ในช่วงปิดเทอมหน้าร้อนของเด็กวัย 12 ขวบ ผมจะชอบไปอยู่บ้านพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พี่ชายผมคนนี้เติบโตมากลับเพลงร็อก ซึ่งช่วงนั้นผมเพิ่งจะเริ่มฟังวงนูเมทัลคือวง Limp Bizkit และไม่เคยคิดจะฟังวงอื่น ในคืนที่ผมนอนค้างบ้านพี่ชาย พี่ผมก็ได้แนะนำให้รู้จักกับวงที่ชื่อว่า Linkin Park โดยบอกว่า “เฮ้ย ฟังดิเจ๋งนะเว้ย” ก็เลยยอมตามใจพี่ด้วยการไปหยิบเทปปกสีเทา ๆ มีสัญลักษณ์คล้าย ๆ คนถือธง เขียนชื่ออัลบั้มว่า Hybrid Theory

หลังจากได้ฟังอัลบั้มนี้ตลอดทั้งคืนเปิดวนไปมา ชีวิตผมก็เหมือนจะได้เจอวงที่โคตรชอบซะแล้ว หลังจากวันนั้นผมกลับมาบ้าน ไม่รอช้ารีบออกไปซื้อเทปอัลบั้มนี้จากร้านขายเทปและซีดีแถวบ้าน กลับมาเปิดฟังและอ่านเนื้อร้องวนไปมา ๆ วันละหลาย ๆ รอบ จนสามารถร้องได้ทุกเพลงในอัลบั้มนั้น จนเทปยืดจนต้องซื้อม้วนใหม่ พอเราคลั่งไคล้วงดนตรีใดซักวงแน่นอนเราจะต้องอยากดูคอนเสิร์ตสด ๆ ของพวกเค้าซักครั้ง และนั่นก็กลายมาเป็นหนึ่งในความฝันที่จะต้องทำให้ได้คือการได้ดูคอนเสิร์ตของ Linkin Park ในกรุงเทพนั่นเอง

แต่กว่าความฝันจะเป็นจริงก็ใช้เวลาหลายปีจากเด็กวัย 12 เติบโตมาจนถึงวัย 16 ปี ผมได้รับข่าวว่า Linkin Park จะมาเปิดการแสดงในบ้านเราในวันที่ 20 มิถุนายน 2004 ผมตื่นเต้นอย่างมาก มากถึงมากที่สุด ฝันของผมใกล้จะเป็นจริงแล้ว แต่ ๆ … มันมีอุปสรรคสุดสามัญมาขวางคือไม่มีเงิน แต่ทุกปัญหาย่อมมีทางออก และทางออกของผมคือการแปรรูปของใช้ในตัวให้กลายเป็นเงิน โดยสิ่งนั้นก็คือโทรศัพท์มือถือ Nokia 3315 ที่ใช้งานอยู่นั่นเอง ผมตัดสินใจนำมือถือของผมไปขายที่มาบุญครอง จนได้เงินมาจำนวนนึงที่จะสามารถซื้อบัตรราคา 2,500 บาท ซึ่งเป็นบัตรโซนหน้าสุดได้ หลังจากขายเสร็จผมรีบดิ่งไปไทยทิกเก็ตเมเจอร์สาขาเซ็นทรัลชิดลมเพื่อซื้อบัตรโดยทันที และแล้วความฝันของผมก็เป็นจริงแล้วแหละ แม้จะต้องเสียสละของมีค่าส่วนตัวไปก็ตาม

ในวันคอนเสิร์ตผมไปคนเดียว เพราะสมัยนั้นรู้สึกว่าจะหาคนฟังเมทัลยากเหลือเกิน ไปนั่งดูวงเปิดจากค่าย Sony Music อย่าง Scrubb และศิลปินกลุ่ม Monotone รวมไปถึงวงเปิดสุดพีคและเข้ากับงานที่สุดอย่าง Ebola ช่วงนั้นเพิ่งปล่อยอัลบั้ม Pole มาหมาด ๆ ผมดู Ebola จบแทบจะเป็นลม ตอนที่วงเล่นผมตะโกนแหกปากได้หลาย ๆ เพลง แต่คนข้าง ๆ ดูเหมือนจะไม่อินกับผมเท่าไหร่นะ

หลังจากจบโชว์ของ Ebola ความฝันของผมที่รอมาตลอดหลายปีก็เป็นจริงกับการปรากฎตัวของวง Linkin Park นี่เราได้เห็น Chester Bennington, Mike Shinoda, Brad Delson, Phoenix, Rob Bourdon และ Joe Hahn ตัวจริงเสียงจริงแล้วหรอเนี่ย แทบไม่อยากเชื่อสายตา ตลอดโชว์ผมเกาะขอบอยู่หน้าเวทีฝั่งซ้าย ร้องเพลงตามพวกเค้าตลอด ช่วงที่วงมาเป็นช่วงที่เพิ่งมีผลงานสองอัลบั้ม คือ Hybrid Theory และ Meteora ผมอินและเอ็นจอยกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้แบบสุด ๆ นับเป็นวันที่ผมมีความสุขมาก ๆ วันนึงในวัยนั้น วงเองก็เล่นเพลงเซ็ตลิสต์แบบจัดเต็มท่ามกลางแฟนเพลงกว่า 35,000 คน ที่ลาน Active Square เมืองทองธานี เวลากระโดดพร้อมกันทีทำเอาพื้นสะเทือนอย่างกับมีแผ่นดินไหว คอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็ได้กลายเป็นโมเมนต์และความทรงจำที่สวยงามของผมเสมอมา

