เมื่อไม่กี่วันก่อน ที่อินสตาแกรมของวง Light the Torch (หรือชื่อเดิม Devil You Know) ลงภาพคู่ระหว่าง Howard Jones ฟรอนต์แมนของวง และ Adam Dutkiewicz มือกีตาร์อัจฉริยะสุดเพี้ยนของวง Killswitch Engage ที่พบเจอกันในร้านอาหาร โดยภาพดังกล่าวมีแคปชันสั้น ๆ ว่า “Hojo having lunch with an old friend today!” แปลเป็นไทยได้ว่า “วันนี้ฮาเวิร์ด โจนส์ หม่ำอาหารเที่ยงกับเพื่อนเก่า” (Hojo คือคำย่อชื่อของ Howard Jones) ซึ่งก็ไม่ทราบแน่ชัดเหมือนกันว่าการเจอครั้งนี้มีนัยยะอะไรสำคัญหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงแค่การนัดรับประทานอาหารตามปกติเท่านั้น แต่ที่แน่ ๆ สำหรับ Howard Jones แล้ว เขาถือเป็นผู้พลิกโฉมวง Killswitch Engage อย่างแท้จริง

เรามาย้อนรอยความหลังกันซักนิดดีกว่าครับว่าเขาทำให้ Killswitch Engage เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน

หลังจากที่ Jesse Leach หันหลังให้วงในช่วงแรกกับอัลบั้ม Alive or Just Breathing ชายหนุ่มผิวสีท่าทางดุดัน สมาชิกจากวง Blood Has Been Shed นามว่า Howard Jones ก็ถูกดึงเข้ามาทำหน้าที่แทน แต่ก่อนหน้าที่ Jones จะเข้ามาร่วมวง Philip Labonte นักร้องนำจากวง All That Remains ก็เสนอตัวด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายก็อย่างที่ทราบกันว่าทางวงเลือกใครมาทำหน้าที่

Howard Jones เริ่มเดบิวท์ผลงานกับ KSE ให้ทุกคนรู้จักกันในเพลง “Fixation on the Darkness” ผลงานจากอัลบั้ม Alive or Just Breathing ที่ถูกนำมาอัดใหม่โดยใช้เสียงร้องของ Jones ซึ่งก็ต้องทำให้แฟนเพลงต้องตกตะลึงกับเสียงร้องของเขา มิติเสียงร้องที่กว้าง ความหลากหลายของโทนเสียงสำรอก ความหนาของเนื้อเสียง รวมไปถึงเสียงคลีนที่ไพเราะในสไตล์คนผิวสี กลายเป็นจุดเด่นใหม่ของวง KSE ทันที แต่นี่แค่การชิมลางเท่านั้น เพราะของจริงมันเริ่มหลังจากนี้

หลังจากที่ร่วมออกทัวร์กับวงและลงมือทำอัลบั้มกันไม่นานนัก KSE ก็คลอดผลงานชุดที่ 3 The End of Heartache ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2004 เพียงแค่สัปดาห์แรกทางวงก็ขายผลงานได้ถึง 38,000 แผ่นเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับวงเมทัลคอร์ที่เต็มไปด้วยเพลงที่ใช้เสียงสำรอกเป็นหลัก และผลงานชุดนี้เองที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักเสียงร้องแบบเต็ม ๆ ของ Howard Jones ซึ่งทุกแทร็กในอัลบั้มนี้เขาทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบมาก ๆ จนทำให้แฟน ๆ ลืม Jesse Leach ไปโดยทันที ด้วยความลงตัวในทุกภาคส่วนดนตรีของอัลบั้มนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานชิ้นนี้จะได้รับการยกย่องและขึ้นหิ้งไปแล้วในแวดวงดนตรีเมทัล/ฮาร์ดคอร์ มีซิงเกิลโด่งดังที่แฟน ๆ ไม่เคยลืม เช่น “Rose of Sharyn” และไตเติ้ลแทร็ก “The End of Heartache” แถมยังเปิดประตูให้กระแสดนตรีเมทัลคอร์โด่งดังเป็นพลุแตกอีกต่างหาก รวมไปถึงกลายเป็นสูตรสำเร็จในการเรียบเรียงเพลงของเมทัลคอร์ในยุคนั้นอีกด้วย ไม่เกินเลยซักนิดที่จะบอกว่า Howard Jones คือจิกซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้ทางวงประสบความสำเร็จในอัลบั้มนี้

หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับอัลบั้ม The End of Heartache ทางวงก็กลายเป็นวงระดับเมนสตรีมของวงการเมทัลไปโดยทันที พวกเขาต่อยอดความสำเร็จรวมกับ Howard Jones ต่อไปอีก 2 อัลบั้มคือ As Daylight Dies และอัลบั้มที่มีชื่อเดียวกับวง ซึ่งก็ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากแฟนเพลงเสมอมา แต่ในสุดท้าย Jones ก็ตัดสินใจออกจากวงด้วยเหตุผลส่วนตัว หลังจากที่ร่วมเดินทางกับ KSE มาถึง 9 ปีเต็ม ก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับวงใหม่ที่มีชื่อว่า Devil You Know หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Light The Torch นั่นเอง และในส่วนของวง KSE ก็ได้ Jesse Leach กลับมาทำหน้าที่นักร้องนำแทนอีกครั้ง

นอกจากผลงานกับ Killswitch Engage แล้ว ตัว Jones เองยังเคยได้มีโอกาสไปร่วมแจมกับศิลปินอื่น ๆ ด้วย เช่น

เพลง “Until The End” ของวง Asking Alexandria

เพลง “Dangerous” ของ Within Temptation

เพลง “The Dagger” ของโปรเจค Roadrunner United

ในฐานะที่ผมเป็นแฟนเพลงของ Killswitch Engage และเป็นนักร้องนำเหมือนกัน ก็ต้องยอมรับเลยว่า Howard Jones เป็นนักร้องที่ครบเครื่องมากที่สุดของวงการตั้งแต่ได้ฟังเพลงมาเลยครับ จะหนัก จะเบา จะหวาน ถ่ายทอดออกมาได้ดีทั้งหมด ซึ่งมันไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เลยสำหรับนักร้องที่มีสกิลสูงขนาดนี้ ก็หวังว่า Jones จะก้าวไปประสบความสำเร็จกับวงใหม่ของเขานะครับ แต่เชื่อจริง ๆ เลยว่าแฟน ๆ ต่างก็คิดถึงภาพของ Jones ถือไมค์ร้องกับวง Killswith Engage อยู่เสมออย่างแน่นอน!

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

Co-founder/writer at Headbangkok
นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนHeadbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ
Jeddy Tragedy
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page