ก่อนหน้านี้มีกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลเกี่ยวกับการกลับมาของสามอดีตสมาชิกจากวง AB Normal ซึ่งก็คือ พี่โอ่ง พี่เก่ง และพี่หนีดมือกลองที่คัมแบ็คกลับมาสู่วงการดนตรีกลับมาทำวงดนตรีวงใหม่ร่วมกันอีกครั้งในนามวง Ghost โดยได้ พี่เอก นักร้องเสียงดีมากฝีมือจากวง Sleeping Sheep มารับหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้ แค่เห็นรายชื่อสมาชิกก็คงพอจะบอกได้แล้วว่ามีความเก๋าเกมในวงการดนตรีกันมาระดับไหน

ก้าวย่างครั้งใหม่ของพวกเขาบนเส้นทางดนตรี เริ่มต้นกันที่เพลง “อย่ามาหลอกหลอนฉันอีก” ภายใต้การทำงานร่วมกับค่าย Me Records จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย วันนี้พวกเราบุกรังผี ไปนั่งพูดคุยและทำความรู้จักกับพวกเขาในแบบฉบับของวง Ghost ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับโปรเจ็กต์เก่าที่เคยทำกันมาเมื่อในอดีต มารู้จักกับผีตัวนี้ไปพร้อม ๆ กันได้เลยครับ


วง Ghost รวมตัวกันได้ยังไง

เก่ง: สืบเนื่องมาจากตอนแยกวงเก่า ผมกับพี่โอ่งยังอยากทำงาน อยากเล่นดนตรีอยู่ คุยกันสองคนว่าทำกันต่อดีกว่า อย่างแรกกก็ต้องหาบุคลากรมาเข้าวง ประกาศหาออดิชั่นมือกลองก่อนก็มีหลาย ๆ คนสนใจติดต่อเข้ามา หนึ่งในนั้นก็คือพี่หนีดติดต่อมาด้วย ก็ให้ออดิชั่นนะ เช็คของกันก่อนว่ายังอยากเล่นกับเราด้วยหรือเปล่า เขาเล่นเป็นยังไงบ้าง สุดท้ายก็สรุปกับพี่โอ่งว่าเอาพี่หนีดเล่น หลังจากนั้นก็ส่วนของนักร้อง คนที่คิดขึ้นมาได้ก็คือพี่เอกเลยในใจเพราะว่าโดยส่วนตัวแล้ว Sleeping Sheep กับพวกเราจะสนิทกันอยู่แล้วเป็นเพื่อนกันนานแล้ว มีครั้งนึงได้ไปดูคอนเสิร์ต Sleeping Sheep หลังจากเขาหยุดเล่นไปนาน เจอเอกอีกครั้งแล้วเห็นเอกร้อง เห็นเอกร้องบนเวทีแล้วก็รู้สึกชอบรู้สึกถูกใจ แต่วันที่คิดถึงเอกขึ้นมาก็ยังไม่ได้บอกพี่โอ่งพี่หนีดว่าเลือกเอก ก็ไปหาคนอื่นมาให้เขาลองฟังดูหรือร้องดูได้เจอคนอื่น แต่ก็ยังไม่มีใครถูกใจ ก็เลยบอกโอ่งไปว่า เนี่ยจริง ๆ แล้วที่คิดถึงคนแรกเลยก็คือเอก หลังจากนั้นก็เลยติดต่อเอกไป แล้วนัดเอกมาเจอกัน

ขอถามพี่หนีดบ้าง ช่วงที่พี่หนีดหายไปจากวงการดนตรีไป ไปทำอะไรมาบ้างครับ

หนีด: ก็ทำเกี่ยวกับดนตรีด้วย แล้วก็มีงานพวกศิลปะ พวกสักอะไรพวกนี้ด้วยบ้างนิดหน่อย ก็ยังอยากเล่นดนตรีอยู่ ก็เห็นสองคนนี้เขาเปิดออดิชั่นก็เลยไปซักหน่อย เทสต์ดู ก็ไม่รู้จะได้รึเปล่า ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เฮ้ย ได้ด้วยเว้ย แล้วด้วยความเป็นเพื่อนกันมันคุยกันง่ายกว่า

