ก็กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งจนได้ครับ สำหรับวงป๊อปพังก์ขวัญใจในวัยเด็กของใครหลายคนอย่าง Simple Plan จากประเทศแคนาดา ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นการมาที่ทำให้ความฝันของใครหลายคนเป็นจริงขึ้นมากันอีกครั้งเลยก็ว่าได้เพราะตัวผมเอง (และคนรุ่นเดียวกันอีกหลายคน) ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ดูการแสดงสดของพวกเขาครั้งนี้เป็นครั้งแรกเพราะตอนเด็กมีปัจจัยหลายอย่างทำให้ติดขัด (หลัก ๆ ก็เรื่องเงินนั่นแหละ) เพราะฉะนั้นครั้งนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่เกือบทำให้บ่อน้ำตาแตกครั้งนึงเลยก็ว่าได้ครับ

การมาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเวิลด์ทัวร์โปรโมตอัลบั้ม Taking One for the Team งานชุดที่ห้าของวงทีเพิ่งปล่อยออกมาใหม่ในปีนี้ เรียกว่ายังสดใหม่ (สวนทางกับวัยของสมาชิกในวงที่แก่ลงไปเยอะประมาณนึง :P) จัดที่มูนสตาร์สตูดิโอในซอยลาดพร้าว 80 ซึ่งก็ต้องบอกว่าถึงแม้จะเป็นสตูดิโอที่มีคุณภาพสูงและพื้นที่ขนาดเหมาะสม แต่ก็ต้องบอกว่าลำบากในการเดินทางยากโคตร ๆ ที่นึงเลยครับ (ยกให้ความลำบากในการเดินทางเป็นอันดับสองรองจากเมืองทองธานี) ก่อนเริ่มงานมีฝนตกลงมาห่าใหญ่จนต้องหาที่หลบกันให้วุ่น แต่ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างเรียบร้อยดีครับ

Opening Act ของงานเป็นดีเจท่านหนึ่งที่จำชื่อไม่ได้เพราะไม่ได้หาข้อมูลไปก่อน ก็เปิดเพลงเผาหัวกันไปแบบงง ๆ เพราะบรรยากาศมันไม่เข้ากับวงเฮดไลน์เท่าไหร่ แต่ด้วยความเมาระดับเริ่มต้นก็พอจะทำให้สนุกไปได้บ้าง หลังจากเวลาล่วงเลยไปในช่วงเวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง (นี่มันจะมีคอนเสิร์ต live in Bangkok งานไหนไม่เลทบ้างมั้ย?!) เมื่อไฟในฮอลดับลงก็เป็นไปตามที่คาดไว้ครับ วง Simple Plan ขึ้นมาประจำการบนเวทีพร้อมแจกความสดใสและสนุกสนานให้กับเหล่าแฟนเพลงที่รอคอยกันอีกครั้งแล้ว

simple-plan-live-in-bangkok-1

(ขอบคุณภาพจาก Weena B. McCaslin | facebook.com/Sum41TH)

ทางวงเปิดด้วยเพลงจากชุดใหม่ “Opinion Overload” เรียกเหงื่อกันก่อนที่จะตามมาด้วยเพลงร็อกจังหวะสนุกปนซึ้งอย่าง “Jet Lag” และเพิ่มดีกรีปาร์ตี้ให้สูงขึ้นอีกนิดด้วยเพลง “Jump” ที่มีแอบแทรกเพลง “I Gotta Feeling” ของวง The Black Eyes Peas เข้าไปเหมือนส่งสัญญาณหาคนดูเป็นนัย ๆ ว่า ‘tonight’s gonna be a good, good night.’ อะไรประมาณนั้น หลังจากนั้นก็ใส่เพลงดังมาเรื่อย ๆ ครับ เช่น “I’d Do Anything” และเมดเลย์เพลงสายปาร์ตี้อย่าง “Uptown Funk” ของคุณพี่มาร์ค รอนสัน ก่อนจะตามมาด้วย “Can’t Feel My Face” เพลงจังหวะสนุกจาก The Weekends ให้ฟีลเหมือนมาดูวงเล่นผับประมาณนึง แต่ก็ดีนะ

หลังจากนั้นก็เป็นช่วงพักยกด้วย “Your Love is a Lie” + “Singing in the Rain” ตรงนี้ไม่ได้ดูครับ ออกมาเติมเบียร์ข้างนอก พอกลับเข้าไปแบบกรึ่มได้ที่ก็เจอเพลงชวนโดดกลับมากระแทกหน้าอีกรอบกับ “Can’t Keep My Hands Off You” แล้วก็มาถึงเพลงจังหวะสบาย ๆ อย่าง “Summer Paradise” งานเก่าจากปี พ.ศ. 2554 ที่บรรยากาศชิลขัดกับพายุฝนที่ตกมาก่อนเริ่มงานมาก จากนั้นก็เป็นไปตามเซ็ตลิสต์ที่เล่นเหมือนประเทศอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ “Kiss Me Like Nobody’s Watching”, “Farewell”, “Crazy” และก็มาถึงไฮไลท์แรกของคืนนี้ครับ “Welcome to My Life” หนึ่งในเพลงชาติของชาวป๊อปพังก์ในวันวาน (มาถึงตรงนี้เพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันบ่อน้ำตาแตกไปแล้ว) และปิดเซ็ตพาร์ทแรกของโชว์ด้วย “I’m Just a Kid” ที่ต้องบอกว่าซาบซึ้งกับเพลงนี้เป็นการส่วนตัวประมาณนึงจนโดดแทบไม่เหลือแรงยืนดูช่วงอังกอร์ต่อเลยทีเดียว (แม่ง)

