แฟนเพลงสำคัญไฉน?

โดยเฉพาะนักดนตรีสายอินดี้ อันเดอร์กราวด์ ที่มองข้ามเรื่องรายได้จากการขายเพลงไปแล้ว ไม่ใช่ว่ารวยหรืออะไรหรอกครับ แต่เพราะทำใจยอมรับสภาพของโลกนี้กันมานานแล้วต่างหาก จึงไม่ได้โฟกัสที่เรื่องเงินเป็นหลัก แต่มาเน้นความสะใจส่วนตัวของนักดนตรีเองมากกว่า ขายเพลงเป็นเรื่องรอง ขอมีงานเล่นเอามัน หาความสุขใส่ตัวในฐานะงานอดิเรกเป็นเรื่องหลักว่างั้นเถอะ ซึ่งคนกลุ่มนี้เนี่ยแหละ ที่นอกจากเรื่องเงินแล้ว เรื่องจำนวนแฟนเพลงคือสิ่งที่สำคัญมากพอกันหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะแม้รายได้จากการขายเพลงจะไม่เยอะ แต่รายได้จากการมีส่วนร่วมในโชว์ของแฟนเพลงอย่างการซื้อบัตรเข้าชม หรือสนับสนุนซื้อเสื้อของวง ก็ยังพอจะทดแทนกันได้ บางวงมีแฟนเพลงเยอะ แน่นอนว่าไปโชว์ที่ไหนก็เร้าใจ ใส่กันยับไม่อายใครละ แต่ถ้าเกิดวงที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักล่ะ จะเป็นยังไง

วันนี้ผมจึงหยิบข้อสังเกตและคำแนะนำของฝรั่งอันนึงที่รู้สึกว่าน่าจะเชื่อมโยงกับวงการดนตรีนอกกระแสบ้านเราได้ มาให้ลองพิจารณากันดู ว่าน่าจะมีเหตุผลอะไรบ้างที่ส่งผลต่อจำนวนคนดูหรือกลุ่มแฟนเพลง ทำไมบางวงนับวันยิ่งแฟนเพลงเยอะขึ้น แต่ในขณะที่บางวงเล่นกี่ทีก็มีติ่งอยู่ไม่กี่คนมายืนให้กำลังใจ ถ้าเลวร้ายหน่อยก็คือไม่มีใครดูเลย ลองไปดูว่าวงของเรา หรือของเพื่อนที่เรารู้จักวงไหน ที่เข้าข่ายปัจจัยเหล่านี้บ้าง

1. วงเราได้ออกงานแสดงสดบ้างไหม?

ลองคิดดูนะครับว่ายุคนี้ ใคร ๆ ก็ทำดนตรีกันที่บ้านได้ ตั้งวงทำเพลง อัดเพลง ทำมาสเตอร์กันเสร็จสรรพในห้องนอน หรือในบ้านของสมาชิกวงคนใดคนหนึ่งกันได้เลย ไม่ใช่ว่าการทำเพลงที่บ้านไม่ดี หรือทำเพลงที่บ้านแล้วจะไม่ดัง ไม่เกี่ยวครับ ที่จะสื่อก็คือ ต่อให้คุณมีอัลบั้มที่โคตรเจ๋ง ใครฟังก็ชอบ แต่มันก็จะสุดแค่ตรงที่ฟังไฟล์นั้น ๆ จบแล้วก็จบกันหน้าคอม ฯ นั่นแหละ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่พอไงคุณเอ๊ย ที่ต้องทำก็คือการออกไปทำการแสดงเพลงที่เราอุตส่าห์อัดมาอย่างดีเนี่ยแบบสด ๆ

หลายคนบอก โห ทำไมมึงพูดง่ายจังวะ บางทีมันไม่ได้หางานเล่นกันง่าย ๆ นะโว้ย … เออ ถ้าเป็นบ้านเราผมก็ว่ายังงั้นแหละ 5555 แต่เจตนาของบทความก็คือ ถ้าคุณขวนขวาย กระตือรือร้น มีความพยายามมากจริง ๆ อย่างน้อยคุณต้องติดต่อใครสักคนที่พอจะหาที่หาทาง หางานให้คุณได้ไปแจมเล่นได้ อันนี้ทางเมืองนอกเขาอาจจะมีผับ มีไลฟ์เฮาส์ ที่ให้เราไปขอเจ้าของหรือคนจัดงานเล่นด้วยได้ ของเราอาจจะไม่ง่ายขนาดนั้น แต่อย่างที่ผมบอกไปคือ ถ้าคุณมีความพยายามที่จะโชว์ มีความอยากกระหายในการเล่นสดต่อหน้าผู้คน คุณจะต้องเปิดรับทุกโอกาส งานเล็กงานใหญ่ งานประกวด อะไรก็ได้ที่จะพาวงคุณออกไปสู่คนจำนวนมาก และแน่นอนว่าวงอันเดอร์กราวด์หน้าใหม่ ๆ ในบ้านเรา มีโปรโมชั่นเหมือนกันแทบจะทุกวงก็คือ “เล่นฟรี” (แต่ก็เคยได้ยินข่าวลือมาว่าบางงานวงดนตรีต้องเป็นคนจ่ายเงินเองเพื่อขอคนจัดเล่นก็มีมาแล้ว…) เพื่อให้งานเพลงของคุณออกไปสู่คนฟังได้มากที่สุด แล้วเชื่อเถอะว่าถ้าวงคุณเจ๋งจริง คุณจะเจอทางไปต่อจากจุดนั้นได้เอง