อิทธิพลทางดนตรีของวง Ghost ได้รับอิทธิพลจากวงอะไรบ้างครับ

โอ่ง: ต้องบอกว่าวงนี้เป็นวงที่ไม่ได้มี reference ในการทำเพลง แต่ว่าโดยส่วนใหญ่จะเกิดจากไอเดียของสมาชิกในวง ถ้ามถามว่าอิทธิพลจากวงไหนก็น่าจะเกิดจากความชอบแต่ละคนมากกว่าแล้วมารวมกัน เพราะว่า ตอนเปลี่ยนจาก AB Normal มาเป็นวงนี้ ผมกับเก่งก็คุยกันเลยว่าอยากทำอะไรที่มันแบบที่มันเต็มกว่าที่เคยทำคุยกัน อยากทำอะไรที่เราสามารถเล่นได้อันไหนที่มันโอเคกับเราหรือว่าพอดีกับที่เราเล่น ก็อยากจะใส่ลงไปในดนตรีของวงนี้ ก็เลยต้องมีขั้นตอนออดิชั่นเกิดขึ้นเพราะว่ามันต้องคุยกันเรื่องทิศทางของวง ถ้าถามว่าแนวเพลง… น่าจะเป็นความชอบที่เอามารวมกัน

มาอยู่สังกัด Me Records ได้ยังไงครับ

โอ่ง: ก็ต้องย้อนไปตั้งแต่ที่ตอน AB Normal หายไปช่วงนึงใหญ่ ๆ แล้วกลับมารวมกันอีกครั้ง ตอนนั้นฟองเบียร์ยังทำค่าย Me Records ที่อยู่กับทาง Grammy ก็ได้ชวนวงกลับมาเริ่มทำงานใหม่อีกครั้งนึง ตอนนั้นก็มีสัมพันธ์อันดีตั้งแต่ตอนนั้นนะ ก่อนหน้านั้นด้วย ตั้งแต่ก่อนช่วงที่หายไปจนกลับมารวมอีกครั้งนึง อย่างที่บอกว่าคุยกันง่ายด้วย เคยทำงานร่วมกันมาหลายเพลงแล้ว คราวนี้พอเราเริ่มฟอร์มวงเสร็จปุ๊บก็เลยนึกถึงเบียร์คนแรก ก็เลยนำไปเสนอว่าเนี่ย ผมกับพี่เก่งฟอร์มวงกันใหม่นะ ได้สมาชิกเป็นพี่หนีดพี่เอกแล้ว ซึ่งเบียร์ก็โอเคเลย ยินดีเลย ไม่มีปัญหา

ทางวงจะมีอัลบั้มเต็มให้แฟน ๆ ฟังกันไหมครับ

เก่ง: อัลบั้มเต็มนี่ก็คุยกันไว้เหมือนกัน คือตอนแรกหลังจากที่รวมวงกันเนี่ย ตอนที่ไปคุยกับเบียร์ว่าเราจะเอาวงมาเสนอ คุยกับเบียร์เรียบร้อยแล้ว แล้วก็เริ่มทำเพลงแล้วก็มีนัดคุยกันอีกครั้งว่าจริง ๆ เราอยากทำเป็นอัลบั้มเต็มตั้งอยู่แล้วแต่แรก คือความตั้งใจแรกของวงเลยคืออยากมีอัลบั้มเต็ม ทางฟองเบียร์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ตอนนี้เราก็เก็บเพลงของเรามาได้จำนวนนึงแล้วพอสมควร แต่ว่าจะปล่อยเป็นอัลบั้มเต็มเมื่อไหร่ก็ต้องฝากติดตามกันต่อไป

ทางวงคาดหวังกับเส้นทางดนตรีครั้งใหม่ครั้งนี้ยังไงบ้างครับ

เอก: เราก็อยากเป็นวงร็อกหน้าใหม่ที่อย่างน้อย ๆ คนครึ่งประเทศรู้จัก อย่างน้อย ๆ นะครับ [หัวเราะ] 30 ล้าน ครึ่งประเทศก็เยอะนะ [หัวเราะอีก] แต่จริงอยากคาดหวังเกี่ยวกับว่า เค้าเรียกว่าไรอะ… income… รายได้อะไรพวกนี้เหมือนกัน แต่ว่ายุคสมัยนี้มันคาดหวังกันไม่ได้แล้ว เราก็คาดหวังกับสื่อดีกว่า อย่างน้อย ๆ เราก็เป็นวงร็อกในยุคที่ดูเหมือนประเทศไทยมันขาดวงร็อก เพราะฉะนั้นมันก็น่าจะเป็นอะไรที่คาดหวังแล้วก็น่าจะสมหวังได้ง่ายกว่าทางอื่นอะนะ

ทางวงรู้สึกยังไงบ้างครับที่ซิงเกิลแรก “อย่ามาหลอกหลอนฉันอีก” ได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี

