จำกันได้หรือเปล่าครับว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว เราทำอะไรกันอยู่ บางคนก็ยังเรียน บางคนก็ยังเป็นเด็กน้อย หรือบางกลุ่มก็เพิ่งเข้าวัยทำงาน ช่วงนั้นเป็นยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเว็บบอร์ดต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์ Myspace และ hi5 (Facebook ยังไม่บูมเท่าตอนนี้) และเป็นยุคที่วง Sweet Mullet คลอด Light Heavyweight อัลบั้มเต็มชุดแรกของวงออกมาอย่างเป็นทางการ

โดยส่วนใหญ่แล้วคนฟังเพลงร็อกจะเริ่มรู้จักกับ Sweet Mullet ในอัลบั้มโปรเจ็กต์ Showroom 1 (ปกสีแดง) กับเพลง “ตอบ” เพลงนี้ทำให้พวกเขาและวง Retrospect (ที่ทำเพลง “ไม่มีเธอ” ในอัลบั้มเดียวกัน) ถูกคนฟังเพลงร็อกรุ่นใหม่จับตามองกันอย่างหนัก จากเพื่อนนักดนตรีกลุ่ม Screamlab ก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินอาชีพภายใต้สังกัด genie records ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายพวกเขามาก ๆ กับการนำแนวดนตรีที่ถือว่าเข้าถึงยากและใหม่ในระดับหนึ่งมาป้อนให้กับตลาดเพลงไทย และเปลี่ยนจากการทำงานอิสระมาอยู่ภายใต้ค่ายเพลงที่มีกฎเกณฑ์และข้อบังคับชัดเจน แตกต่างจากสมัยทำอีพีชุด Panaphobia สมัยยังเป็นวงดนตรีไร้ค่ายในระดับใต้ดิน

ไฮไลต์สำคัญก่อนที่จะออกอัลบั้มนี้คือการที่ทางวงได้ไปเล่นเปิดในคอนเสิร์ตของวง Bodyslam ตอนโปรโมตอัลบั้ม Believe สร้างชื่อเสียงเรียกน้ำย่อยกับแฟนเพลงกันก่อน แต่ก็ต้องรอคอยอยู่หลังฉากนานถึงกว่าสองปีกว่าจะได้คลอดผลงานนี้มาให้เราได้ฟังกัน ซิงเกิลแรก “เพลงของคนโง่” ผมได้ฟังผ่านคลื่นวิทยุ Hotwave ดนตรีสไตล์บัลลาดช้า ๆ แฝงด้วยความเกรี้ยวกราดในตัวเอง ถือเป็นการเกริ่นนำเปิดตัววงได้น่าสนใจทีเดียวครับ ก่อนหน้านี้คนฟังเพลงร็อกตลาดในเมืองไทยเริ่มคุ้นเคยกับเสียงสำรอกกันบ้างแล้วจากอัลบั้ม Unleashed ของวง Retrospect ที่ปล่อยออกมาตีตลาดก่อน

เมื่ออัลบั้ม Light Heavyweight ถูกปล่อยออกมาให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการบนแผงซีดีทั่วประเทศ (พร้อมกับเปิดตัวมือกีตาร์คนใหม่ “แป๊ป” ที่เข้ามาแทน “วีน”) ซิงเกิลมัน ๆ อย่าง “หลอมละลาย” ก็แสดงให้เห็นถึงตัวตนและจิตวิญญาณของวงที่ยังคงหนักแน่นในแนวทางอย่างครบถ้วน ความดุดันแบบสครีโมชัดเจน อัลบั้มนี้ถือว่าทำเพลงออกมาได้ติดหูและลงตัวมาก คนที่ดูแลงานเบื้องหลังให้คือพี่ โน่-ดนัย ธงสินธุศักดิ์ โปรดิวเซอร์มือดีที่ร่วมงานกับวงร็อกเมืองไทยมาแล้วมากมาย อัลบั้ม Light Heavyweight ถือว่าครบรสมาก หลากหลายโหมดมีมาให้เลือกสรร

• โหมดหนักแน่น: “ไต่เย้ยนรก” ได้พี่เอ๋ Ebola มาร่วมกันสำรอกด้วย, “กลับมาอีกครั้ง”, “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา”, “หลอมละลาย”
• โหมดทำลายล้าง: “ใต้แสงไฟ” ที่นำมาเรียบเรียงใหม่แต่คงไว้ซึ่ง movement ที่ปั่นป่วน, “ลั่น” เพลงที่ระบายความโกรธและเกรี้ยวกราดออกมาได้อย่างสะใจ
• โหมดหวานซึ่ง: “ตอบ” มาในเวอร์ชันเปียโน เพราะไปอีกแบบ
• โหมดเศร้าหมอง: “เพลงของคนโง่”, “หลับข้ามวัน”, “น้ำตา”, “ไกลสุดไกล”

ภาพรมของอัลบั้มคือดนตรีร็อกเมนสตรีมที่ทำขึ้นเพื่อตีตลาดคนฟังเป็นวงกว้างให้เข้าถึงง่าย แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับอัลบั้มนี้ก็คือพวกเขายังคงรักษาตัวตนของตัวเองเอาไว้ได้ ไม่สูญเสียไปกับโลกของ ‘ค่ายเพลงใหญ่’ ที่มักจะมีแนวทางให้เราเดินตั้งแต่แรก Sweet Mullet ยังคงเป็นวงดนตรีวงเดิมเหมือนที่เราเคยรู้จักเมื่อสมัยยังเป็นวงระดับอันเดอร์กราวด์

นอกจากนี้แล้วอัลบั้มนี้ยังสร้างแรงกระเพื่อมและแรงบันดาลใจให้กับนักดนตรีใต้ดินมากมาย เหมือนเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เป็นกำลังใจให้สามารถเดินหน้าต่อในฐานะนักดนตรี ว่าสุดท้ายแล้วเล่นเพลงแนวที่เราชอบถ้าเจ๋งจริงมันก็สามารถใช้ทำมาหากินและมีชื่อเสียงได้ อัลบั้ม Light Heavyweight กลายเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการยืนหยัดอยู่บนเส้นทางธุรกิจดนตรีสุดท้าทาย ที่ไม่ว่าใครก็สามารถพลาดและร่วงหล่นกันได้

10 ปีผ่านไป แต่ซาวด์ดนตรีจากอัลบั้ม Light Heavyweight ของ Sweet Mullet ยังคงก้องกังวาลในโสตประสาทชาวร็อกเสมอ มาร่วมกันย้อนเวลากลับไปสัมผัสความรู้สึกแรกพบกับอัลบั้มนี้กันดีกว่าครับ

อ่านบทสัมภาษณ์ Sweet Mullet ในคอลัมน์ Talk with Me in Hell ได้ที่นี่

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

Co-founder/writer at Headbangkok
นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนHeadbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ
Jeddy Tragedy
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page