กราบสวัสดีชาว Headbangkok นะฮะ กระผมนาย EarthG กลับมาอีกครั้งกับการรีวิวคอนเสิร์ตอันดุเดือดเร้าจายจากเกาะอังกฤษ หากใครได้ติดตามรีวิวครั้งที่แล้วไปกับวง Cannibal Corpse ก็คงจะพอรู้จักกันแล้ว แต่ถ้ายังไม่รู้จัก ก็แนะนำตัวนิดนึงนะฮะว่าผมมีโอกาสมาเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษหนึ่งปีหลังจากลาออกจากการเป็นดีเจที่คลื่น Rock On Radio ก็เลยถือโอกาสนี้ตระเวนดูคอนเสิร์ตที่นี่ที่มีมากมายจนดูกันไม่ทัน แล้วก็เอามาเล่าให้อ่านกันบนหน้าเว็บสุดเดือดแห่งนี้ อิอิ (ใส่ อิอิ เพื่อลดความเดือด อิอิ)

สำหรับคอนเสิร์ตในครั้งนี้คงจะทราบกันแล้วว่าคือคอนเสิร์ตของวงเมทัลคอร์ขวัญใจมหาชนอย่าง Trivium นั่นเอง โดยครั้งนี้ผมย้อนกลับมาที่เมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้งจากเมืองลีดส์ที่ผมพักอาศัย ต้องบอกก่อนว่าวงที่มาทัวร์ที่อังกฤษส่วนใหญ่จะแวะมาที่แมนเชสเตอร์เนื่องจากเป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนือและมีเวนิวคอนเสิร์ตมากมายทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ให้เลือกตามขนาดแฟนเพลง ส่วนชาวลีดส์ (ชั่วคราว) อย่างผมก็นั่งลุ้นกันไปว่าจะแวะมาบ้างมั๊ย เพราะเป็นเมืองที่เล็กกว่าและเวนิวน้อยกว่า ถ้าหลุดมาบ้างก็จะไม่ต้องเสียค่ารถไฟ

แต่อย่างไรก็ตามด้วยการเดินทางที่สะดวกสบายด้วยรถไฟทำให้ผมเดินทางจากลีดส์มาถึงแมนเชสเตอร์ด้วยเวลาแค่ชั่วโมงนิด ๆ เหลือเวลาเดินเล่นในเมืองก่อนชมคอนเสิร์ตนานพอสมควร พอเวลาประมาณ 5 โมงผมก็ตัดสินใจเดินมาที่ฮอลล์คอนเสิร์ตขนาดกลางที่มีชื่อว่า Manchester Academy 1 ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัย Manchester เลย ท้าวความนิดนึงว่ามหาลัยหลาย ๆ ที่ของประเทศอังกฤษจะมีฮอลล์คอนเสิร์ตตั้งอยู่กลางมหาวิทยาลัยครับ โดยหากไม่ได้ทำกิจกรรมของนักศึกษาก็จะเปิดให้เอกชนมาเช่าจัดคอนเสิร์ตครับ

กลับมาปัจจุบันแบบไม่ต้องใช้ไทม์สโตน ผมมาถึงที่ฮอลล์ห้าโมง ถึงแม้จะไม่ใช่คนแถวนี้แต่ก็หาสถานที่ไม่ยากตามมาตรฐานคอนเสิร์ตเมทัลทั่วไป คือมองหาชุมนุมมนุษย์ชุดดำอย่างเดียวเลย ไม่นานก็พบว่าพวกเขาต่อคิวกันเพื่อรอจับจองพื้นที่หน้าเวทีกันพอสมควรแล้ว ผมหาอะไรทานเสร็จก็ไปต่อคิวกับเขา ใช้เวลาไม่นานเพราะประตูเปิดเวลาหกโมง ก็ได้เข้าไปด้านในฮอลล์ครับ

ในวันนี้นอกจาก Trivium แล้วยังมีวงเปิดถึงสามวงด้วยกันนั่นคือ Venom Prison, Power Trip และตัวจี๊ดอย่าง Code Orange ซึ่งคอนเสิร์ตนี้แทบจะกลายเป็นเฟสติวัลย่อย ๆ เลยทีเดียว บัตรราคา 24 ปอนด์หรือเก้าร้อยกว่าบาทของผมจึงดูคุ้มมากขึ้นไปทันที

