ถ้าพูดถึงหัวหอกของวงการเพลงป๊อปพังก์ยุคใหม่แล้วล่ะก็ ต่อให้เป็นคนที่ไม่ได้ฟังเพลงแนวนี้มากนักก็ต้องเคยได้ยินชื่อของ Neck Deep ห้าหนุ่มไฟแรงจากประเทศเวลส์อย่างแน่นอน

เมื่อทราบข่าวว่าทางวงจะมาทัวร์เอเชียก็รู้สึกปลื้มปริ่มใจเป็นอย่างมากเนื่องจากในช่วง 4-5 ปีหลังมาไม่ได้เปิดรับฟังวงใหม่ ๆ มากนัก และก็เริ่มนิยมชมชอบดนตรีหนัก ๆ น้อยลงไปตามวัย จนกระทั่งได้ลองฟังเพลงวงนี้แล้วรู้สึกว่ามันปลุกความคึกคัก ความสนุก ความกระตือรือร้นอยากกระโดดในคอนเสิร์ตเหมือนสมัยยังเป็นเด็กวัยรุ่นให้กลับมาอีกครั้ง ก็เลยตั้งตารอดูอย่างใจจดใจจ่อเพื่อพบว่าแม่งไม่มีคิวมาเล่นที่ไทย แต่ไปทัวร์ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์แทน (ช้ำ)

แต่เรื่องแค่นี้ไม่สามารถหยุดข้าพจากอาการอยากโดดได้ ก็เลยรีบจัดแจงเทียบราคาตั๋วคอนเสิร์ต ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ฯลฯ ว่าบินไปดูที่ไหนถูกสุด และพบว่ามาเลเซียคือตัวเลือกที่ดีของการเดินทางไปปล่อยแก่ครั้งนี้ (ขออนุญาตตั้งชื่อทริปนี้ว่า ‘ทริปปล่อยแก่’ เพราะไม่ได้ทำตัว alert แบบนี้มาพักใหญ่แล้ว)

#Rockiss Presents #NeckDeepInKL2016

Posted by Rockiss on Monday, January 4, 2016

ขออนุญาตข้ามทุกสิ่งอย่างระหว่างการเดินทางมาที่วันงานกันเลย วันอังคารที่ 26 มกราคมที่ทุกคนในประเทศไทยกำลังฟินกับอากาศโคตรหนาวเหน็บแบบที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ผมกำลังเผชิญอากาศร้อนสามสิบสององศาและความเสี่ยงที่จะเจอฝนตกแบบฟ้ารั่วอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ หลังจากที่เก็บทุกสิ่งอย่างเข้าที่พัก โฮสเทลย่านบูกิตบินตังพร้อมอาบน้ำแต่งตัวอย่างหล่อเท่ เสื้อตัวกางเกงตัว ผมก็พร้อมแล้วสำหรับการปล่อยแก่ไปกับวงดนตรีป๊อปพังก์ไฟแรงแห่งยุคนี้

นาฬิกาบอกเวลาว่าใกล้สี่โมงเย็นซึ่งเป็นเวลาที่ประตูจะเปิด ไอ้เราบินมาไกลก็ไม่อยากที่จะพลาดแม้แต่วินาทีเดียวก็รีบเดินข้ามสี่แยกไปห้าง Fahrenheit 88 ที่ในตั๋วบอกไว้ว่าที่จัดงานอยู่ชั้นสาม เดินเข้าห้างอย่างภาคภูมิใจเพื่อจะพบว่า ‘ชั้นสามมันขึ้นไปไม่ได้!’ เอาแล้วไง คิดในใจว่ากูมาถูกที่รึเปล่าวะ สุดท้ายลงมาถามตรง information ถึงทราบว่ามันต้องออกไปเข้าจากทางข้างตึกเพราะเป็นไลฟ์เฮาส์ที่อยู่ชั้นบน โอเค รอดไป นึกว่าจะได้มาเก้ออยู่ไกลถึงกัวลาลัมเปอร์

