวนี้

ปัญ: ที่ชอบดนตรีเมทัลส่วนหนึ่งก็คือดนตรี ปัญชอบฟังเสียงลีดกีตาร์อะไรงี้ ใด้ใจดี

แคนแคน: ที่อินมาก ๆ ก็น่าจะเป็นกีตาร์ เพราะแคนเองก็เล่นกีตาร์ แต่มันสุดน่าจะเป็นกลอง เพราะมันจะแบบใส่เต็มที่ อย่างที่รู้จักก็คือ… มือกลองระดับโลกแบบ Dream Theater [คิดว่าหมายถึง Mike Portnoy มือกลองคนแรก — เพิ่มเติมโดยผู้เขียน] เค้าก็เป็นแนวแบบที่ไม่ได้โหดมาก ก็จะอินกับดนตรี

คนทักมั้ยว่าหน้าตาไม่น่าฟังเพลงเมทัล

ปัญ: บ่อยค่ะ แต่เคยมีครั้งนึงที่หนูโพสต์ถามว่าคิดว่าปัญฟังเพลงแนวไหนกัน เค้าก็เดามาทางนี้หมดเลย หรือไม่ก็ฮิปฮอป มีอยู่สองอย่าง ก็ถูกต้องค่ะ

แคนแคน: ของหนูคนจะตกใจค่อนข้างเยอะ ตกใจจากเสียงโทรศัพท์ก่อนเลยอันดับแรก มันมีครั้งนึงเราไปเรียนพิเศษ แล้วคนก็นั่งกันเงียบ ๆ ตั้งใจเรียนกันแล้วเราลืมปิดเสียงโทรศัพท์ “In Waves” ของ Trivium ขึ้นมาเลย (น้องมีร้องอินโทรให้ฟังด้วย) คนก็หันทั้งห้องเลย! ถ้าคนที่รู้เรื่องนี้แล้วเค้าก็จะเริ่มชิน แต่ถ้าคนที่เพิ่งรู้จักเค้าก็จะตกใจค่อนข้างเยอะ

เรารู้สึกยังไงกับความเห็นพวกนี้

แคนแคน: ของแคนจะเป็นแบบ ขำ ๆ อ๋อเหรอ อะไรแบบนี้มากกว่า

ปัญ: ปัญว่าเพลงมันก็มีสไตล์ของตัวเอง มันก็แล้วแต่รสนิยมคนว่าจะชอบแบบไหนมากกว่า บางคนที่เราเห็นหน้าโหด ๆ ฟังเพลงมุ้งมิ้งอะไรแบบนี้ก็มี

คิดว่ามุมมองของคนในสังคมไทยกับเพลงเมทัลเป็นยังไงตอนนี้

แคนแคน: ถ้าเกี่ยวกับเพลง แคนว่าเค้าก็จะแบบ ‘อุ๊ยเพลงอะไรเสียงดัง น่ารำคาญ’ ไรงี้ หมายถึงในกลุ่มคนที่เค้าไม่ได้ฟังจริง ๆ แค่ได้ยินผ่าน ๆ ส่วนถ้าเป็นมุมมองต่อคอนเสิร์ตก็จะแบบ ‘โหย ที่อับ ๆ ร้อนก็ร้อนไปทำไม’ อันนี้คือที่เจอมาบางส่วน

ปัญ: ปัญว่าส่วนมากน่าจะตามแบบเป็นบางเพลงมากกว่าเป็นวงใช่มั้ย เพราะงั้นแล้วก็อาจจะมีชอบบ้างก็ได้เพราะบางเพลงมันก็ไม่ได้หนักมาก (แคน: ใช่ ต้องลองฟัง)

ดนตรีเมทัลมีความสำคัญในการดำรงชีวิตมั้ย?

แคนแคน: ของหนูมีนะ เคยเปิดกล่อมให้ตัวเองหลับด้วย (ปัญ: เอ้ย เหมือนกันเลย / HEADBANGKOK: ใช้เพลงอะไรครับ / ปัญ: ของปัญใช้ “Seize the Day”) ของแคนรู้สึกจะเป็นวง Amon Amarth มั้ง (ร้องโหกันอีกรอบ) มันก็จะแบบ ปึ้ก ๆๆๆๆๆ มันจะมารัว ๆ แล้วสมองเราจะไม่ได้ฟังแค่เนื้อแต่เหมือนเราฟังทุกอย่างที่อื้ออึง แล้วมันเหมือนกับว่าแป๊บเดียวเราก็หลับไปเลย) คือเราเปิดเพลงช้าแล้วจะไม่หลับ แต่เราเปิดเพลงนี้แล้วเราหลับ

แนะนำวงที่ชอบซักสามวงได้มั้ยครับ อะไรก็ได้

ปัญ: วงไทยที่ชอบฟังก็จะมี Lomosonic ส่วนพวกศิลปินเดี่ยวก็จะเป็นพวกดีว่าอะไรพวกนี้ด้วย แล้วก็ Michael Jackson, ฟักกลิ้งฮีโร่ แล้วก็วง Room 39 ด้วย

แคนแคน: ก็จะเป็น A Day to Remember ฟังง่าย ๆ แล้วก็อันนี้ชอบสุด Sleeping with Sirens พวกเพลงช้าของวงนี้จะเพราะมาก แล้วอีกวงนึงก็เป็น Sum 41

อยากให้น้อง ๆ ฝากผลงานหน่อย

ปัญ: ของเราก็จะมีงานเปิดตัวแบบ official ในเร็ว ๆ นี้ แล้วก็รวมไปถึงพวก digital studio ที่จะเปิดที่เอ็มควอเทียร์ แล้วก็ช่วงนี้ก็จะมีการขายโฟโต้เซ็ตด้วย

แคนแคน: ฝากอะไรดีปัญฝากหมดแล้ว =_=)a

ปัญ: แล้วก็ฝากติตดามเพจของ BNK48 ด้วยค่ะ ขอบคุณค่า


และการสัมภาษณ์ของเรากับน้องแคนแคน และปัญแห่งวง BNK48 ก็จบลงเพียงเท่านั้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองมากทีเดียวครับ แม้หน้าที่การงานจะหนักไปในทางไอดอลสายสดใสขายความน่ารักเป็นหลัก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความร็อกและเมทัลในตัวของทั้งน้องแคนแคนและปัญต้องถูกซุกซ่อนเก็บไปเพื่อภาพลักษณ์แต่อย่างใด สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีของความเปิดกว้างในโลกสมัยใหม่ที่ดีมากทีเดียวครับ

ยังไงแล้วนอกจากเพจหลักของวง BNK48 ยังไงถ้าอยากติดตามผลงานของทั้งแคนแคนและปัญก็ไปติดตามกันได้จากช่องทางต่าง ๆ ด้านล่างครับ:

• เฟซบุ๊ก: Can BNK48 / Pun BNK48
• อินสตาแกรม: @can.bnk48official / @pun.bnk48official

(ภาพจาก Official Facebook ของ BNK48)

เรื่อง: ชาลี สุขเจริญ, ธนเจต วินัยกุลพงษ์
ภาพ: ปนาลี พัฒนพิชัย
นั่งให้กำลังใจ: มาลัยวีณ์ แสวงผล

Charlie

Charlie

Co-founder/editor-in-chief at HEADBANGKOK
จริง ๆ ก็ทำแทบทุกหน้าที่ในเว็บ แต่เพื่อนเรียกติดปากกันว่าเป็น บก. ฟังเพลงทุกแนว แต่วงเดียวที่ไม่ฟังคือ Tragedy of Murder
Charlie
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page