ก็นั่นล่ะครับคุณผู้อ่าน ถ้าคุณมีวง มีเพลง อย่าเอาไว้อวดแค่ในคอม ฯ ไม่มีประโยชน์ เอาออกไปหางานเล่นเลย ด้านได้ อายอด!

2. เรามัวแต่หวังพึ่งคนอื่นให้ช่วยโปรโมทวงตัวเองหรือเปล่า?

ฝรั่งเขามองเป็นเรื่องน่ารำคาญนะครับ กับการที่วงดนตรีสักวงเอาแต่โทษคนรอบตัว ว่าที่ตัวเองไม่ประสบความสำเร็จสักทีเป็นเพราะคนนั้นไม่ช่วย คนนี้ไม่ช่วย คนจัดไม่ค่อยโปรโมทงานในเฟซ ฯ เลย คนเลยมาดูนิดเดียวเอง เนี่ย มีอีกงานมาจัดชนกันอีกแล้วใครจะมาดูวะ ฯลฯ สุดท้ายแล้วถ้าแม้แต่คุณยังไม่เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง แล้วใครจะไปเชื่อ

ที่ต้องทำก็คือ พิมพ์โปสเตอร์-แฮนด์บิล ใบปิดโฆษณาวงตัวเอง เวลาไปงานอื่นก็เอาไปเดินแจก แนะนำตัวเอง แนะนำเพลงของวงให้คนอื่น ๆ รู้จักด้วยตัวคุณเอง ใช้วิธีบ้าน ๆ แบบนี้แหละ ถือเป็นวิธีที่ดีนะ เพราะในขณะที่คุณทำ มันก็จะมีวงอื่น ๆ ที่ขี้เกียจทำแบบนี้ แล้วก็นั่งรอคอยโอกาสต่อไป แบบนี้คุณก็ได้เปรียบกว่าเห็น ๆ

การโพสท์ในเฟซบุ๊กอ่ะมันง่าย แต่หนทางไปสู่ความสำเร็จมันไม่ง่ายด้วยหรอกครับ เพราะงั้นการที่คุณลงมือลงแรงมากกว่าคนอื่น ๆ สิ่งตอบแทนที่จะได้รับกลับมาก็จะแตกต่างจากคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

3. วงเรามีปฏิสัมพันธ์กับสังคมแฟนเพลงมากน้อยขนาดไหน?

วงดนตรีเล็ก ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีชื่อมากนักส่วนมากจะได้รับโอกาสให้ไปเล่นเป็นวงเปิดงานแสดงสดของวงระดับบิ๊กเนมเสียบ่อยครั้ง บางวงพอเล่นจบแล้ว ก็ตั้งหน้าตั้งตาเก็บของลงจากเวที แล้วเข้าห้องพักนักดนตรีไปเลย คุณจะไปฉลอง ไปปาร์ตี้อะไรก็ตามแต่ รู้ไว้เลยว่าคิดผิดกันแล้ว คุณควรกลับไปยืนขายสินค้าของวงด้วยตัวเอง ไปรอพบปะพูดคุยกับแฟนเพลง แจกลายเซ็น ถ่ายรูป ฝากช่องทางการติดตามงาน

สิ่งที่คนในวงการดนตรีบางคนยังเข้าใจผิดกันอยู่คือคิดแค่ว่านี่เป็นแค่เรื่องของคุณคนเดียว ก็แค่ทำเพลงมาขาย มาโชว์ แล้วจบ

เปล่าเลยครับ ที่จริงมันเกี่ยวข้องกับแฟนเพลงด้วย วงดนตรียุคนี้ต้องขายประสบการณ์การชมดนตรีให้แก่แฟนเพลง ถ้าไม่มีพวกเขา คุณจะเล่นให้ใครดู คุณและวงต้องพยายามมีปฏิสัมพันธ์ ตอบโต้กับแฟน ๆ ผ่านเฟซบุ๊ก และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ให้มากที่สุด ให้เกิดความเป็นกันเอง และเข้าถึงได้ เพราะถ้าคุณมัวแต่ดึงหน้า คิดว่าเสียเวลาที่จะใส่ใจกับแฟนเพลง อีโก้เยอะมากนักก็เก็บเพลงไว้เล่นให้คนที่บ้านดูก็พอแล้ว

4. การออกแบบโชว์หรือสถานที่จัดงานดึงดูดคนพอไหม?