หลังจากประตูเปิดครึ่งชั่วโมง วง Venom Prison จากเวลส์ทางตอนใต้ ก็เดินขึ้นเวทีมา โดยวงนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตำนานแบล็กเมทัลอย่าง Venom และ Venom Inc. นะฮะ วงนี้นักร้องนำเป็นผู้หญิงครับ โหดมากเลยทีเดียว พลังมาเต็มมาก แต่ด้วยความที่เป็นวงแรก ซาวด์จึงไปเข้าที่เข้าทางเอาเพลงที่สามและด้วยแนวดนตรีที่ดุเดือดสุดอย่างเดธเมทัล ผู้ชมอาจจะยังปรับตัวจากแดดยามเย็นข้างนอกไม่ทัน จึงยังนิ่ง ๆ กันอยู่ เรียกเซอร์เคิลพิทเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น แต่ก็ได้เสียงปรบมือไปล้นหลามอยู่เมื่อโชว์จบลง

มาวงที่สองคือ Power Trip วงนี้มาจากเท็กซัสครับ แค่เปลี่ยนผ้าหลังเวทีเป็นชื่อวงผู้ชมก็เฮกันลั่นแล้ว คาดว่าคงเป็นขวัญใจคนแถบนี้พอสมควร หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็เสิร์ฟบทเพลงแธรชเมทัลแบบโอลด์สคูลผสมกับพังก์นิด ๆ ให้ชาวอังกฤษอย่างถึงใจ เห็นได้จากการที่อินโทรเพลงแรกยังไม่เสร็จสิ้นวงมอชก็เปิดเป็นวงกว้างแล้ว แนวดนตรีของวงทำให้นึกถึงวงอย่าง Anthrax กับ Slayer เป็นช่วง ๆ สนุกมากครับวงนี้ ใครชอบโอลด์สคูลแธรชรุ่นใหม่ ขอแนะนำเลย

วงที่สามนี่เป็นอีกวงที่มีแฟนเพลงมารอดูมากมายทีเดียวจากการที่ผมเห็นผู้ชมบางส่วนใส่เสื้อวงนี้ พวกเขาคือ Code Orange นั่นเอง บอกตรง  ๆ ว่าไม่ได้ทำการบ้านกับวงนี้มาเลยแต่ได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือมานานแล้ว ขอชมให้เป็นบุญตาสักหน่อย โอ้โหหห รู้เรื่อง! มาถึงพวกพี่แกปากีตาร์ปาเบสทิ้งแล้วกระโดดใส่คนดูเลย ผู้ชมก็เดือดถึงขีดสุดแล้ว แต่ละกรูฟที่ประเคนมาทำเอาเลือดแถบพุ่ง วงนี้มือกลองควบร้องนำครับ หน้าที่เอนเตอร์เทนจึงตกเป็นของสมาชิกท่านอื่น ๆ วิ่งกันพล่านเลยสิครับ บอกตรง ๆ ถ่ายรูปจากกล้องไอโฟนของผมยากมาก ๆ ครับวงนี้ เพราะไม่หยุดนิ่งกันเลย ส่วนสาว Reba Meyers มือกีตาร์ตัวเล็กน่าทะนุถนอมของวงก็ถือว่าแย่งความสนใจจากหนุ่ม ๆ เสื้อดำได้ดีมาก ๆ ด้วยฝีมือและความน่ารักของเธอครับ สุดครับวงนี้ เชียร์กันต่อไป

ถึงคิวพระเอกของวันนี้กันแล้ว ซึ่งบอกตรง ๆ ว่า Trivium เป็นหนึ่งในวงที่ผมชอบมากที่สุดครับ หัดเล่นกีตาร์เพลงของพวกเขาเล่นงานโรงเรียนจนโดนด่ามาแล้วตอน ม.ปลาย เรียกว่าโตมากับพวกเขาเลย วันนี้จึงตื่นเต้นมาก ๆ ก่อนพวกเขาขึ้นเวทีจึงอาศัยความตัวเล็กมุดไปเกือบหน้าสุด ด้วยในใจหวังว่าจะหลบวงมอชและไม่เจ็บตัว แต่ผมคิดผิด!!!

เพราะเพลงแรกที่เริ่มขึ้นมาอย่าง “The Sin and the Sentence” ก็ทำให้ความเดือดในฮอลล์ทะลุถึงขีดสุด ผมที่อยู่เกือบหน้าสุดถูกอัดเข้ากับรั้วขอบเวทีจนแทบขยับตัวไม่ได้ แต่สัมผัสได้ถึงแรงกระแทกเป็นระลอก ดีที่มีอีกคนอยู่ข้างหน้าไม่งั้นคงเจ็บไม่น้อย แต่ไม่สนโว้ยยยย ถึงจุดนี้แล้ว โยกคอเท่าที่โยกได้ โดดตามแรงกระเพื่อมไป โคตรมัน!!! แล้วเห็นฮีโร่ของผมใกล้มาก ทั้ง Matt Heafy ที่การออกกำลังกายทำให้เขาดูดีขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้อย่างกะครูสอนฟิตเนส Corey Beaulieu ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่รู้จักกันมาและ Paolo Gregoletto ผู้กระตุกเบสได้สะใจเหมือนเคย แถมด้วยสมาชิกใหม่อย่าง Alex Bent เจ็บแค่ไหนก็คุ้ม!