เอก: อันนี้ส่วนตัวเลย พวกผมไม่แน่ใจพี่ ๆ เค้ารู้อยู่แล้วหรือว่าเค้าคะเนไว้ได้อยู่แล้วรึเปล่าว่าจะต้องเป็นแบบนี้ แต่ของผมเองอ่ะ บอกตรง ๆ ผมไม่คิดอ่ะว่ามันจะเป็นแบบนี้ ไม่คิดว่าจะมีคนรอฟัง แล้วก็ไม่คิดว่าแฟน ๆ ของทางผมเองหรือทางของพวกพี่ ๆ เขาเองจะไม่รังเกียจเดียจฉันอ่ะ จะตอบรับเป็นอย่างดี เอ่อ เพื่อน ๆ นักดนตรีส่วนใหญ่คือจริง ๆ มันจะต้องมีนะไอนักดนตรีที่แบบ… ก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า อะไรงี้ แต่กลับกลายเป็นว่าคนที่เป็นเพื่อนนักดนตรีด้วยกันก็กลายเป็นชอบ หรืออย่างน้อย ๆ คนที่ไม่ได้ชอบก็ไม่แสดงออก ก็ดี ๆ ก็ถือเป็นก้าวแรกที่ได้กำลังใจมาเยอะเลยครับ

สำหรับตัวเนื้อเพลงต้องการสื่อสารถึงใครโดยตรงรึเปล่าครับ

เอก: ถ้าเนื้อเพลงคงไม่ครับ จริง ๆ เนื่อเพลงคงจะทำให้มันเกี่ยวข้องกับชื่อวง สอดคล้องกับชื่อวง แล้วก็วางเนื้อหาให้มันเข้าถึงคนในจำนวนมากได้ง่าย

ขั้นตอนในการทำเพลงเริ่มจากวัตถุดิบส่วนไหนก่อนครับ

โอ่ง: ถ้าเกิดเพลงนี้เนี่ยก็เริ่มจากคอร์ดกีตาร์ที่มันขึ้นมาตรงท่อนอินโทรก่อน ก็คือเล่นแล้วได้ชุดคอร์ดนี้มาก่อน คราวนี้พอได้คอร์ดนี้มาก็เอามาแจมกันครับ ก็คือบอกเพื่อนว่า เฮ้ย มีไอคอร์ดชุดนี้อยู่นะ ลองมาปะติดปะต่อให้เป็นเพลงดู นั่นคือจุดเริ่มขึ้นมา

ช่วงปีที่ผ่านมาสมาชิกแต่ละคน ฟังผลงานของใครบ่อย ๆ บ้างครับ

เก่ง: คำถามนี้หนุกดีว่ะ… ฟังบ่อยสุดเพลงป๊อบทั้งนั้นเลย ผมสายป๊อบ ก็เอาจริง ๆ ที่ฟังบ่อย ๆ ช่วงล่าสุดละกันครับ น่าจะเป็น Bruno Mars นะ ชุดใหม่เป็นคนชอบอะไรที่มันแบบ… ชอบกรูฟดนตรีแบบนี้ จะพยายามศึกษาแล้วก็หาฟังว่าสิ่งที่เขาใช้ในเพลงสไตล์แบบนี้มันมีอะไรสอดแทรกอยู่บ้าง

หนีด: ของผมฟัง Daft Punk ฟังกรูฟมันเฉย ๆ แบบจังหวะมันง่าย แต่ว่าลึก ๆ มันยากเหมือนกันนะครับ เล่นให้มันมีกลิ่นอารมณ์แบบนี้ออกมาได้ มันเป็นดิสโก้หน่อย

เอก: จริง ๆ ฝั่งอเมริกันนี่ค่อนข้างห่างหายไปช่วงหลัง ๆ ผมจะไปฟังเป็นซิงเกิล ๆ นะ นิสัยผมแบบว่าไม่ค่อยตามเป็นผลงานทั้งก้อน แต่ถ้าเพลงไหนซิงเกิลไหนมันปังกับตัวเอง ผมก็จะแบบ เฮ้ย ชอบว่ะ เขาเป็นแบบเนี่ย อย่างเพลงของวง Young the Giant ชอบ “Crystallized” มั้งแล้วก็วง Walk the Moon เพลง “Different Colors”

