Guns N’ Roses “Not in This Lifetime Tour” Live in Bangkok ก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหวังว่าทุกท่านคงจะได้รับความประทับใจกันถ้วนหน้า (ตายตาหลับกันเลยทีเดียว) ไหน ๆ คอนเสิร์ตก็จบไปแล้วแถมมีดราม่าเรื่องเสื้อปะทุกันอยู่ร้อน ๆ ทางผู้เขียนก็เลยอยากจะใส่ไฟเพิ่มให้ทุกท่านมาอ่านบทสัมภาษณ์แสนขมขื่นของ Steven Adler มือกลองผู้โด่งดังฉายา Popcorn ในยุค Appetite for Destruction กัน

เรื่องมันก็เริ่มจากที่ว่ามีตั้งแต่มีข่าวว่าในที่สุด Slash และ Axl Rose สองหน่อหัวหอกแห่งวงร็อคสุดอันตรายก็ยอมวางอีโก้อันใหญ่กว่าขนาดตัวของทั้งคู่ลงแล้วกลับมารียูเนียนกันได้ซักทีหลังจากที่ทุกคนได้เรียกร้องกันมาหลายสิบปี ก็เป็นที่ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันเรื่อยมาว่าการรียูเนียนครั้งนี้จะมีใครกลับมาร่วมด้วยบ้าง ที่ถกกันเยอะที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น Izzy Stradlin และ Steven Adler สองสมาชิกในยุค Appetite for Destruction ที่ได้ออกจากวงไปก่อนใครนั่นเอง

โดยหลังจากนั้นไม่นาน Izzy Stradlin ก็ได้เปิดบัญชี Twitter มาเพื่อคลายความสงสัยต่อแฟน ๆ และเจ้าตัวก็ได้บอกอย่างชัดเจนว่า การรียูเนียนครั้งนี้เขาไม่ได้มีส่วนร่วมใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องก็มาตกอยู่ที่ Steven Adler บ้างก็วิจารณ์กันไปว่า Steven เล่นไม่ไหวแน่นอน บ้างก็ว่าแกฝีมือตกไปแล้ว บ้างก็บ่นว่า Matt Sorum ฝีมือดีกว่า (สรุปว่าพลิกล็อค Matt Sorum ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลยเช่นกัน) และหลังจากนั้นก็ได้มีข่าวออกมาอีกว่า Steven มีอาการปวดหลังทำให้ไม่สามารถขึ้นเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกของวงในวันที่ 1 เมษายน 2016 ได้

“ผมซ้อมมาตลอดเลย ผมซ้อมเพลง 25 เพลงวันละ 2 รอบมาตลอด 2 ปี เพราะตอนที่ผมรู้ว่าการรียูเนียนครั้งนี้มันอาจจะเกิดขึ้น ผมจะพร้อมสำหรับมัน แต่ในการซ้อมครั้งที่สอง ผมกลับเจ็บหลังขึ้นมาได้ซะนี่! ผมเลยต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่หลังจากนั้นผมก็ดีขึ้นมากทีเดียว ผมพร้อมสำหรับโชว์ที่ Troubadour นะ แต่ Duff โทรมาหาผมแล้วบอกว่า ‘นายจะไม่ได้เล่นกับเราอีกแล้วนะ นายจะไม่ได้เล่นโชว์พวกนี้’ แล้วผมก็ดันตอบเขาไปว่า มึงแม่งเป็นมนุษย์ที่แย่ที่สุดในโลกเลยว่ะ แล้วผมก็ตัดสายเขาทิ้ง หลังจากนั้นผมก็พยายามโทรกลับไปหาเขาแล้วทิ้งข้อความไว้ว่าผมขอโทษจริง ๆ ที่พูดแบบนั้นออกไป ตอนที่ผมพูดไปน่ะผมไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก เพราะตอนนั้นผมกำลังคิดว่าเป็นตัวผมเองต่างหากที่แย่”

นอกจากนี้ Steven ยังได้พูดถึงความเข้าใจในตอนแรกที่วงจะให้เขากลับไปร่วมเล่นด้วยอีกว่า

“ผมเข้าใจว่าผมน่ะจะได้เล่นเพลงในอัลบั้ม ‘Appetite for Destruction’, ‘Lies’ แล้วก็ 3-4 เพลงจาก ‘Use Your Illusion’ แล้วหลังจากนั้น Frank Ferrer จะเล่นเพลงของ ‘Chinese Democracy’ และเพลงอื่น ๆ ผมจะเป็นคนเริ่มต้นโชว์ แล้วเขาจะเข้ามาร่วมในตอนกลาง และผมก็จะเป็นคนปิดฉาก ซึ่งผมก็โอเคกับแบบนั้นนะ”