ทางวงถือว่าเอ็นเตอร์เทนคนดูดีครับ มีลงมาเล่นกับคนดูแถวหน้าเรื่อย ๆ มีปล่อยลูกบอลยักษ์ออกมาให้ตีเล่นกันด้วยนะ (แหม๊) ที่ชอบเป็นพิเศษคือถึงแม้ว่าสมาชิกในวงจะแก่ขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงปล่อยพลังวัยรุ่นให้กับคนดูได้แบบไม่มีหยุดพัก เรียกว่าเป็นการเติมพลังหนุ่มสาวให้เด็กโข่งแบบผมได้ดีทีเดียวครับ Yeah!

simple-plan-live-in-bangkok-2

(ขอบคุณภาพจาก Weena B. McCaslin | facebook.com/Sum41TH)

ทีนี้ก็มาถึงช่วงอังกอร์ที่หลายคนรอคอยกับ “Shut Up” เพลงชาติอีกหนึ่งเพลงของวง และตามมาด้วย “Perfect World” กับ “Take My Hand” ซึ่งมีอยู่เพลงหนึ่งที่ทางวงแถมเพิ่มเข้ามาในเซ็ตให้ แต่ผมจำไมไ่ด้แล้วว่าเพลงไหน (ขออภัยในความมึนเมา) ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงไฮไลท์ของงานวันนี้กับ “This Song Saved My Life” ที่เหล่าซิมเพิ่ลแพลนเนี่ยนในงานพากันชูป้ายกระดาษพิมพ์คำว่า ‘Simple Plan saved my life’ กัน — เพลงสุดท้ายจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “Perfect” เพลงโคตรบิดามารดาฮิตที่ทุกคนในงานร้องกันได้เป็นอย่างดี เพลงนี้กระดาษของเหล่าสาวกถูกพลิกมาเป็นคำว่า ‘Thanks for coming back’ แทนพร้อมกับน้ำตาของอีเพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันที่แตกโฮออกมาอีกรอบ ก็ถือว่าเป็นการปิดโชว์ที่สวยงามครบเครื่องสมเป็นวง Simple Plan ดีครับ สนุกดี ได้เติมพลังใจแม้แรงกายจะหมดสิ้นไปเพราะความเมาก็ตาม

… แต่เอ๊ะ เดี๋ยวนี้ ทำไมไม่มีเพลง “Addicted” วะ! (อันนี้เซ็งเป็นการส่วนตัว อยากดูไลฟ์เพลงนี้มาก สะเทือนจายยยย) รวม ๆ แล้วทางวงทำได้ดีสมกับที่คาดไว้ครับ เป็นการดูโชว์ของพวกเขาครั้งแรกที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว เป็นอีกหนึ่งไลฟ์ที่จะจดจำไปอีกนาน

ถ้าจะมีอะไรให้ติก็คงจะเป็นเรื่องการเซ็งเล็กน้อยกับโปรโมชั่นซื้อ 4 แถม 1 ที่ปล่อยออกมาทีหลังเพราะตัวผมเองก็ซื้อบัตรไปตั้งแต่วันแรก ๆ เหมือนกับคนที่ชอบวงนี้คนอื่น ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าคนที่ซื้อช้ากว่ากลับได้โอกาสและ benefit มากกว่าไป ลดไปทีห้าร้อยกว่าบาท ไม่น้อยนะครับ เอาไปนั่งแท็กซี่กลับบ้านได้ อันนี้พูดจากใจเลยว่าเซ็งมากและขอฝากไปยังคนจัดว่าดูแลลูกค้าให้มากขึ้นหน่อยก็ดี เพราะพวกเราก็ไม่มีทางเลือกมากนักครับ วงนาน ๆ มาที ยังไงก็ต้องซื้อดูอยู่ดีนั่นแหละ (ไม่ตำหนิคนที่ได้บัตรฟรีจากกิจกรรมตามเพจเฟซบุ๊กนะครับ อันนั้นถือว่าสมเหตุสมผลแล้ว ก็เป็นการโฆษณารูปแบบหนึ่ง) สวัสดีครับ

Charlie S.

Charlie S.

บรรณาธิการ/ผู้ร่วมก่อตั้ง HEADBANGKOK เสพดนตรีทุกแขนง แต่ชอบเมทัลที่สุด ประกอบอาชีพเป็นก๊อปปี้ไรท์เตอร์ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านรัชดาฯ มีหมาสีดำเป็นเพื่อนคู่ใจ

Email | Blog | Instagram | LinkedIn
Charlie S.
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page