โอ่ง: ของผมนี่เท่าที่ดูมีเพลงเก่า ๆ กระจัดกระจาย กีตาร์ฮีโร่มีหมด เอาเป็นว่าที่ซื้อล่าสุดน่าจะเป็น Yngwie กลับมาฟัง Yngwie เฉยเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรกลับมาฟังมาซื้อฟังก่อนหน้านี้ไม่ได้ฟังแนวแบบนีโอคลาสสิค สมัยที่เขารุ่งเรืองเนี่ยไม่ชอบเลย ไม่ชอบอะไรที่เป็นแพทเทิร์นที่เป็นแบบอย่างนั้น เมื่อซักก่อนหน้านี้มาฟัง เฮ้ย มันมีบางอย่างที่มันเจ๋ง อาจจะเป็นเพราะว่าได้เห็นเขาเล่นในคอนเสิร์ตที่มันรวมกับพวก Steve Vai แต่ก่อนชอบ Steve Vai มีความรู้สึกว่า ไอสองคนนี้ใครแม่งเก่งกว่ากันอะไรงี้ แล้วมันก็เป็นในยุค 20 ปีที่แล้วมันแทบจะไม่มีอะไรที่ทำให้เขามาเล่นด้วยกันได้เลย อาจจะเป็นเพราะแบบทั้งฝีมือที่แตกต่างกันมากหรือว่าเก่งพอกัน จำได้ว่าดูในยูทูบเมื่อซักปีที่แล้ว มันมีคอนเสิร์ตที่เขามรวมกันแล้วเล่นกันจะ ๆ สมัยก่อนส่วนตัวชอบ Steve Vai และคิดว่า Steve Vai เจ๋งกว่า แต่พอได้เห็นเล่นกันบนเวทีจริง ๆ เริ่มรู้สึกว่าเอียงไปทาง Yngwie ก็เลยฟัง

สมาชิกของวงแต่ละคน มีวงดนตรีหรือนักดนตรีคนไหนที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ชีวิตเราอยากจะเล่นดนตรีต่อไปครับ

โอ่ง: จริง ๆ Richie Kotzen ก็มีส่วน เพราะว่าเขาเป็นหนึ่งคนที่ขยันทำงานมาก เท่าที่ตามเขามาจากยุคที่เขาเป็นกีตาร์ฮีโร่ ก็ค่อย ๆ พัฒนาตัวเองร้องเพลงด้วย เป็นคนชอบร้องเพลงด้วย ก็พัฒนาตัวเองมาเรื่อย ๆ แล้วก็ทำงานทำอัลบั้มตัวเองต่อเนื่องมาก ๆ ก็เลยมองว่าคนนี้เป็นคนที่แบบมีความขยันแล้วก็ทำงานต่อเนื่องครับผม

หนีด: ตอนนี้ไอดอล Gun N’ Roses จริง ๆ ผมชอบ Slash เห้ยทำไมวงนี้มันเป็นร็อกแอนด์โรลมันเล่นกันมันมาก ทำให้เรายิ่งฟังยิ่งฮึกเหิม ตอนนี้ก็ยังฟังอยู่ก็เลยเอาวงนี้แหล่ะ ไอดอล

เก่ง: คนนี้จริง ๆ เป็นไอดอลมานานแล้ว ก็ยังชอบอยู่ Duff McKagan [มือเบส Guns N’ Roses] จริงชอบลุคเขาอยู่แล้ว ชอบวิธีการเล่นที่มันไม่ซับซ้อนแต่ว่ามันคุบวงทั้งหมดได้ดี ก็เลยชอบเขา เลิกเหล้าด้วย ใช้ชีวิตดี เป็นสิ่งเดียวที่พี่เก่งยังทำตามไม่ได้ (ฮา)

เอก: ยกไอดอลคนล่าสุดของผมละกันครับ เขาเป็นไอดอลผมมาประมาณ 3 – 4 ปีแล้ว Freddy Mercury ครับ เรารู้สึกว่าเราพึ่งมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเขาได้เอาตอนที่เขาไม่อยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะในโลกนี้ตอนนี้มันมียูทูบก็ได้ครับ ผมก็เลยตามไปดูผลงานของเขา แล้วก็เริ่มดูถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ มันทำให้เห็นว่าเขาเอาคนเป็นแสนอยู่ได้ด้วยพลังของเขาเพียงคนเดียว แถมยังมีบุคลิกที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ของการเป็นนักร้องนำเป็นฟรอนต์แมนเลย ยังไม่เคยเจอใครแบบเขา รวมถึงการใช้ชีวิตของเขา รวมถึงความเป็นเกย์ของตัวเขา ซึ่งรวมในการใช้ชีวิตของเขาด้วย เขาก็ชัดเจนในตัวเองแล้วก็ไม่ปกปิด เปิดเผยแม้กระทั่งอยู่ในชีวิตของเขาหรือว่าเอาชีวิตของเขาขึ้นมาใช้บนเวที ทุกอย่างมันดูทรงพลังไปหมด นี่ยังไม่นับถึงเสียงร้องของเขาเลยนะ ไม่เคยเจอเสียงประเภทไหนที่แบบแม่งทรงพลังได้ขนาดนี้ คือเขาน่าจะเป็นนักร้องร็อกที่มีความเป็นโอเปร่าอยู่ในตัวคนเดียวเลยมั้ง ก็เลยรู้สึกว่านี่แหละ ไอดอล ด้านการใช้ชีวิตด้วยครับ ผมน่าจะเอาชีวิตอย่างเขา ยกเว้นการตายนะ ไม่ดี

สมาชิกแต่ละคนเริ่มรู้จักเพลงร็อกได้ยังไงครับผม

เอก: เป็นคำถามที่ดีนะเพราะว่า จริง ๆ แล้วเพลงมันมีหลายแนวมาก แล้วมันก็จะพุ่งเข้าหูมาทุกแนว ทุกทาง ในตลอดเวลาของเรา แต่เพลงร็อกเท่าที่จำได้เท่าที่เข้าหูมา ก็คงเป็นเพลงร็อก ในยุคที่คนไทยได้ฟังเพลงร็อกพร้อม ๆ กัน ในยุคของไมโคร ในยุคของบิลลี่ โอแกน นี่คือที่สุดของผมแล้ว ของศิลปินไทยที่เป็นทั้งไอดอลเป็นทั้งนายแบบ นักแสดง ดูเหมือนมันครบอ่ะ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนักแสดงมาก่อน แล้วก็ถูกจับมาร้องเพลง เหมือนในยุคที่นิยม ๆ เอานักแสดงมาจับปั้นเป็นดารา เป็นนักร้องร็อก ผมรู้ว่าเขามีทั้งความเท่แล้วก็มีเสียงเป็นเอกลักษณ์ คนที่จับพี่บิลลี่มาทำคนแรกโคตรเก่งจริง ๆ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นสเต็ป ๆ มาล่ะฮะ แต่เอาแรก ๆ ก็เป็นพี่บิลลี่แหล่ะ

โอ่ง: ของผมนี่น่าจะเป็นเพราะว่ารุ่นพี่มากกกว่า ญาติกัน ลูกพี่ลูกน้องไรเงี้ย เขาโตกว่าเราซัก 4 ปี 5 ปี เวลาไปนอนบ้านเขา เขาจะมีเทปจำได้พวกโปสเตอร์ Scorpions อะไรยุคนั้น แล้วเขาก็เปิด เราก็ฟังไม่รู้เรื่องหรอกตามประสาเด็ก แต่จำได้ว่ามันร้องเสียงสูง ๆ กีตาร์เสียงสนั่น ๆ อันนั้นน่าจะเป็นครั้งแรกที่เริ่มรู้ว่าที่เราเห็นโปสเตอร์เห็นท่าทางบนเวที ตอนนั้นไม่ได้คิดว่ามันคือร็อก ตอนสมัยนั้นรู้สึกเหมือนเป็นกายกรรม เหมือนเป็นการแสดง แต่นั่นน่าจะเป็นจุดแรกที่ทำให้ได้ยินอะไรที่มันเป็นเสียงดัง ๆ เสียงครึกโครม น่าจะเป็นจุดเริ่ม

หนีด: ของผมนี่เป็นมือกีตาร์ของวง Sleeping Sheep ครับ เป็นเพื่อนกันมาก่อนสมัยเรียน ชื่อเอกครับ เขาเอาเทปวง Gun N’ Roses, Metallica, Megadeth พวกอะไรแบบหนัก ๆ เอามาให้ฟัง เราก็เห้ย อูหู มันหนักมากเลยนะ ตอนเราก็แบบเห้ย เอางี้เลยเหรอ เล่นกันแบบนี้เลย ตอนนั้นก็เล่นดนตรีอยู่บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ กับเขาด้วย นั่นแหล่ะคนนี้เป็นจุดประกายที่ทำให้เราแบบอยากเล่นดนตรีขึ้นมา อยากเล่นร็อกขึ้นมา

เก่ง: ของผมน่าจะเป็นตอนสมัยเด็ก ก็คล้าย ๆ กับพี่โอ่งเพราะว่าบ้านอยู่ใกล้กัน แล้วพี่เป็นรุ่นน้องในหมู่บ้าน ในหมู่บ้านก็จะมีพี่ พี่โอ่ง พี่โต ซิลลี่ฟูลเก่า พวกนี้ก็จะมีเพลงนู้นเพลงนี่มา เราเป็นเด็กเราก็แบบ หูย พอเห็นรุ่นพี่มีเพลงอะไรมาฟังเราก็เลยเอามาลองฟัง ฟังแล้วมันก็สึกดี มันสนุก แล้วมันก็เป็นการเริ่มต้นของการเล่นดนตรีช่วงแรก ๆ ของพวกพี่ด้วย เพราะว่าเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านจะเป็นรุ่น ๆ เดียวกันหมด ก็จะตั้งวงดนตรีกันเล่นกันตั้งแต่สมัยประถม ม.1 ก็เล่นด้วยกันมาตลอด