บทเพลงที่จัดมาในเซ็ตลิสต์ถือว่าเกลี่ยได้ดีครับ เพลงใหม่เพลงเก่าจัดมาหมด เพลงเก่ากลาง ๆ อย่างเช่น “Throes of Perdition”, “Becoming the Dragon” ก็จัดมา เพลงเกือบใหม่อย่าง “Inception of the End”, “Until the World Goes Cold” ก็มา แต่ส่วนที่ผมและเกือบทุกคนในฮอลล์รอคอยก็คงเป็นเพลงจากอัลบั้มขึ้นหิ้งอย่าง Ascendancy ซึ่งทางวงก็จัดให้อย่างพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น “Ascendancy”, “Drowned and Torn Asunder” รวมไปถึงเพลงที่ผมแกะไปเล่นเวที ม.ปลาย อย่าง “Like Light to The Flies” ก็จัดมาจนผมนำ้ตาแทบไหลจากการอยากฟังสด ๆ มานานแล้ว ซึ่งตอนทัวร์ฝั่งยุโรปทางวงไม่เล่น แต่ข้ามมาอังกฤษกลับเล่น โชคดีมาก ๆ ครับ

เรื่องของทีมเวิร์กวงนี้ไม่ต้องห่วง ปึ๊กสุด ท่อนโซโล่มือกีตาร์ทั้งสองก็ยืนคู่กันให้มือกีตาร์สมัครเล่นจำกลับบ้านไปแกะกันอย่างยากเย็น ส่วนมือกลองใหม่อย่าง Alex Bent นั้นทำหน้าที่ได้ดีหายห่วงครับแต่อาจจะต้องปรับปรุงเรื่องความเป็นโชว์แมนกันต่อไป เพราะโดนรัศมีสมาชิกท่านอื่นกลบจนมิดเลย

ก่อนอังกอร์ได้ไม่นาน สภาพผมก็เกือบแย่แล้วเพราะโดนกระแทก ๆ อย่างไม่หยุดจนฝรั่งข้าง ๆ ต้องหันมาดูอาการตลอดเวลา จึงขอยอมแพ้หาทางมุดออกไปดูอยู่มุมไกล ๆ ในช่วงอังกอร์ เพลงในช่วงนี้ก็ถือว่เป็นจุดพีกเพราะมีเพลงอย่าง “Shattering the Skies Above” ซึ่งเป็นเพลงโปรดของผมอีกเพลงและเพลงควงสว่านอย่าง “Pull Harder on the Strings of Your Martyr” ก็จัดมาให้ได้วิ่งเป็นวงกลม ส่วนเพลงสุดท้ายก็ตามสูตรครับ ทั้งฮอลล์นั่งลงเพื่อเตรียมโดดในท่อน “In Waves!!!” ซึ่งก็สมใจเพราะโดดกันอย่างพร้อมเพรียง จบคอนเสิร์ตไปด้วยความประทับใจและเหนื่อยแบบสุด ๆ

ถือว่าเต็มอิ่มครับกับคอนเสิร์ตนี้กับวงดนตรีที่ผมรอคอยอยากดูพวกเขาเล่นสดมานาน ถึงแม้ช่วงนี้อาจจะไม่ใช่ช่วงพีกสุด ๆ ของพวกเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่าแฟนเพลงยังหนาแน่นและความสดของวงยังไม่ตกเลยแม้แต่น้อย ส่วนเพลงใหม่ก็ถือว่าเยี่ยมมาก ๆ เลยทีเดียว

ขอจบการรายงานแต่เพียงเท่านี้ละกันครับ หากครั้งหน้ามีวงเดือด ๆ วงไหนเข้าตาและมีปัญญาซื้อบัตรไปดู เราคงได้เจอกันอีก ใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอบคุณมาก ๆ ครับ :)

อดีตดีเจร็อกชื่อไม่ดัง/จริงๆแล้วอยากเป็นนักร้อง/ชอบดูหนังดูคอนเสิร์ต/ตอนนี้อยู่ประเทศอังกฤษ/แต่อยากกลับไทยไปเป็นนักจัดคอนเสิร์ตและมีซิงเกิลกับเขาบ้าง