คงไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากความสำหรับวงแทรชเมทัลระดับพิมพ์เขียวแห่งวงการอย่าง Metallica ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าสามทศวรรษแล้ว ซึ่งในปี 2016 นี้พวกเขาก็ได้หอบสตูดิโออัลบั้มใหม่ลำดับที่สิบนามว่า Hardwired… to Self-Destruct มา โดยทิ้งช่วงห่างจากอัลบั้มที่แล้ว (Death Magnetic) ถึงแปดปีเต็ม ๆ เลยทีเดียว พร้อมกันนี้ James Hetfield และ Lars Ulrich สองแกนหลักของวงได้พ่วงตำแหน่งโปรดิวเซอร์ร่วมกับ Greg Fidelman อีกด้วย

ส่วนทางด้านดนตรีถือได้ว่านำสไตล์เก่า ๆ ของตัวเอง (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ยุคที่เป็นแธรชจ๋า) มาปรับใช้ในอัลบั้มชุดนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุดอีกงานนึง

Track-by-track Review:

• Disc 1

1. “Hardwired… to Self-Destruct”: เปิดแทร็คแรกด้วยสปีดเมทัลยุคเก่า ๆ ที่ทุกสิ่งอย่างในเพลงนี้บ่งบอกทุกอย่างในความเป็น Metallica ได้อย่างครบถ้วน เนื้อร้องตรงไปตรงมา ริฟฟ์/โซโล่กีตาร์ถูกวางในช่วงที่พอเหมาะ เมื่อผนวกกับพาร์ทกลองและเบสที่คอยคุมจังหวะอยู่ข้างหลังทำให้ฟังดูขลังขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ถือว่าเปิดอัลบั้มได้ดี

2. “Atlas, Rise!”: ผ่อนจังหวะลงเล็กน้อย ริฟฟ์ของป๋าเจมส์ที่แม้จะไม่มีอะไรซับซ้อนแต่ก็ยังทำหน้าที่ได้แจ่มแมวชวนโยกกบาลเช่นเคย ส่วนท่อนโซโล่น้าเคิร์กก็โชว์เทคนิคการควบคุม Wah ได้อย่างเชื่องเท้าไร้ที่ติ

3. “Now That We’re Dead”: มาถึงจังหวะกลางๆเยี่ยงงานในอัลบั้มปกดำอันลือลั่น อินโทรมาแว้บแรกนี่นึกถึง “Enter Sandman” หนึ่งในเพลงโคตรฮิตตลอดกาลของวงเลยทีเดียว ซึ่งถ้าเทียบกับเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มอาจจะดูนิ่ง ๆ ไปหน่อย

4. “Moth Into Flame”: อีกเพลงที่น่าจะเป็นไฮไลต์ของงานชุดนี้ ซึ่งรายละเอียดดนตรีก็ยังเป็น Met วงเดิมนี่แหละ ที่ดูจะเพิ่มเข้ามาคือเมโลดี้สวย ๆ ในช่วงคอรัสที่ลุง ๆ แกไม่ค่อยได้ทำออกมาบ่อยนัก รวมถึงการเรียบเรียงที่เหมือนรวมงานหลาย ๆ ยุคอย่างละนิดละหน่อยเข้ามาไว้ในเพลงนี้

5. “Dream No More”: เฮฟวี่จังหวะกลางที่พาลให้นึกถึงงานยุคกลางของพวกเขาได้ไม่ยาก เสียงร้องของป๋าเจมส์ดูมีพัฒนาการมากขึ้นกว่าตอนหนุ่ม ๆ เสียอีก ส่วนท่อนโซโล่หายห่วงครับ น้าเคิร์กแกจัดให้เต็มเหนี่ยว

6. “Halo on Fire”: ปิดท้ายซีดีแผ่นแรกด้วยเซอร์ไพรส์นิด ๆ เฮฟวี่เมทัล ช้าหน่วง ที่แอบทำเก๋จากเบาไปหนักสลับไปมา หลังพ้นช่วงกลางเพลงไปขอโชว์การเรียบเรียงย้ายคีย์ไปมาได้สวยงามดี รู้ตัวอีกทีคนฟังก็ถูกลากยาวไปกว่าแปดนาทีแล้ว

• Disc 2

7. “Confusion”: ต่อกันที่ซีดีแผ่นที่สอง โหมโรงด้วยการสับสแนร์ของน้าลาร์ส ขับเคลื่อนไปกับริฟฟ์กด ๆ อยู่เบื้องหลัง ขณะที่โครงสร้างหลัก ๆ เป็นเมทัลโจ๊ะ ๆ ที่มีโชว์สัดส่วนทางดนตรีกันเล็กน้อย โซโล่กีตาร์คงไม่ต้องพูดถึงมั้งครับ โผล่มาขโมยซีนได้เรื่อย ๆ