ที่เห็นพี่ถ่ายรูปกับพี่โตนั่นคือเล่นดนตรีด้วยกันใช่ไหมครับ

เอก: ใช่ครับ ๆ หมู่บ้านอะไรน่ากลัวมาก (ฮา)

แล้วช่วงที่เล่นกับพี่โต เล่นเพลงคัฟเวอร์หรือเพลงอะไรประมาณไหนครับ

โอ่ง: เล่นเพลงคัฟเวอร์ จริง ๆ ตอนนั้นก็เริ่มเขียนเพลงกันไว้ด้วยนะตอนนั้น แต่ตอนนั้นมันวัยรุ่นมากเป็นแค่อยากสนุกอย่างที่บอก ก็ทำแล้วก็ไปซ้อมไปเล่น มีงานอะไรก็ไปเล่นอะไรประมาณนั้นครับงานเพื่องานอะไรแบบเนี่ย

เคยคิดกันไหมครับว่าถ้าทุกวันนี้ไม่ได้เล่นดนตรี ชีวิตของทุกคนจะไปทำอะไรกันครับ

โอ่ง: ตอบยากเหมือนกันเพราะว่า ถ้าไม่เล่นดนตรีเลยนี่ก็ ตั้งใจเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียนอยู่แล้วด้วย ไม่รู้จะทำอะไรเลยอ่ะ จริง ๆ ถ้าเกิดไม่เล่นดนตรีต้องย้อนว่า ก็อาจจะ ผมว่าสไตล์แม่งอาจะเป็นแบบพนักงานบริษัทอะไรเลย

เก่ง: คิดภาพไม่ออก เพราะว่ามันริ่มเล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็กกันแล้ว

โอ่ง: ต้องบอกว่าตอนที่เริ่มเล่นดนตรี มันเป็นการเลือกระหว่างเรียนหนังสือกับเล่นดนตรี ตอนนั้นอาจจะคิดสั้นก็ได้นะ พออยากเล่นดนตรีคือไม่อยากเรียนหนังสือเลย ถ้าถามว่าตอนนั้นไม่ได้เล่นดนตรี ไม่ได้สัมผัสกับดนตรีก็อาจจะเรียนจบหนังสือปกติ ก็อาจจะเป็นพนักงานบริษัทที่ใช้ชีวิตเรียบ ๆ น่าจะเป็นอย่างนั้นไปเลย

เอก: น่าจะเป็นไปได้ที่สุดก็ตามสายที่เรียนมาคือทำงานเบื้องหลังเกียวกับวงการบันเทิงตามสายนิเทศน์มา น่าจะเป็นไปได้ที่สุด แต่ถ้าตัดไปเลยไม่เกี่ยวกับพวกนี้ ผมคงเป็นพวกขายน้ำเต้าหู้ ขายปาท่องโก๋ก็ได้ คือใจตอนนี้มันชอบที่จะทำธุรกิจค้าขาย แต่ว่าค้าขายในโปรเซสที่มันไม่ต้องวุ่นวายมาก ขายชิ้นเดียวอย่างเดียวไม่ได้แบ่งซอย ชอบระบบแบบนี้

หนีด: คงเป็นศิลปะ เพราะว่าเรียนศิลปะมาด้วย ตอนนี้ก็ทำเกี่ยวกับด้านสัก ก็ถ้าไม่เล่นดนตรีก็ทำอันนี้ละกัน อยู่กับศิลปะอยู่กับแบบนี้ดีกว่า

เก่ง: ของผม จริง ๆ ถ้านับตั้งแต่เด็กผมทำงานมาหลายอาชีพเหมือนกันนะ บอกยากอ่ะ ผมแค่รู้สึกว่า ถ้าทำได้ทุกอย่าง ถ้าเราสนใจอะไรในช่วงเวลานั้น ๆ จะพยายามอยู่กับมันและทำมันให้ได้

โอ่ง: อันนี้เห็นด้วยเพราะเก่งมันเป็นคนนึงที่พูดได้เต็มปากว่าเก่งสมชื่อ จริง ๆ ตั้งแต่รู้จักกันมา จะเรียกว่าอวยก็ได้ ตั้งแต่รู้จักตั้งแต่เด็กมา เวลามันสนใจอะไรหรือเวลาทำอะไร มันจะเร็วกว่าเพื่อน สนใจอะไรก็จะเข้าไปขลุก เป็นผู้นำได้ แม้กระทั่งของวงด้วย ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แล้ว