พอมาถึงหน้า KL Live ก็พบว่ามันเป็นบันไดข้างซอกตึกแคบ ๆ ที่ต้องเดินเท้าขึ้นไปเองถึงสี่ชั้นเพราะไม่มีลิฟต์ (ไหนมึงบอกชั้นสาม ไม่ได้บอกว่านับชั้น G ด้วย!) ขึ้นไปสี่โมงกว่าเพื่อที่จะพบว่าประตูมันยังไม่เปิด โอเคเริ่มเข้าใจฟีลว่ามันก็คงจะเลทเหมือนบ้านเรานี่แหละ ก็เลยลงมาเดินเล่นต่อไปอีกซักพัก

กลับขึ้นไปใหม่ตอนราว ๆ สี่โมงครึ่งทางทีมงานก็ยอมเปิดประตูให้คนที่ต่อแถวอยู่เข้าไปในงานกันก่อน แต่ยังซาวด์เช็คกันไม่เสร็จเรียบร้อยดี (เช็คจากทวิตเตอร์สด ๆ ว่า Neck Deep ซาวด์เช็คไปแล้ว) มีวงเปิดทยอยกันขึ้นมาเซ็ตนู่นเซ็ตนี่ลองเล่นนู่นลองเล่นนี่ ก็คิดในใจว่า เออ ซักห้าโมงคงได้ดูมั้ง สรุปแม่งเซ็ตกันไปยันหกโมง นี่กูมาทำอะไรตั้งแต่หัววันเนี่ย!

Jpeg

An Honest Mistake

วงเปิดวงแรกเป็นวง An Honest Mistake ป๊อปพังก์จากประเทศเจ้าบ้านที่วันนี้สมาชิกเกือบทุกคนในวงไม่สามารถมาเล่นด้วยได้ ก็เลยปล่อยให้นักร้องนำซึ่งควบตำแหน่งมือกีตาร์ด้วยมาเล่นอคูสติกโชว์คนเดียวมันซะเลย ถึงจะบอกว่าเป็นอคูสติกแต่ความมัน, ความสนุกไม่ด้อยไปกว่าการแสดงแบบฟูลแบนด์แต่อย่างใด พวกคนดูแถวหน้าโยกและร้องตามกันได้ ให้ความร่วมมือกับการแสดงเป็นอย่างดี มีช่วงนึงที่พี่แกตะโกนถามคนดูว่า ‘เอ้าเฮ้ย ใครยังเรียนมหาลัยอยู่บ้างวะยกมือดิ๊’ แล้วเด็กแม่งยกกันทั้งงาน นั่นแหละครับ ชื่อทริปปล่อยแก่เหมือนลอยขึ้นมาตรงหน้าว่า มึงไม่สามารถตั้งชื่อทริปนี้เป็นชื่ออื่นได้อีกแล้ว

Jpeg

Patriots

ต่อกันด้วย Patriots วงปีอปพังก์เจ้าบ้านอีกหนึ่งวงที่มาพร้อมกับสไตล์ที่แปลกตาเล็กน้อยนั่นคือการทาหน้า ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีนัยยะบางอย่างหรือแค่อยากจะทาเฉย ๆ วงนี้ถือว่าการแสดงสดเข้าขั้นดีแม้จะมีสมาชิกมาเล่นไม่ครบวง (ตอนซาวด์เช็คเห็นมีคีย์บอร์ดด้วย แต่ตอนเล่นสดไม่มี) แต่ก็สร้างความสับสนเล็กน้อยเพราะบางเพลงก็สนุกแบบป๊อปพังก์จ๋า บางเพลงก็สำรอกแถมใส่แหลกกันเป็นเมทัลคอร์ไปเลย เฮ้ย ตกลงเอาไงแน่ฟะ! (แต่ยังไงก็ตาม เล่นดีโคตร!)