แม้ในช่วงหลัง Linkin Park จะมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางดนตรีไปมาตลอดเวลา แต่ผมก็ยังคงติดตามพวกเค้าเสมอมา เพราะแม้พวกเค้าจะเปลี่ยนแนวแต่ก็ต้องชมการเรียบเรียงเพลงที่ทำออกมาได้ดีเสมอ รับรู้ได้ถึงความเอาใจใส่กับดนตรีของพวกเค้าเป็นอย่างดี และสิ่งหนึ่งที่ทำให้วงประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่งก็คือเสียงร้องของผู้ชายที่ชื่อว่า Chester Bennington เสียงร้องอันมีเอกลักษณ์ยากที่ใครจะเลียนแบบ มีสไตล์การร้องที่ครบเครื่องจะหนักจะเบาจะแหกปากทำได้ดีเสมอ แถมยังมีทีเด็ดในการเขียนเนื้อเพลงให้มีเมโลดี้ติดหูทุกเพลง นี่คืออาวุธลับที่ทำ Linkin Park ประสบความสำเร็จบนโลกอุตสาหกรรมดนตรี ทำให้ Linkin Park กลายเป็นวงที่เข้าถึงกลุ่มคนฟังทุกประเภท แม้แต่คนงานซ่อมรถแถวบ้านผมปกติที่ฟังลูกทุ่ง อยู่ดี ๆ พี่แกก็เปิดเพลง “In the End” ฟังซะงั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่วงดนตรีที่มีท่อนแหกปากจะเข้าถึงคนในวงกว้างได้ขนาดนี้

นอกจากนั้นแล้ว Chester Bennington ยังเป็นไอดอลของผมเสมอมา ผมเริ่มหัดแหกปากจากเพลง “One Step Closer” และฝึกฝนมาเรื่อย ๆ จนได้มาเจอกับวงของผม Tragedy of Murder ผมศึกษาวิธีเขียนเพลงมาจาก Chester Bennington ถึงแม้จะไม่ได้เอามาใช้กับวงมากก็ตาม แต่ก็ได้เคยแนะนำทริกการแต่งเพลงให้เพื่อน ๆ นักดนตรีได้รับรู้ และต้องบอกว่า Linkin Park เป็นวงที่ถีบประตูผมสู่โลกกว้างของดนตรีเมทัล/ฮาร์ดคอร์ อย่างแท้จริง เพราะเมื่อก่อนนิตยาสารดนตรีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Linkin Park ผมจะซื้อเก็บหมด และผมได้เจอนิตยสาร Nu Rocker หน้าปก Incubus โดยที่มีเนื้อหาข้าง ๆ เกี่ยวกับ Linkin Park บนหน้าปก ผมจึงตัดสินใจซื้อ และนั่นแหละคือหนังสือเล่มนี้ทำให้ผมได้ทำความรู้จักวงเมทัล/ฮาร์ดคอร์มากมาย จนกลายมาเป็นผมในทุกวันนี้

และเมื่อคืนที่ผ่านมาผมได้ทราบข่าวการจากไปของ Chester Bennington พอรับรู้ข่าวรู้สึกหน้าชาพร้อมกับความสงสัย เพราะลึก ๆ คิดว่านี่คือข่าวลวง ผมจึงไล่เช็คแหล่งข่าวต่าง ๆ รวมถึงทวิตเตอร์ และทวีตแรกที่ผมเห็นคือ Ben Bruce มือกีตาร์ Asking Alexandria โพสต์ไว้อาลัย เฮ้ย นี่มันเรื่องจริงหรอ โคตรบ้า ไม่อยากจะเชื่อเลย ความรู้สึกหม่นหมองเกิดขึ้นในพริบตา เหมือนเราได้สูญเสียคนใกล้ตัวที่เรารู้จักมาเป็นสิบ ๆ ปีไป มันยากที่จะทำใจยอมรับเพราะเรามีความผูกพันธ์กับผลงานของ Chester Bennington มากมายเหลือเกิน แม้จะไม่ได้เปิดฟังทุกวัน แต่อาทิตย์นึงก็จะต้องเปิดฟังให้ผ่านหูอยู่ตลอดเสมอ เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับชายที่ชื่อว่า Chester Bennington

ผมจะคิดถึงเสียงร้องของเค้าเสมอไปตลอดในช่วงเวลาของชีวิตผม ขอบคุณที่ฝากผลงานไว้มากมายที่ได้ขับกล่อมผู้ที่มีลมหายใจบนโลกใบนี้ ขอบคุณที่เข้ามาสร้างแรงบันดาลใจในการเล่นดนตรีให้กับผม ขอบคุณที่ทำให้ผมได้รู้จักวงดนตรีที่ดีที่สุดของโลกใบนี้อีกวงหนึ่ง ขอบคุณที่คุณเกิดมาบนโลกใบนี้พร้อมกับเสียงร้องอันมีเอกลักษณ์ เราจะคิดถึงคุณตลอดไป หลับให้สบายนะ Chester Bennington

ด้วยรัก เคารพ และอาลัย
Jeddy

Jeddy Tragedy

นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียน Headbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