มีอะไรอยากฝากถึงนักดนตรีรุ่นใหม่บ้างครับ

หนีด: ก็อยากฝากนักดนตรีทุกคนให้แบบว่า ให้รู้จักเคารพผู้ใหญ่ สมัยนี้แบบว่าแข่งขันกันคนนั้นเก่งคนนี้กูแก่ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่แบบเป็นกลุ่มก้อนรักกันดี เดี๋ยวนี้แบบอีโก้

โอ่ง: กูก็เห็นมันไม่เคยรักกันตั้งนานแล้วนะ

เก่ง: เขาไม่รักก็เพราะมึงคนเดียวรึเปล่า [หัวเราะ]

หนีด: อยากให้แบบเป็นพี่น้องกัน แลกเปลี่ยนนั่งคุยกันดีกว่า เราเล่นดนตรีเหมือนกัน เรามาแลกเปลี่ยนอะไรที่เราไม่รู้เราก็บอกกันได้

โอ่ง: ก็ต้องฝากว่า จริง ๆ เหมือนฝากตัวเองด้วยแหล่ะ เวลาที่อยากจะทำอะไรอ่ะ แม้กระทั่งเรื่องดนตรีหรือเรื่องงานอื่น ๆ ก็ให้โฟกัสสิ่งที่อยากจะทำจริง ๆ ก่อน แม้กระทั่งตัวพี่เองก็คิดอย่างนั้นในการเริ่มต้นวงใหม่เนี่ย ก็คิดอย่างนั้นว่าเราอยากจะทำอะไร อยากทำวงอยากเล่นดนตรีแบบไหน หรือว่าอยากจะทำอยากประกอบอาชีพอะไรก็ตาม ให้คิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำ เคยได้ยินคำพูดนึงว่าบางคนที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่รัก แล้วเขาเลือกทำในสิ่งที่เขาไม่ได้รัก เพื่อต้องการแค่ให้มันอยู่รอด แต่วันนึงไอสิ่งที่เขาไม่ได้รักแม่งอาจจะทำให้เขาผิดหวังก็ได้ อาจจะทำให้เขาไม่สำเร็จในสิ่งที่เขาต้องการก็ได้ แล้วทำไมมึงไม่เสี่ยงทำในสิ่งที่มึงรักไปเลยวะ ก็เลยนึกถึงแค่เนี่ย อยากให้น้อง ๆ นักดนตรี สมัยนี้มันมีช่องทางมากมายที่จะทำให้งานของน้องมันได้นำเสนออย่างง่ายกว่าในอดีต อาจจะไม่ต้องพึ่งค่ายไม่ต้องพึ่งอะไรเลย เพียงแต่ว่า ให้โฟกัสว่าสิ่งที่อยากทำอ่ะ แม่งกูอยากอันนี้จริง ๆ แล้วทำไปเลย แล้วอะไรเรื่องที่จะกลับมาแม่งเป็นผลกำไร คิดแค่นั้นพอ ขอให้มีความสุขในสิ่งที่ตั้งใจทำ

เก่ง: เอาจริง ๆ ผมทำวงมาหลายวงนะ แต่ว่าทุกวงทุกครั้งที่รู้สึกก็คือพยายามคิดว่าวงเนี่ยมันเป็นครอบครัว [โอ่ง: ใครเขาจะเป็นครอบครัวกับมึง เขาก็ทิ้งมึงหมดแหละ] แต่วงนี้ก็ยังคิดแบบนั้นแบบเดิมอยู่ ถ้าจากที่เห็นยุคเนี่ย ยุคใหม่เนี่ย เหมือนเขาเล่นคนเดียวกันอ่ะ เหมือนใช้ชีวิตในยูทูบนั่งคัฟเวอร์หรือใช้เสิร์ชหาวงแล้วเข้าไปอยู่เลย อยากให้น้อง ๆ คิดถึงแบบความสัมพันธ์ของคนในวง ว่าแต่ละคนเป็นยังไง รู้นิสัยใจคอกันจริง ๆ สิ่งนี้มันจะทำให้การเล่นดนตรีของทุกคนจะสนุกขึ้น

