หลังจากที่ Asking Alexandria ที่กลับมาพร้อมนักร้องนำคนใหม่ปล่อยเพลงใหม่ 2 เพลงออกมาให้ได้เสพกันสักพักแล้ว ก็ทำให้ผู้แปลอดคิดถึงนักร้องนำคนเก่าอย่าง Danny Worsnop ไม่ได้

เพลงนี้บางคนก็ว่ากันว่าเป็นเพลงอำลา เหมือนเป็นเพลงสุดท้ายที่ Danny แต่งให้กับวง AA ก่อนจะออกจากวงไป บางคนก็ว่าเขาพูดถึงชีวิตของตัวเอง ก็น่าจะเป็นไปได้ทั้งสองทาง ชาว Headbangkok คิดเห็นยังไงออกความเห็นกันได้นะคะ

“Moving On – Asking Alexandria

A boy of anguish now, he’s a man of soul,
Traded in his misery for the lonely life of the road.
The years were cruel to him no,
He won’t let them go.
Lays awake tryna’ find the man inside to pack his bags and escape this world.

เด็กชายที่มีแต่ความเจ็บปวด ตอนนี้เขาเป็นผู้ใหญ่ทั้งจิตวิญญาณแล้ว
ยอมแลกความเจ็บปวดนั้นเพื่อเผชิญกับเส้นทางแห่งความเดียวดาย
เวลาเป็นปี ๆ นั้นโหดร้ายกับเขามาก
แต่เขาก็ทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นไม่ได้
ยังคงลืมตาตื่น ค้นหาความเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว
เพื่อที่จะเก็บกระเป๋าและหลบหนีไปจากโลกใบเดิมที่เขาเผชิญอยู่

Danny เคยลาออกจากวิทยาลัย และเคยนอนที่สถานีรถไฟมาแล้วก่อนที่เขาจะมาเจอกับ Ben และฟอร์มวงกัน

I’ve never been so torn up in all of my life,
I should have seen this coming.
I’ve never felt so hopeless,
Than I do tonight.
I don’t wanna do this anymore, I’m moving on.

ในชีวิตนี้ฉันไม่เคยเจ็บปวดกับอะไรมากมายเท่านี้มาก่อนเลย
ฉันควรได้รู้ก่อนว่าเรื่องพรรค์นี้มันจะเกิดขึ้น
ฉันไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังมากไปกว่าในคืนนี้อีกแล้ว
ฉันไม่อยากเผชิญกับมันอีกแล้ว
ฉันจะก้าวเดินต่อไป

Danny เคยติดยาและมีพฤติกรรมรุนแรง เขาตัดสินใจว่าจะหยุดเป็นคนแบบนี้ แต่เขาจะไม่หยุดที่จะเดินหน้ากับการทำดนตรี

He wanted to change the world, to make it all worthwhile.
So he put his pen to paper and poured out everything inside.
His red eyes tearing up at the man that he’d became
Slowly, but surely on the fast track to falling into his grave

เขาอยากจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้มันคุ้มค่ามากขึ้น
เขาจึงหยิบปากกาขึ้นมาและเขียนร่างทุกสิ่งทุกอย่างลงในกระดาษ
ในดวงตาที่แดงก่ำของเขามีน้ำตาให้กับการที่เขากำลังจะกลายเป็นคนเหลวแหลก
ถึงมันจะช้าแต่ชัวร์เลยว่าไอ้หนทางนี้มันจะทำให้เขาได้ลงหลุมศพอย่างแน่นอน

อย่างที่บอกว่า Danny ติดยา ในขณะที่เขาแต่งเพลงเขานึกถึงตัวเอง เขาแอบคิดว่าเขากำลังจะกลายเป็นคนเหลวแหลกคนนึง ทั้งติดเหล้า ติดยา เขาจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และเดินหน้าต่อไป เพื่อจะได้เป็นคนที่มีค่า

I’ve never been so torn up in all of my life,
I should have seen this coming.
I’ve never felt so hopeless,
Than I do tonight.
I don’t wanna do this anymore, I’m moving on.

ในชีวิตนี้ฉันไม่เคยเจ็บปวดกับอะไรมากมายเท่านี้มาก่อนเลย
ฉันควรได้รู้ก่อนว่าเรื่องพรรค์นี้มันจะเกิดขึ้น
ฉันไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังมากไปกว่าในคืนนี้อีกแล้ว
ฉันไม่อยากเผชิญกับมันอีกแล้ว
ฉันจะก้าวเดินต่อไป

I can’t believe I’ve come so far in such short time,
And I’m still fighting on my own.
If I stop to catch my breath I may never breathe again, so just know this:

ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะถลำลึกมาขนาดนี้ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ
และฉันก็ยังคงต่อสู้กัยตัวเองอยู่
หากฉันหยุดพักไปก่อน ฉันอาจจะไม่มีแรงมาต่อสู้อีกแล้ว ดังนั้นจงรู้ไว่ว่า

แน่นอนว่าไม่มีใครคิดว่าเขาจะหยุดหายใจไปจริงๆหรอกใช่ไหม… ประโยคนี้สื่อว่า ถ้าเขาหยุดพัก เขาก็อาจไม่มีแรงมาสู้กับมันต่อ

I’ve never been so torn up in all of my life, I can’t believe I let
myself break down.

ในชีวิตนี้ฉันไม่เคยเจ็บปวดขนาดนี้มาก่อน
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะทำลายตัวเองได้อย่างนี้

I’ve never been so torn up in all of my life,
I should have seen this coming.
I’ve never felt so hopeless,
Than I do tonight.
I don’t wanna do this anymore, I’m moving on.

ในชีวิตนี้ฉันไม่เคยเจ็บปวดกับอะไรมากมายเท่านี้มาก่อนเลย
ฉันควรได้รู้ก่อนว่าเรื่องพรรค์นี้มันจะเกิดขึ้น
ฉันไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังมากไปกว่าในคืนนี้อีกแล้ว
ฉันไม่อยากเผชิญกับมันอีกแล้ว
ฉันจะก้าวเดินต่อไป

A boy of anguish now, he’s a man of soul,
Traded in his misery for the lonely life of the road.

เด็กชายที่มีแต่ความเจ็บปวด ตอนนี้เขาเป็นผู้ใหญ่ทั้งจิตวิญญาณแล้ว
ยอมแลกความเจ็บปวดนั้นเพื่อเผชิญกับเส้นทางแห่งความเดียวดาย

Chrissaree

นักแปลลูกกระจ๊อกที่แปลแต่เพลงที่ตัวเองเข้าถึง ชอบฟังเพลงสายPost-Hardcore แต่ก็ชอบดูการ์ตูนDisney