ปี 2017 นี้ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่มีคอนเสิร์ตของวงดนตรีต่างประเทศมาเมืองไทยเราเยอะมาก ๆ และในวันที่ 16 มิถุนายนที่จะถึงนี้ Born of Osiris วงอเมริกันเดธคอร์ตัวแรงจากเมืองชิคาโกก็กำลังจะมาแสดงที่กรุงเทพฯ กันอีกครั้ง

อย่างที่รู้ว่าเอาความแน่นอนจากเนื้อเพลงของวงนี้แทบไม่เคยได้ บ้างก็ไปทางด้านความศรัทธา, บ้างก็ศาสนา, บ้างก็ปรัชญาต่าง ๆ คอลัมน์ Lyrics Smash Face วันนี้ก็เลยอยากจะมาช่วยเหลาเนื้อเพลง “M∆CHINE” ให้แหลมขึ้น ส่วนตัวผู้แปลคิดว่าเพลงนี้พูดถึงการไหลไปตามกระแสสังคมเหมือนกับการปลายเป็นเครื่องจักร ต้องตื่นมาทำอะไรที่ไม่ชอบ ซ้ำซากจำเจไปในทุก ๆ วัน อาจพูดถึงการแบ่งพรรคพวกและการเหยียดกันรวมอยู่ด้วย

ต้องออกตัวก่อนว่านี่เป็นเพียงความคิดเห็นได้ที่ได้มาจากการฟังเพลงนี้โดยส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้ปรุงแต่งหรือชักจูงให้ใครมาเชื่อว่าเนื้อเพลงต้องหมายถึงแบบนี้ เจ้าของภาษาเองยังถกเถียงกันมากมายถึงเนื้อเพลง ๆ นี้ว่าเจาะจงไปที่อะไรกันแน่ ใครมีความคิดเห็นต่าง ๆ ก็มาร่วมแชร์มุมมองกันได้นะคะ


“M∆CHINE” – Born of Osiris

[Chorus]
Take another look at yourself
Tell me, what do you see? (What do you see)
Your soul’s reflection
Is it what it used to be?
So take another look at yourself
Tell me, what do you see?

มองไปที่ตัวเอง แล้วบอกกันที่ว่าเห็นอะไร
จิตใจคนนั้นเป็นดั่งเงาสะท้อน
นี่คือสิ่งที่มันต้องเป็นไปจริง ๆ เหรอ
แหกตามองตัวเองบ้าง บอกมาสิว่าเห็นอะไร

[Verse 1]
Answers revolve around our heads like figures of our imagination
Measures are taken to purge pleasure and take life in as pain

คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว
เห็นได้ชัดราวกับปรากฎเป็นรูปร่าง
ไอ้มาตรวัดเหล่านั้นมันถูกสร้างมาเพื่อให้นำไปสู่ความหายนะ

[Bridge – Partial]
This is bigger than you and me
Cause this is bigger than you and me
Alarms as you wake from this dream
Human fellowship is sacred
Cause this is bigger than you and me

นี่ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง
มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น
ตื่นจากฝันมาเผชิญกับความจริงได้แล้ว
ความชอบของคนเป็นสิ่งที่ล่วงเกินกันไม่ได้
มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

[Chorus]
Take another look at yourself
Tell me, what do you see? (What do you see)
Your soul’s reflection
Is it what it used to be?
So take another look at yourself
Tell me, what do you see?

มองไปที่ตัวเอง แล้วบอกกันที่ว่าเห็นอะไร
จิตใจคนนั้นเป็นดั่งเงาสะท้อน
นี่คือสิ่งที่มันต้องเป็นไปจริง ๆ เหรอ
แหกตามองตัวเองบ้าง บอกมาสิว่าเห็นอะไร

[Verse 2]
As we move along, waiting here
Our days repeat and increase
Your default setting
Runs your life secretly

ในขณะที่เราดำเนินชีวิตต่อไป
วันผ่านไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เราเหมือนถูกตั้งค่า บังคับให้คล้อยตามสังคม

[Hook]
Which direction are you heading?
Escape this pressure
This is bigger than you and me

จะไปทางไหนต่อ
หลุดพ้นจากไอ้ความกดดันนี่สักที
บอกแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

[Bridge – Full]
(Alarms) Alarms as you wake from this dream
Human fellowship is sacred
Cause this is bigger than you and me
(Alarms) Alarms as you wake from this dream
Human fellowship is sacred
Cause this is bigger than you and me

ตื่นไปเผชิญกับโลกความจริงได้แล้ว
ความชอบของคนไม่ใช่เรื่องตลก
มันมีอะไรมากกว่านั้น

(x1)

[Breakdown]
Separate yourself from the machine
Embrace your own identity
Separate yourself from the machine
Embrace your own identity
Escape the pressure

เลิกตกเป็นทาสของเครื่องจักร
คงความเป็นตัวเองต่อไป
อย่าให้ความกดดันมาครอบงำ

[Chorus – Augmented]
Take another look at yourself
Tell me, what do you see? (what do you see)
Your soul’s reflection
Is it what it used to be?

มองไปที่ตัวเอง แล้วบอกกันที่ว่าเห็นอะไร
จิตใจคนนั้นเป็นดั่งเงาสะท้อน
นี่คือสิ่งที่มันต้องเป็นไปจริง ๆ เหรอ
แหกตามองตัวเองบ้าง บอกมาสิว่าเห็นอะไร

So take another look at yourself
Tell me, what do you see?
Your soul’s reflection
Is it what it used to be?
Your soul’s reflection
Is it what it used to be?
What do you see?

มองไปที่ตัวเอง แล้วบอกกันที่ว่าเห็นอะไร
จิตใจคนนั้นเป็นดั่งเงาสะท้อน
นี่คือสิ่งที่มันต้องเป็นไปจริง ๆ เหรอ
แหกตามองตัวเองบ้าง บอกมาสิว่าเห็นอะไร

Chrissaree

Chrissaree

นักแปลลูกกระจ๊อกผู้แปลแต่เพลงที่ตัวเองเข้าถึง
Chrissaree
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page