ข้อนี้ผมมองว่าอาจไม่ได้เกี่ยวกับแวดวงอันเดอร์กราวด์บ้านเรามากนัก ผมไม่แน่ใจว่าในงานคอนเสิร์ตระดับใต้ดินของต่างประเทศ นักดนตรีจะสามารถดัดแปลง แก้ไข เพิ่มเติม ตกแต่งเวทีด้วยอุปกรณ์ของวงเองได้หรือเปล่า หรือทางคนจัดงานเขาจะทำตามข้อเรียกร้องของทางวงมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ ๆ ของบ้านเรา ทำไม่ได้แน่นอน มองอีกมุมนึง อย่างมากเราก็ทำได้แค่ออกแบบโชว์ของวงเราเองให้ดีที่สุดก็พอ อาจจะประชุมวง คุยกันนอกรอบก่อนก็ได้ว่า โชว์นี้เราอยากเน้นเรื่องอะไร มีอะไรที่อยากจะโชว์หรือสื่อสารกับคนดูมากเป็นพิเศษไหม

การซ้อมคิวการแสดงบนเวทีไว้ก่อนเพื่อความพร้อมเพรียงของวงก็เป็นสิ่งที่วงใหม่ ๆ ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะความประทับใจแรกที่แฟนเพลงได้เห็นวงเราขึ้นเล่นนั้น ก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกติดตามโชว์ของวงเราได้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว และถ้าหากเราสามารถชักชวนกลุ่มเพื่อนชาวแก๊งที่พอจะมาช่วยเราดูว่าโชว์ของเรานั้น ขาดเหลืออะไร และควรปรับปรุงตรงไหน ถ่ายวีดีโอเก็บไว้ศึกษาเลยก็ดี เพื่อการแก้ไขให้โชว์ต่อ ๆ ไปของเราได้พัฒนาขึ้น ก็จะมีประโยชน์กับเรามากเลยล่ะครับ

5. วงคุณสร้างสัมพันธ์อันดีกับวงดนตรีอื่น ๆ ไว้บ้างหรือเปล่า?

มาถึงประเด็นสุดท้ายนี้ ส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างเห็นด้วยเลยนะ มันมีประโยชน์ และทรงพลังมากจริง ๆ กับระบบเครือข่ายพรรคพวก ระบบอุปถัมภ์ ที่หลายคนอาจจะบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่คุณรู้ไหมว่าการสานสัมพันธ์อันดี สร้างคอนเนคชั่นกับวงดนตรีกลุ่มต่าง ๆ เอาไว้ด้วยน่ะ มันจะมีประโยชน์กับวงคุณในภายภาคหน้า อย่างน้อยที่สุด ถ้ามีงานดนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต แล้วผู้จัดกำลังต้องการวงดนตรีสเป็คแบบเดียวกับวงคุณ แต่เผอิญว่าผู้จัดไม่รู้จักวงคุณ แต่รู้จักกับวงดนตรีเพื่อนของคุณอีกวงหนึ่ง ถึงตอนนั้นคุณจะรู้ว่าพลังอำนาจของความเป็นมิตรมันให้คุณกับวงดนตรีวงเล็ก ๆ มากแค่ไหน

อย่ารังเกียจระบบพรรคพวกเลยครับ แทบจะทุกวงการที่การรวมกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและกันไว้ จะเป็นการต่อลมหายใจให้สังคมนั้น ๆ ได้ดีที่สุดอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลย ที่สำคัญคืออย่าเอาแต่นั่งอิจฉาวงดนตรีด้วยกันเอง อย่ามัวแต่น้อยใจโชคชะตา ร้องหาแต่โอกาสโดยไม่ออกก้าวเดิน ออกไปตามหา ออกไปสร้างไมตรี ออกไปผูกมิตร สร้างเครือข่ายนักดนตรีให้มันยิ่งใหญ่ไปพร้อม ๆ กันดีกว่าครับผม

วงใต้ดินที่ลืมตาอ้าปากขึ้นพ้นผิวโลกได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะระบบพรรคพวกเนี่ยล่ะครับที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ประโยชน์ของมันมี ใช้ให้ถูกที่ถูกทางเถิดจะเกิดผล

ที่มา – Alternative Press

แชร์ : Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedIn