Sweet Mullet วงร็อกจากค่าย Genie Records เป็นอีกหนึ่งวงที่ทะลุจากวงการอันเดอร์กราวด์ขึ้นไปเฉิดฉายบนโลกภายนอกได้อย่างสง่าผ่าเผย และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่พวกเค้าก็ไม่เคยลืมจุดเริ่มต้นของตนเอง โดยเฉพาะกับงาน Sweet Big Concert ที่กลับมาจัดในบรรยากาศแบบอันเดอร์กราวด์อีกครั้ง ถ้าจะพูดให้ชัดเจนคือแบบใกล้ชิดแฟนเพลงแทบจะยืนหายใจรดต้นคอกันนั่นเอง ซึ่งงานนี้ออร์แกนไนซ์ไม่ใช่ใครที่ไหน พวกเค้าคือทีม Old School Party นั่นเอง งานจัดขึ้นที่ร้าน Play Yard ลาดพร้าวซอย 8 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยก่อนจะถึงคิวของ Sweet Mullet ก็มีวงเปิดถึงสองวงมามอบออร์เดิร์ฟความมันให้กับงานก่อน โดยวงแรกคือ Paper Planes วงร็อกซาวด์จัดจ้านหน้าใหม่และหน้าตาดี (ฮ่า ๆ) ที่มีผลงานในโชว์รูม Showroom และวง Kiss and Demise ศิลปินจากกลุ่ม Deadkids ที่มีการแสดงสดที่โคตรปั่นป่วน โดยเฉพาะมือเบสที่ไม่เคยหยุดเคลื่อนไหวเมื่ออยู่บนเวที โดยการโชว์ของทั้งสองวงก็ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงที่เข้ามาชมกันอย่างดี


(Photo: Sw3etp Photographer)

และแล้วก็มาถึงเวลาของ Sweet Mullet ซึ่งก่อนที่โชว์จะเริ่มคนดูอัดแน่นกันเข้ามาเต็มร้าน Play Yard ทำเอาร้านดูเล็กไปเลย ทางวงเลือกเพลง “พลังงานแสงอาทิตย์” มาเปิดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ แค่เพลงแรกคนดูก็ช่วยกันร้องกระหึ่มร้านกันแล้ว ต่อเนื่องด้วยเพลง “กับดัก”, “เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา”, “คอนเสิร์ตลืมโลก”, “เจ็บทุกลมหายใจ”, “คมมีด”, “I(ไอ)”, “จะเป็นจะตาย” และ “หลอมละลาย” ก่อนจะถึงช่วงเซอร์ไพรส์แรกให้กับแฟนเพลง โดยมีการสลับเอาวงไซด์โปรเจค Soi Cowboy ของพี่อั๋น มือกีตาร์ของวงขึ้นมาเล่นเพลงคัฟเวอร์ของ Fall Out Boy โดยจัดไปสามเพลงได้แก่ “Thnks fr th Mmrs”, “Dance Dance” และ “Sugar,We’re Goin Down”

หลังจากจบช่วงเซอร์ไพรส์แรกทางวงก็กลับมาซัดกันต่อกับเพลง “น้ำตา”, “ไกลสุดไกล”, “กลับมาอีกครั้ง”, “นิทานหลอกเด็ก” และ “ใต้แสงไฟ” หลังจากจบเพลงนี้แขกรับเชิญพิเศษก็ขึ้นมาแจมกับวง เค้าคือพี่เอ๋ Ebola นั่นเอง ขึ้นมาแจมเพลง “ไต่เย้ยนรก” และ “Survivor” ซึ่งทาง Sweet Mullet นำเพลงของ Ebola มาคัฟเวอร์ให้พี่เอ๋ได้ร้องแบบเต็ม ๆ เรียกเสียงเฮคนดูได้อย่างสะใจ หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยระหว่างพี่เอ๋กับพี่เต๋า ทำให้ผมทราบว่าพีเ่อ๋เองก็มีส่วนร่วมที่ทำให้วง Sweet Mullet เกิดขึ้นมา


(Photo: Sw3etp Photographer)

มาถึงเซอร์ไพรส์ที่สองหลังจากส่งพี่เอ๋ลงเวที ก็คือการกลับมาของพี่วีนและพี่กล้วย สองสมาชิกที่เคยร่วมงานกับ Sweet Mullet มาก่อน ทั้งสองขึ้นมาแจมในเพลง “Yoda’s Attention” ผลงานคลาสสิคจากอีพี Panaphobia ตอนเล่นเพลงนี้บังเอิญผมอยู่ใกล้ตู้แอมป์ฝั่งที่พี่วีนเล่น ต้องบอกเลยว่าซาวด์โคตรดิบและเป็นเอกลักษณ์ของพี่วีนจริง ๆ

จบเพลงนี้ก็มาถึงแขกรับเชิญคนที่สอง พี่บอน Annalynn ขึ้นมาร่วมแหกปากในเพลง “ลั่น” ต่อเนื่องด้วยเพลง “หัวใจที่หายไป” และ “ตอบ” ซึ่งหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักพวกเค้าจากผลงานเพลงนี้ รวมถึงตัวผมเองด้วย การได้ฟังเพลงนี้ทำให้ภาพความทรงจำสมัย ม.ปลาย ผุดขึ้นมาโดยทันที ฮ่า ๆ หลังจากจบเพลงตอบก็ถึงช่วงอังกอร์ ซึ่งก็แปปเดียวเท่านั้นทางวงการกลับมาปิดท้ายด้วยเพลง “ฝากเลี้ยง” ผลงาน rearrange ของพี่เจ เจตรินในโปรเจ็กต์ Play


(Photo: Sw3etp Photographer)

จบโชว์ลงไปอย่างสวยงามครับ ท่ามกลางความอบอุ่นและเป็นกันเองระหว่างแฟนเพลงและวง Sweet Mullet นอกจากนั้นทั้งซาวด์และแสงสียังยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ขอปรบมือดัง ๆ ให้กับทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของ Old School Party เลยครับ ที่จัดงานด้วยคุณภาพในทุก ๆ ครั้ง เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ผมประทับใจมาก การได้ดูโชว์ของวงที่ทำให้เราอยากมีวงดนตรีเป็นของตัวเองมันรู้สึกดีเสมอครับ น่าเสียดายที่อีกไม่นานพี่อั๋นต้องออกจากวงแล้ว การดูโชว์ในครั้งนี้เลยยิ่งมีความหมายสำหรับผมมาก ๆ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับ พี่เต๋า, พี่แป๊ป, พี่หมู, พี่ตี่ ช่วยกันขับเคลื่อนวง Sweet Mullet ต่อไปเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่มีพวกพี่เป็นต้นแบบด้วยครับ

ขอบคุณรูปภาพจากน้องพี Sw3etp Photographer แฟนน้องต้อง Kiss and Demise ด้วยครับ

Jeddy Tragedy

นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียน Headbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