ในช่วงที่ดนตรีเมทัลคอร์เป็นกระแสหลักคงต้องย้อนไปซักประมาณ 10 ปีที่แล้ว ลากยาวมาถึงปัจจุับนยังคงมีเหลือรอดมาได้มากแต่ก็ไม่ได้เยอะเหมือนในยุคนั้น หลาย ๆ วงยุบวงไปหรือเปลี่ยนแนวทางการเล่น แต่ในหลายวงที่ยุบไปกลับมีผลงานเจ๋ง ๆ ซ่อนอยู่เช่นกัน ผมจึงขออาสาพาไปรู้จักกับอะไรเจ๋ง ๆ ให้ได้รู้จักซักวง วงที่ผมจะแนะนำวันนี้ชื่อว่า “Matyr A.D.”

Matyr A.D. เป็นวงเมทัลคอร์จากมินนีโซต้า, สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1999 โดยสมาชิกเริ่มแรกประกอบด้วย Joel Johnson มือกีตาร์, Tara Johnson มือเบส และ Justin Kane มือกลอง ที่มาจากวง Disembodied ก่อนจะได้สมาชิกเข้ามาสมทบอีกสองคน ประกอบด้วย Charlie Johnson ในตำแหน่งกีตาร์ และ Mike Fisketti ในตำแหน่งนักร้องนำ และร่วมกันทำเดโม่แรกชื่อ Human Condition ในปีถัดมา ก่อนผลงานจะไปเข้าตาสังกัด Ferret Records และถูกจับมาเซ็นสัญญา จากนั้นก็ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกในชื่อ The Human Condition in Twelve Fractions ในปี ค.ศ. 2001 แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก หลังจากนั้นไปปี ค.ศ. 2002 Kane และ Fisketti ได้ลาออกจากวง ก่อนจะได้สมาชิกเข้ามาแทนที่คือ Andrew Hart และ Karl Hensel

และแล้วในเดือนเมษายนปี ค.ศ. 2004 ทางวงได้เข็นอัลบั้มใหม่ลำดับที่สองออกมาภายใต้ค่ายตราหมา Victory Records ในชื่ออัลบั้ม On Earth As It Is In Hell และส่งให้วงได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น รวมไปถึงซิงเกิล “American Hollow” ที่ได้รวมอยู่ในอัลบั้ม Headbanger’s Ball 2 ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมวงเมทัล/ฮาร์ดคอร์ไว้ถึง 40 วงของทาง MTV มีวงดัง ๆ อย่างเช่น Korn, Slipknot, Lamb of God, Atreyu, Killswitch Engage หรือแม้กระทั่งเดธเมทัลสุดโหดอย่าง Deicide เป็นต้น ซึ่งตัวผมเองก็รู้จักพวกเขาจากในอัลบั้มนี่เช่นกัน แถมทางวงยังประกาศศักดาร่วมทัวร์กับวงอย่าง Poison the Well, Throwdown, The Haunted, Bury Your Dead และ Walls of Jericho ก่อนทางวงจะช็อกแฟนเพลงด้วยการประกาศยุบวงซะอย่างงั้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 2005 ท่ามกลางความเสียดายของแฟนเพลงมากมาย ซึ่งแน่นอนหลาย ๆ คนที่เพิ่งมาฟังเพลงแนวนี้อาจจะไม่รู้จักพวกเขา ทีนี้เราลองมาทำความรู้สึกพวกเขาให้มากขึ้นกันดีกว่าครับ

จุดเด่นของพวกเขาในอัลบั้ม On Earth As It Is In Hell คือความแตกต่างครับ แตกต่างจากวงเมทัลคอร์ในยุคนั้นที่เน้นท่วงทำนองริฟฟ์สไตล์สวีดิชเป็นหลัก แต่พวกเขากลับหยิบยกดนตรีในสไตล์นิวยอร์ก ฮาร์ดคอร์มาเป็นตัวชูโรงผสมผสานความดิบเถื่อนในแบบแธรชเมทัลเข้าไป ผลลัพธ์ที่ออกมาคือเมทัลคอร์สไตล์เดินหน้าฆ่ามัน ซาวน์ที่เดือดดาลไร้ความปราณี กีตาร์ถูกสาดริฟฟ์และคอร์ดอย่างบ้าคลั่งแต่แฝงไปด้วยลูกล่อลูกชน ปนไปกับเสียงเบสที่อัดแน่นเต็มอัตรา ด้านกลองกระเดื่องซอยไม่ยั้งเหยียบธรณีแทบพัง เสียงสำรอกดังสุดคอหอยระบายโทสะออกมากับดนตรีได้อย่างมีพลัง เรียกได้ว่าพวกเขามาเพื่อทำลายล้างของจริง ยิ่งโดยเฉพาะเบรกดาวน์มันดึงอารมณ์ให้เหวี่ยงหมัดมอชพิตได้เป็นอย่างดี เสียดายไปนิดมันสั้นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ครึ่งชั่วโมงนี้กลายเป็นงานทรงคุณค่าในสายเมทัลคอร์ไปแล้ว และทุกวันนี้ผมกล้าพูดเลยว่ายังไม่เคยเห็นเมทัลคอร์วงไหนทำซาวด์ได้บ้าคลั่งเท่าพวกเขามาก่อน

ก็นับว่าน่าเสียดายจริง ๆ ครับที่วงดี ๆ แบบนี้กลับมีอายุวงได้ไม่นาน ไม่งั้นเราอาจจะได้เห็นผลงานของพวกเขาออกมาให้ได้เสพย์กันมากกว่านี้ ถือเป็นอีกงานหนึ่งที่ยอดเยี่ยมในประวัติศาสตร์ของเมทัลคอร์เลยทีเดียว เป็นของเก่าที่ต้องปัดฝุ่นซะหน่อยถึงจะได้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของมันนะครับ

ประวัติวงโดยสังเขปจาก Wikipedia

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

ร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียน HEADBANGKOK ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน
Jeddy Tragedy
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page