“Tears in Heaven”, “Wonderful Tonight” หรือ “Cocaine” บทเพลงบลูส์สุดอมตะ ที่ติดหูและติดใจคอเพลงตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน จากฝีมือของผู้ที่มีฉายาว่า ‘Slowhand’ นามว่า Eric Clapton ชายผู้นี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame มาแล้วถึงสามครั้ง สร้างแรงบันดาลใจให้กับมือกีตาร์ทั่วโลก นอกจากนั้นชายผู้นี้ยังเปิดโลกเพลงบลูส์ที่ว่ากันว่าเคยจำกัดเฉพาะในหมู่คนผิวสีให้ออกมาเป็นที่รู้จัก และยอมรับไปทั่วโลก แต่กว่าที่เค้าจะมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิตมือกีตาร์ระดับโลกได้ ก็ต้องผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย มากพอที่จะถูกนำมาเล่าเรื่องผ่านแผ่นฟิล์มเรื่อง Eric Clapton: Life in 12 Bars

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ทาง Headbangkok ได้รับคำเชิญจาก สหมงคลฟิล์ม ให้เข้าร่วมชมภาพยนตร์เรื่อง Eric Clapton: Life in 12 Bars รอบสื่อมวลชน ณ โรงภาพยนตร์ House RCA

ว่ากันเรื่องตัวภาพยนตร์ Eric Clapton: Life in 12 Bars กำกับโดย Lili Fini Zanuck ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จากเรื่อง Driving Miss Daisy สิ่งที่เราจะได้เห็นจากภาพยนตร์เรื่องนี้นี้คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากชีวประวัติของ Eric Clapton คนนี้

 

 

หนังเล่าเรื่องราวของ Clapton ตั้งแต่วัยเยาว์จนมาถึงชีวิตในปัจจุบัน แต่ทางเดินของยอดศิลปินผู้นี้ ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะ Life in 12 Bars เล่าให้เห็นทั้งในมุมที่สว่างและด้านมืดมนที่สุด ซึ่งมีอยู่ทุกคนในตัวมนุษญ์ เช่น ด้านการแสดงฝีมือเล่นกีตาร์ที่ร้ายกาจแบบหาตัวจับยาก ความมุมานะที่ต้องการทำให้เพลงบลูส์เป็นที่รู้จักทั่วโลก การเปลี่ยนผ่านวงดนตรีมากมายของ Clapton ที่บ่มเพาะจนกลายเป็นศิลปินระดับตำนาน รวมถึงเรื่องราวดราม่าทั้งแบบเชิงชู้สาว ชีวิตที่ตกต่ำเพราะยาเสพติดและแอลกอฮอล์ รวมไปถึงเรื่องครอบครัวอันน่าสะเทือนใจ และจุดพลิกผันที่ทำให้เค้ากลับมามีสติในการใช้ชีวิตอีกครั้ง

ทั้งหมดนี้เราจะได้พบได้เห็นและเข้าใจชีวิตของเขามากยิ่งขึ้น ได้รู้เกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกในช่วงเวลาต่างๆ ผ่านการเล่าเรื่องสไตล์ภาพยนตร์สารคดีดนตรี นอกจากนั้นแล้วจะยังได้เห็นศิลปินระดับตำนานหลายๆคนที่ปรากฎตัวขึ้นในภาพยนตร์ เช่น The Beatles, Bob Dylan, David Bowie, BB King, Jimi Hendrix และอีกมากมาย พร้อมกับดนตรีที่จะพาเราย้อนไปสัมผัสกับกลิ่นอายของทศวรรษ 1960s ด้วยครับ

 

 

ความเห็นส่วนตัว

ประทับใจมากๆครับ ถ้ามีแผ่นออกซื้อเก็บแน่นอน เรื่องนี้นอกจากจะทำให้รู้จัก Eric Clapton มากขึ้นแล้ว ยังทำให้ผมได้เรียนรุ้วิวัฒนาการทางดนตรีอีกด้วย ได้รับรู้ถึงความเทพของวง Cream รวมถึงทำให้เราได้เข้าใจว่า “มนุษย์ก็คือมนุษย์” ไม่ว่าจะโด่งดังแค่ไหน สุดท้ายแต่ละคนก็ต่างมีปัญหาของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น ครับ สัจธรรมที่แท้จริง

แนะนำเลยนะครับใครที่เป็นนักดนตรีควรไปดูอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคอเพลงบลูส์ และมือกีตาร์ ไม่ว่าคุณจะเล่นแนวใดก็ตาม! และขอบคุณทางสหมงคลฟิล์มสำหรับคำเชิญในครั้งนี้ด้วยนะครับ!

Jeddy Tragedy

นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียน Headbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