Jpeg

Scarlet Heroes

และวงเปิดวงสุดท้าย Scarlet Heroes ที่จะบินตามเฮดไลน์ของงานไปเล่นที่สิงคโปร์กันด้วย ก็ถือว่าเล่นดีสมมาตรฐานของแนวเพลงแต่ส่วนตัวกลับรู้สึกเฉย ๆ ไม่รู้เพราะความเอียนป๊อปพังก์ที่ยืนดูมาสองวงติด ๆ แล้วหรือว่าเพราะมันเล่นเฉยจริง ๆ ถือว่าสนุกได้แต่ไม่สุดเท่าสองวงก่อนหน้าเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยบิ๊วอารมณ์ให้ได้ต่อเนื่องดี

และก็มากันถึงเวลาที่ทุกคนลอยคอ (รอคอย!) เมื่อสมาชิกในวง Neck Deep ต่างทยอยพากันออกมาเซ็ตเครื่องดนตรีด้วยตัวเอง เริ่มกันที่แม็ต เวสต์ มือกีตาร์หนุ่มแว่นเครายาว ที่แค่เดินออกมาคนก็เฮกันยับแล้ว ตามมาด้วยแซม บาวเดนและมือเบสเฉพาะกิจที่มาเล่นแทนฟิล ธอร์ปส์-อีวานที่จำเป็นต้องบินกลับบ้านกระทันหัน (ตอนมาทัวร์ออสเตรเลียยังเห็นอยู่เลย) ตามมาด้วยแดนี่ วอชิงตัน มือกลองที่ดูจะมีปัญหากับการเซ็ตอุปกรณ์อยู่ไม่น้อย เพราะกว่าที่พี่แกจะได้ซาวด์ที่พอใจก็ลากยาวไปถึงสองทุ่มครึ่งเลยทีเดียว (นี่กูยืนมาสามชั่วโมงแล้วเรอะ!)

Jpeg

#NeckDeepLiveinKL2016

แต่เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วทางวงก็ไม่ปล่อยให้แฟนเพลงต้องรอนาน จัดกันเน้น ๆ ตั้งแต่เพลงแรก “Citizen of Earth” ต่อด้วย “Losing Teeth” แล้วตามมาด้วยเพลงพลังงานสูงจากอัลบั้มล่าสุดอย่าง “Gold Steps” ก่อนจะปล่อยของด้วย “Crushing Grief” และ “Over and Over” ตามมาติด ๆ

ทางวงดูจะแปลกใจกับปฏิกิริยาสุดเดือดดาลและใส่เต็มของแฟนเพลงชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ไม่น้อย คงเพราะไม่คิดว่าจะมีคนมากันมากและร้องตามกันได้ลั่นขนาดนี้ (โห่ แม่งไม่ยอมมากรุงเทพฯ ยิ่งกว่านี้อีก!) พูดคุยกันพอหอมปากปอมคอแล้วก็จัดเพลงเกรี้ยวกราดอย่าง “Serpents” มาให้ต่อ ก่อนจะเซอไพรส์ด้วยการเล่นเพลงอกหักอย่าง “December” ในเวอร์ชั่นฟูลแบนด์ชวนโดด ไม่เบาหวิวอคูสติกฟังง่ายเหมือนเวอร์ชั่นในอัลบั้ม และตามมาด้วย “Growing Pains” กับ “What Did You Expect?”

ช่วงท้ายงานวงเลือกเพลงปิดก่อนอังกอร์เป็น “A Part of Me” ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลือกในการพักร่างได้ดี แต่แฟนเพลงกับตะโกนร้องกันลั่นงานราวกับว่าเพิ่งใช้พลังไปเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก่อนที่เบน บาร์โลวจะลาแฟนเพลงไปพร้อมกับขยิบตาสองทีว่า ‘อย่าลืมอังกอร์นะเฟ้ย’

Jpeg

#NeckDeepLiveinKL2016

และก็ตามที่คาดไว้ครับ สองเพลงสุดท้ายเป็นการจัดเต็มงานจากอัลบั้มใหม่ที่ยังไม่ได้หยิบออกมาเล่น นั่นก็คือ “Kali Ma” เพลงจังหวะสนุกชวนโดดกันให้ร่างแหลก กับ “Can’t Kick Up the Roots” ที่แอบรู้สักขัดใจเล็ก ๆ เพราะอยากให้เพลงนี้มาก่อนแล้วเอา “Kali Ma” มาปิดมากกว่า (เรื่องมากนั่นเอง)

พองานเลิก หลังจากที่พยายามมองหาปิ๊ก ไม้กงไม่กลอง เซ็ตล้งเซ็ตลิสต์ตามพื้นแต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยก็ถอนหายใจเฮ้อยาว ๆ แล้วเตรียมจะกลับบ้าน ก็เดินไปลาน้องอโนและน้องบัว สองสาวไทยผู้คลั่งใคล้วงและกำลังจะได้เข้าไปมีตแอนด์กรีต แต่ทันใดนั้นนั่นเอง มีพลังงานลึกลับเอาบัตรมีตแอนด์กรีตมายัดใส่มือผมเหมือนดร็อปไอเท็มพิเศษยังไงยังงั้น! เอ้า หวานหมูสิครับแบบนี้ (ทราบทีหลังว่าชื่อ Topan เป็นเพื่อนกับพี่ตู่ Zeus Entertainment Thailand ยังไงถ้ามาอ่านเจอฝากไปขอบคุณด้วยครับ เพราะออกมาจากงานก็ไม่เจอแล้ว)

ระหว่างที่มีตแอนด์กรีตก็พูดคุยทักทายกับวงพร้อมถามว่าทำไมเอ็งไม่ไปกรุงเทพฯ ด้วยวะเฮ้ย ซึ่งทุกคนก็พร้อมใจกันตอบเหมือนซักซ้อมมาอย่างดีว่า จริง ๆ ก็อยากไปมันทุกที่นั่นแหละ แต่ผู้จัดการมันไม่ได้ดีลไว้จะให้ทำยังไง้ย์ พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าถ้ามาทัวร์เอเชียครั้งหน้าจะบินมาเล่นที่กรุงเทพฯ ด้วยอย่างแน่น่อน (เออ แล้วจะรอดู!)

สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณอโนที่ให้โปสเตอร์มาขอลายเซ็นฟรี ๆ ครับ เพราะไม่งั้นการมีตแอนด์กรีตครั้งนี้คงจะเป็นแค่การถ่ายรูปเล่นเฉย ๆ เพราะไม่ได้เตรียมอะไรติดไม้ติดมือไปทั้งสิ้น … ทริปนี้ถือว่าคุ้มเกินคาดและเสียดายแฟนมิตรสหายชาวไทยที่ไม่ได้ดูโชว์พลังล้นเหลือของวง แต่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าหากวงมันยังไม่ยุบไปเสียก่อน ยังไงก็ต้องได้ดูที่บ้านเราซักวันแน่นอนครับ ต้องมีผู้จัดใจถึงที่อยากดูเองแล้วเอามาให้ดูจนได้แหละน่า!

สิ่งที่ตราตรึงใจที่สุดในการมาดูคอนเสิร์ตมาเลเซียครั้งนี้ขอยกให้เหล่ามนุษย์กล้อง ไทยแลนด์ชิดซ้ายไปได้เลยเมื่อได้พบกับกล้องโกโปรพร้อมด้ามกวัดแกว่งไปมาราวกับคฑาพ่อมดน้อยแฮร์รี่ พอตเตอร์ แล้วไม่ได้ทำคนเดียวด้วยนะเออ เฮ้ย มึงล้ำเกินไปแล้ว! … อย่าได้คิดจะทำตามเชียวนะครับ จะเข้าไปหักด้ามทิ้งแล้วกลืนลงคอมันเดี๋ยวนั้นเลย

ขอจบรีวิว #NeckDeepLiveinKL2016 ไว้เพียงเท่านี้ครับ สวัสดี

Charlie S.

Charlie S.

บรรณาธิการ/ผู้ร่วมก่อตั้ง HEADBANGKOK เสพดนตรีทุกแขนง แต่ชอบเมทัลที่สุด ประกอบอาชีพเป็นก๊อปปี้ไรท์เตอร์ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านรัชดาฯ มีหมาสีดำเป็นเพื่อนคู่ใจ

Email | Blog | Instagram | LinkedIn
Charlie S.
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page