8. “ManUNkind”: ถึงคราวน้า โรเบิร์ต มือเบสได้โชว์ของบ้างนิดนึง (นิดเดียวจริง ๆ) ขณะที่ซาวด์รวม ๆ ออกไปทางอัลบั้มยุค Load/Reload มากหน่อย ที่ต่างออกไปคือดูไม่นิ่มเท่าอัลบั้มคู่นั้น ด้านเสียงร้องหันมาใช้คลีนโทนซึ่งก็ออกมาเยี่ยม แถมด้วยโซโล่ Out Of Chord ที่มือกีตาร์แจ๊ซชอบใช้กัน (ซึ่งก็มีคนบอกว่าน้าเคิร์กแกโซโล่เพี้ยน 555)

9. “Here Comes Revenge”: ยังคงเป็นเพลงจังหวะกลาง ๆ กันต่อ ริฟฟ์กีตาร์จำง่ายยังเป็นจุดแข็งของวงที่นำมาใช้แล้วได้ผลอยู่เสมอ มีการเล่นริฟฟ์แบบ Unison โชว์ทีมเวิร์ค

10. “Am I Savage?”: ปรับ Tempo ให้ช้าลงอีก สไตล์หน่วง ๆ โชว์ความเก๋าเต็มพิกัด เป็นเพลงช้าที่สับคอร์ดกันเมามันมาก ปูพื้นให้เคิร์กได้เฉิดฉายโชว์โซโล่กันให้อกแตกตายไปข้าง

11. “Murder One”: อินโทรปิ๊กกิ้งกีตาร์ใสแจ๋วอย่างยุครุ่งเรืองก็มีมาให้เสพ ก่อนจะกลายสภาพเป็นจังหวะกลางๆหนักแน่นเน้น ๆ อย่างหลายๆเพลงก่อนหน้า ช่วงกลางมีแอบลงจังหวะหนัก ๆ ให้เห็นเหมือนกัน

12. “Spit Out the Bone”: แรงกันตั้งแต่ชื่อเพลง ถ้าจะมาจังหวะกลางหน่วงอีกคงตลกพิลึก งานนี้ปั่นกันเมื่อยข้อแน่นอน ริธึ่มโฉบเฉี่ยวว่องไว ย้ำริฟฟ์ได้หนักหน่วงและติดหู เรียบเรียงได้ไหลลื่นมีมิติดี เป็นแทร็คปิดอัลบั้มที่ทำได้อย่างสมศักดิ์ศรี

อันที่จริงอัลบั้มนี้มีขายในแบบ CD 3 แผ่นด้วยนะครับ (ขอไม่นำมาพูดถึงในที่นี้เนื่องจากเป็นเพลงเก็บตก, cover, live เพลงเก่า ๆ ของวง) ที่พิเศษไปกว่าก็คืออัลบั้มชุดนี้วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก ซึ่งในบ้านเราไม่ได้สัมผัสอารมณ์แบบนี้มานานมากแล้ว แต่อีกเรื่องที่สงสัยเล็กๆคือใน CD แผ่นที่ 1 และ 2 นั้นน่าจะจับมารวมเป็นแผ่นเดียวกันได้ไม่ยากเพราะความยาวแค่แผ่นละสามสิบกว่านาทีเท่านั้น แต่ขอเดาว่าน่าจะเรื่องการตลาดล้วน ๆ มากกว่า (จะได้ดูมีปริมาณเยอะ ๆ) ส่วนเอ็มวีพวกเขาก็บ้าพลังกันเกินวัย ถ่ายวิดีโอโปรโมตกันครบทุกแทร็ค เรียกได้ว่าปฏิวัติวงการอย่างสิ้นเชิง

หากใครชอบงานยุคกลางของพวกเขา (black album, Load/Reload) หรือชอบฟังโซโล่กีตาร์ งานชุดนี้มีให้ฟังกันจนจุกอกสมใจอยากแน่ ขณะที่ซาวด์รวม ๆ จะเน้นไปที่เพลงจังหวะกลาง ๆ เสียมาก แต่ก็ฟังหนักแน่นเกรี้ยวกราดอยู่พอตัวครับ งานนี้ไม่ว่าจะคอร็อคแขนงไหน ซื้อเถอะ ไม่ผิดหวัง

สามารถฟังและดาวน์โหลดได้ที่

itunes-apple-music-button

birthzy

สิงอยู่ที่เพจ Sum 41 Thailand, Yellowcard Thailand