Steven ยังได้พูดเกี่ยวกับ Frank อีกด้วย

“พวกเขามี Frank อยู่แล้ว และพวกเขาก็ไม่ได้ให้โอกาสผมเลย มันจ่ายถูกกว่าด้วยกับการที่จะมีแค่ Frank คนเดียว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้จ่ายอะไรผมเยอะแยะก็ตาม ผมก็ไม่ได้ต้องการเงินมากขนาดนั้นหรอกนะ ผมเล่นเพราะผมอยากจะเล่น ผมอยากเล่นกับพวกเขา ผมอยากเล่นเพื่อแฟน ๆ Frank เป็นมือกลองที่ดีมาก ๆ แต่เขาก็ไม่ได้เล่นแบบที่ Steven Adler เล่น และ Steven Adler ก็ไม่ได้เล่นแบบที่ Matt Sorum เล่น และ Matt ก็ไม่ได้เล่นแบบที่ Frank เล่นเช่นกัน พวกเรามีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่มันเป็นสไตล์ของผมที่อยู่ในอัลบั้มนั้นที่ทุกคนเติบโตและสร้างความทรงจำมาพร้อมกับมัน ตอนที่ Frank เล่นเพลงพวกนั้น เขาไม่ได้เล่นมันอย่างถูกต้อง เขาแค่รักษาจังหวะได้ดีมาก ๆ เอาอย่างงี้นะ พวกเขากำลังเล่น ‘Mr. Brownstone’ กันอยู่ แต่ผมไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังเล่น ‘Mr. Brownstone’ จนพวกเขาเริ่มร้องท่อนคอรัสนั่นล่ะ แล้วผมก็ประมาณว่า ‘นั่น Brownstone เหรอ?’ คุณฟังออกทันทีว่าเป็น Brownstone เพราะผมสร้างท่อนเจ๋ง ๆ ของกลองขึ้นมาไง พวกคุณก็รู้ แต่ก็อย่างที่ผมบอก พวกเราทุกคนมีสไตล์เป็นของตัวเอง”

อ่านมาจนถึงตรงนี้ผู้อ่านก็คงจะสงสารมือกลองคนนี้ไม่มากก็น้อย ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่แน่ใจว่าพี่แกไปทำผิดอะไรกับวงไว้นักหนา แต่…จุดที่ทำให้ผู้เขียนอ่านแล้วถึงกับปรี๊ดแตกบวกกับน้ำตาซึมก็ประเด็นต่อมานี้แหละครับ ผู้อ่านก็อาจจะจำกันได้ว่า Steven Adler ได้ร่วมแสดงกับวงใน 2 โชว์ที่ประเทศอาร์เจนตินา แต่ทุกคนสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่าทำไม Steven Adler ถึงได้เล่นเพียงเพลงเดียวในแต่ละโชว์ ถ้าคุณสงสัย เรามีคำตอบให้ครับ!

“ผมไปถึงที่นั่น ผมมีทั้งภรรยาผม (ซึ่งเป็นชาวอาร์เจนตินา) และครอบครัวของเธอทั้งหมดรวม ๆ กันได้ 9 คนล่ะมั้ง แล้วผมก็อยู่ที่นั่นพร้อมที่จะขึ้นไปเล่นแล้วน่ะนะ แล้ว Axl ก็พูดกับผมว่า ‘หมอนี่มาทำอะไรที่นี่วะ? เขาควรจะมาพรุ่งนี้ไม่ใช่เรอะ?’ ผมก็แบบว่า ‘อะไรนะ? ฉันเพิ่งจะบินมา 15,000 ไมล์นะ’ พวกเขาก็เลยเล่นเพิ่มกันไม่กี่เพลง ผมขึ้นไปบนเวทีแล้วเขาก็แนะนำผม ผมเล่นไปเพลงเดียวแล้วเขาก็ปิดไฟใส่ผมซะอย่างงั้น ผมเดินกลับมาหลังกลองแล้วก็ถามว่า ‘นี่มันอะไรวะ?’ แล้วทีมงานทุกคนก็เดินมาหาผมแล้วก็กอดผม ‘พวกเรารักคุณนะ Steve ไม่เป็นไรนะ’ ผมหมายถึงทึมงานทุกคนเลยนะ ซัก 20 คนได้ล่ะมั้ง แล้วคืนต่อมา ผมก็เล่นอีกเพลงนึง นอกเหนือจากนี้ผมไม่อยากจะพูดถึงมันหรอกนะ เท่าที่ผมรู้ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือผมกับภรรยาได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเธอเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี นั่นล่ะเรื่องดี ๆ เห็นชัด ๆ อยู่แล้วว่าผมเข้าใจผิดไปเองว่าผมจะได้ไปออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แล้วก็ไทย ตอนนั้นผมก็แบบ ‘เอาสิ ฉันอยากไปอยู่แล้ว’ แล้วผมก็มารู้หลังจากนั้นว่าผมเลือกไปได้แค่ที่เดียว ‘นายจะมาออสเตรเลีย หรือนายจะไปญี่ปุ่น หรือไม่ก็ไทย’ ผมก็เลยตอบไปว่า ‘ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก’ แต่ก็นั่นแหละ อย่างน้อยผมก็ดีใจที่ผมได้ทำสิ่งที่ผมทำลงไปน่ะนะ”

หลังจากนี้พวกเราแฟนเพลงชาวไทยก็คงได้แต่เสียดายที่ได้รู้แบบนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้แปลก็ไม่ได้เชิญชวนให้ใครมาโกรธเคืองอะไรทางวง เพราะถึงเราโกรธเขาไป เขาก็ไม่แคร์อยู่ดี (ฮ่า) สุดท้ายนี้ทางผู้เขียนก็ขอฝากวลีเด็ดฮิตติดปากจากทางวง Guns N’ Roses ถึงแฟนคลับชาวไทย ซึ่งก็คือ… “NO PHOTO OK?”

ที่มา – Blabbermouth.net

SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page