เมื่อประมาณสิบปีที่แล้วคือช่วงเวลาของดนตรีเมทัลคอร์ที่เข้ามายึดกระแสหลักของวงการเพลงแทนนูเมทัล วงดนตรีมากมายที่เล่นสไตล์เมทัลคอร์ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ค่ายทั้งใหญ่และเล็กต่างปลุกปั้นและจับจองศิลปินในแนวเมทัลคอร์เพื่อนำมาตีตลาด เช่น Metal Blade, Nuclear Blast, Century Media และ Victory Records เป็นต้น แต่ค่ายที่ปลุกกระแสเมทัลคอร์ที่แท้จริงต้องยกให้ค่าย Roadrunner Records ทางค่ายหยิบยกคำว่า “New Wave of American Heavy Metal” มาใช้ให้ดูน่าสนใจ โดยมีวงอย่าง Killswitch Engage เป็นวงที่ปูทางให้ดนตรีแนวนี้ในยุคแรก ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกสิ่งก็เปลี่ยนแปลงไป วงเมทัลคอร์หลายวงเริ่มหายไป ไม่ได้รับความนิยมเหมือนในช่วงแรก หรือบางวงเปลี่ยนแนวเพลงให้ซอฟท์ลงหรือเปลี่ยนแนวไปเลยก็มี หลายวงประสบความสำเร็จในวงกว้าง เช่น Avenged Sevenfold, Atreyu, All That Remains และ Five Finger Death Punch เป็นต้น แต่บางวงกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย วงที่ผมกำลังจะกล่าวถึงพวกเค้าคือ “Still Remains”

Still Remains วงเมทัลคอร์จากแกรนด์ แรปิดส์, มิชิแกน จุดเด่นคือซาวน์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผสมผสานอยู่ในเพลง เป็นเอกลักษณ์ของวงนี้เลยก็ว่าได้ โดยได้ชื่อวงมาจากชื่อเพลงของวง Stone Temple Pilots ก่อนหน้าจะออกอัลบั้มเต็มชุดแรก พวกเค้าเคยออกอัลบั้มอีพีมาแล้ว 2 ชุด ใช้ชื่อว่า Dying with a Smile ในปี 2003 และ If Love Was Born to Die ในปี 2004 และมีอัลบั้มแรกชื่อว่า Of Love and Lunacy ภายใต้สังกัด Roadrunner Records ออกมาในปี 2005 โดยสมาชิกในอัลบั้มนี้ประกอบไปด้วย T.J. Miller ร้องนำ, Jordan Whelan และ Mike Church กีต้าร์, Evan Willey เบส, Zach Roth คีย์บอร์ด และ A.J. Barrette กลอง โดยได้ Garth Richardson โปรดิวเซอร์มือฉมังที่เคยฝากผลงานไว้กับวงอย่าง Atreyu, Mudvayne และ Sick of It All ดนตรีในอัลบั้มนี้จัดว่าโดดเด่นมากกว่าวงเมทัลคอร์ในท้องตลาดในตอนนั้น ด้วยซาวน์อิเล็คทรอนิกส์และบรรยากาศแบบเมโลดิก กลิ่นอายของโกธิคที่ผสมเข้าไปในเพลง การจัดวางดนตรีไม่ได้ซับซ้อนมากเข้าถึงได้ง่าย ริฟฟ์กีต้าร์ถูกจัดวางได้สวยงามลงตัวกับดนตรีในทุก ๆ ส่วน และที่ขาดไม่ได้มีท่อนคอรัสเสียงคลีนที่ติดหูร้องตามกันได้ องค์ประกอบดนตรีมีที้งเมโลดิคเดธเมทัล, แธรชเมทัลและฮาร์ดคอร์ แถมวงยังมีภาพลักษณ์ที่ถูกใจวัยรุ่นอีกต่างหาก ส่งผลให้วงประสบความสำเร็จและมีแฟนเพลงติดตามเป็นจำนวนมาก แถมยังได้ออกทัวร์ร่วมกับวง Trivium, 3 Inches of Blood และ The Agony Scene ในชื่อทัวร์ Road Rage ของค่าย Roadrunner Records รวมไปถึงได้ทัวร์ร่วมกับ Bullet for My Valentine และ Aiden ถือว่าเป็นวงที่ถูกจับตามองมากและกำลังไปได้สวยเลยทีเดียว มีเพลงฮิตติดกระแสเด็กเมทัลคอร์อย่าง The Worst is Yet To Come และ White Walls แต่ความสำเร็จอันงดงามของอัลบั้มแรกก็อยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควรครับ

นอกเหนือจากนี้ในโปรเจ็กต์ครบรอบ 25 ปีของค่าย Roadrunner Records ในชื่อ Roadrunner United — Rob Flynn หนึ่งในสี่หัวหน้าทีมในโปรเจ็กต์ได้ไว้วางใจให้ Jordan Whelan มาช่วยเล่นกีต้าร์ในหลายเพลงให้อีกด้วย เช่น The Dagger ที่ได้ Howard Jones (ex-Killswitch Engage, Devil You Know) มาร้องให้ และได้ Jeff Water (Annihilator) มาโซโล่กีต้าร์

ในปี 2007 ทางวงเข็นอัลบั้มที่สองออกมาภายใต้สังกัดเดิม ในชื่ออัลบั้มว่า The Serpent ส่วนตัวผมในฐานะแฟนเพลงของวง กล้าบอกเลยว่าแม่งผิดหวังมาก ๆ ดนตรีเมทัลคอร์ที่ดุดันหายไปจากอัลบั้มแทบทั้งหมด กลายเป็นเมทัลคอร์ที่เบาโหวง ริฟฟ์เท่ ๆ ไม่มีให้ฟัง สองกระเดื่องลดไปมาก เสียงสำรอกหายไปเกือบหมด แทนด้วยเสียงคลีนเดือบทั้งเพลง ที่ยังโดดเด่นอยู่บ้างก็เป็นในส่วนของคีย์บอร์ดเท่านั้นเอง จริง ๆ เพลงทั้งอัลบั้มมันฟังไม่ได้แย่มากครับ แต่ฟังแล้วมันไม่ใช่ Still Remains ที่ผมรู้จัก บางเพลงนี่หนักเลย เล่นอย่างกับพวก The Killers ที่หนักขึ้นมาหน่อย ราวกับเป็นไอ้หนุ่มบ้านนอกที่เข้ากรุงแล้วหลงแสงสีจนอยากเป็นไฮโซ ลืมกำพืดของตัวเองที่ผ่านมาซะอย่างงั้น จริงอยู่ครับพวกเค้าอาจจะได้แฟนเพลงใหม่เพิ่มขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็ทำให้วงสูญเสียแฟนเพลงเก่า ๆ เป็นจำนวนมากเช่นกัน ต้องลองฟังดูครับ เพลงจากทั้งสองอัลบั้มนี้มันต่างกันราวกับเป็นคนละวง ผมมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เหมือนกับการฆ่าตัวตายชัด ๆ ครับ

และแล้วในปี 2008 ก็มีประกาศผ่านหน้าเพจ Myspace ของวงถึงการพักวงไปอย่างไม่มีกำหนดและถูกปล่อยตัวจากค่าย Roadrunner Records ไปในที่สุด

สมาชิกในวงก็กระจัดกระจายไปทำโปรเจ็กต์ของตนเอง Ben Schaulad มือคีย์บอร์ดที่เข้าวงมาเมื่อปี 2006 ไปเล่นกับวง Blessed by a Broken Heart เป็นต้น เมื่อปี 2011 ทางวงได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในคอนเสิร์ตอำลาขอวง Haste the Day และได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า “ทางวงได้กลับมารวมวงและจะทำเพลงใหม่กัน” จนกระทั่งล่าสุดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาทางวงได้ปล่อยเพลงใหม่ชื่อว่า Close to the Grave ออกมาให้ฟังและตามด้วยเพลง Crone ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากได้ฟังรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าที่จากหายไปนานครับ ความดุดัน, ความหนักแน่น, บรรยากาศเก่า ๆ กลับเยือนมาอีกครั้ง แต่ที่เป็นห่วงคือสถานะของวงตอนนี้ที่ยอดวิวในยูทูบน้อยเหลือเกิน คงต้องกลับมาตั้งหลักกันใหม่ล่ะครับ เซ็ตซีโร่กันเลยทีเดียว แต่ผมเองก็จะคอยติดตามพวกเค้าเหมือนกันครับ ทุกวันนี้เพลงของ Still Remains ก็เป็นเพลงที่ผมใส่ไว้ในมือถือและเปิดมันฟังเกือบทุกวัน และหลังจากได้ฟังซิงเกิ้ลใหม่ผมรู้สึกได้เลยว่า “ความทรงจำดี ๆ ที่ยังคงอยู่มันกลับมาให้ได้สัมผัสอีกครั้งแล้วครับ”

https://www.YouTube.com/watch?v=K8lzO6KcWzo

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนHeadbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ
Jeddy Tragedy
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page