เอก: ถ้าจะฝากอะไรกับนักดนตรีที่จะเป็นคลื่นลูกใหม่เข้ามานะครับ คือในยุคสมัยนี้เราสามารถที่จะฟังผลงาน ไม่ว่าจะเป็นชั้นดีหรือว่าชั้นธรรมดาติดดินได้จากทุก ๆ มุมโลก เพียงแค่คุณมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต จากในมือคุณด้วย เพราะฉะนั้นผลงานทั้งหลายเหล่านั้นเนี่ย มันจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ เอาให้มันมาเป็นแรงบันดาลใจ อย่าไปลอกเขา มันมีตัวอย่างให้เห็นหลายอย่าง ผมพยายามที่เคยร้องเรียนไปถึงต้นเพลงของศิลปินท่านนึง ที่โดนศิลปินไทยดัง ๆ ในบ้านเรา ไปลอกเขามา ผมเริ่มต้นด้วยการที่ผมไม่รู้ว่า เขาไปซื้อลิขสิทธิ์มารึเปล่า ผมไปถามศิลปินคนนั้นตรง ๆ ปรากฏทุกอย่างมันเงียบนะ แต่ถึงแม้ศิลปินต้นฉบับจะเงียบ ศิลปินของเราเองจะเงียบ แต่คนฟังทุกคนมันรู้ คนฟังทุกคนได้ยินและว่าเพลงสองเพลงนี้มันมีความเหมือนกัน เพราะฉะนั้นความเสียหายมันเกิดขึ้น มันเหมือนทั้งถูกดูถูกแล้วก็ทั้งถูกตบหน้า ถ้าเกิดคิดจะทำเพลงอย่าดูถูกตัวเองแล้วก็คนฟัง ขอแค่นี้

พี่เอกจะมีผลงานของ Sleeping Sheep ให้ฟังด้วยไหมครับ

เอก: ถ้าจะมีน่าจะมีมาในรูปแบบของเป็นการเล่นคอนเสิร์ตหรือปาร์ตี้อะไรกันมากกว่า หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อาจจะเข้ามาในรูปแบบของไดไปเล่น ไปพบเจอสังสรรค์กัน แต่ว่าผลงานชิ้นใหม่น่าจะยังไม่มี เพราะว่าทางวง Sleeping Sheep ก็ต้องเปิดทางให้ผมได้ทำกับทาง Ghost ก่อน ต้องขอบคุณทั้งทางของ Sleeping Sheep แล้วก็ทางค่ายของ Ghost ด้วยนั่นก็คือ Me Records ผู้ใหญ่ใจดีมาก

สุดท้ายแล้วอยากให้ทางวงฝากผลงานแล้วก็ช่องทางติดต่อของวงด้วยครับ

ทุกคนในวง: ช่องทางดาวน์โหลดนะครับนะครับ อันนี้ *492 222 234 กดโทรออก แล้วก็ทาง iTunes, ทาง YouTube ดูได้ทางช่อง Me Records, อินสตาแกรม: @ghostandrun ครับตรงตัวครับ ถ้าสลับกันจะเป็น Gun N’ Roses ครับ (ฮา) เพจวงก็เสิร์ชในเฟซบุ๊ก Ghost Band ก็จะเจอเลยครับ ด้วยความที่ประวัติของสมาชิกวง Ghost เนี่ยมันช่างมีมายาวนานเหลือเกิน เพราะฉะนั้นมันจะมีเพลงติดตัวกันมา แต่ต้องถือว่าวง Ghost เป็นวงใหม่ แต่เราจะมีไลฟ์โชว์ มีการเล่นในสถานที่ต่าง ๆ ไม่นานนี้แน่นอน แล้วเพลงที่จะบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของพวกเราเนี่ยเราุจะเอามาใช้กับโชว์ของพวกเราด้วย เพราะฉะนั้นถ้าใครได้อ่านบทความนี้หรือได้ฟัง ไม่รู้จะออกมาในรูปแบบไหนนะ เตรียมตัวไว้ครับ คุณจะไม่สนุกเฉพาะแค่โหลดเพลงมาฟังหรือดูจากยูทูบหรือไลน์ทีวีเท่านั้น คุณมาเจอกับเราสด ๆ จะโคตรมันแน่นอน


เป็นอีกหนึ่งวงร็อกคุณภาพที่ควรจะติดตามกันนะครับ ซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมายังยอดเยี่ยมขนาดนี้ ชักจะตื่นเต้นที่จะได้ฟังผลงานชิ้นใหม่ของพวกเขาในอนาคตแล้วสิ รีบกลับมาหลอกกันไว ๆ นะครับ!

Thanajed Winaighunpong : เรื่อง •
Kawin Trananthasin : ภาพ •
Saiyidgurus Archigu Limanun : ถอดเทปฯ •

SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page