Mike Shinoda กับประเทศไทยไม่ใช่ของแปลกใหม่ เขาเคยมาไทยพร้อมกับวง Linkin Park สามครั้ง และมาพร้อมกับวง Fort Minor และแร็ปเปอร์ 50 Cent อีกหนึ่งครั้ง แต่การมาเยือนประเทศไทยในฐานะ ‘ศิลปินเดี่ยว’ ก็เป็นเรื่องแปลกใหม่ทั้งสำหรับแฟนเพลงของ Linkin Park และกับตัวของ Mike เอง

แม้ผู้ชมโดยมากจะดูเป็นกลุ่มคนฟังเพลงร็อก-เมทัล แต่โชว์โดยรวมของคอนเสิร์ต Mike Shinoda Live in Bangkok เทไปในทางป๊อป-อาร์แอนด์บี-และฮิพฮอพมากกว่า แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา เพราะทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่โชว์ของ Linkin Park

Mike กล่าวต้อนรับแฟนเพลงด้วย “Welcome” งานเพลงของ Fort Minor ให้หายคิดถึง ก่อนจะตัดเข้าสู่การแนะนำผลงานตัวเองแบบจริง ๆ จัง ๆ ด้วยเพลง “Place to Start” และ “Watching as I Fall” ที่คนดูร้องตามกันได้มากกว่าที่คิด (เพราะแอบรู้สึกว่าอัลบั้มแรกของเจ้าตัวเงียบยังไงชอบกล)

ระหว่างโชว์ตลอดคืนมีพูดคุยเล่นกับแฟนเพลงเป็นระยะ บ้างก็แซวที่เรื่องที่คนดูพร้อมใจกันใส่เสื้อลายตารางแดง-ดำมาเต็มไปหมดว่าชิคดี พูดเรื่องชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง บลา ๆๆ ถือว่ามี insight เตรียมมาพร้อมดี เรื่องคะแนนการเอ็นเตอร์เทนถือว่าสอบผ่านฉลุยสมเป็นมืออาชีพ ยอมใจในความเฟรนด์ลี่ของพี่แก

หลังจากนั้นก็ถึงคิวเพลงของ Linkin Park กันบ้าง งานเพลงยุคกลางเก่ากลางใหม่อย่าง “Castle of Glass” และ “When They Come for Me” ถูกหยิบขึ้นมาเล่นเรียกน้ำย่อยให้คนดูได้รู้กันว่า ‘คืนนี้มีอีก’ หลังจากแนะนำผลงานทั้งเดี่ยวและหมู่ครบถ้วนแล้ว เจ้าตัวก็พักมาทักทายแฟนเพลงหนึ่งระลอก ก่อนจะตัดเข้าสู่เพลงแร็ปจังหวะสนุกในอัลบั้มใหม่อย่าง “Ghosts” และตามมาด้วย “Kenji” อีกหนึ่งเพลงดังของ Fort Minor

 

ช่วงกลางโชว์แอบนิ่งนิดหน่อย อาจเพราะเป็นการแสดงของเพลงที่ไม่ได้มีคนรอคอยหรือรู้จักมากนัก “Roads Untraveled” / “Waiting for the End” แต่กับเพลง “Where’d You Go” ผู้คนก็ร่ำร้องท่อน ‘Where’d you go? / I miss you so / Seems like it’s been forever / That you’ve been gone’ ส่งความคิดถึงให้ Chester Bennington ที่ลาโลกไปแล้วด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง ตามมาด้วยเพลงจาก One More Light อัลบั้มล่าสุดของ Linkin Park อย่าง “Sorry for Now” อีกหนึ่งเพลงที่เนื้อหากินใจจนอยากจะปล่อยน้ำตาออกมาตั้งแต่กลางโชว์

ตามมาด้วย “Crossing a Line” เพลงอารมณ์ฮึกเหิมจากอัลบั้มเดี่ยวอีกหนึ่งเพลง ก่อนจะมาถึงไฮไลท์หนึ่งเดียวที่ทุกคนรอคอย หลังจากกล่าววาทะเกี่ยวกับเพื่อนผู้ล่วงลับ Mike ก็ขอให้พวกเราทุกคนร่วมกันร้องเพลง “In the End” ในท่อนของ Chester ผู้ล่วงลับไปด้วยกัน เป็น “In the End” เวอร์ชันเปียโนบัลลาดที่เศร้าและซึ้งที่สุดในชีวิต นอกจากตัวเราเองที่ยืนน้ำตาแตกแบบเงียบ ๆ ท่ามกลางฝูงชน คนรอบข้างที่ตะโกนร้องตามกันก็โห่ร้องด้วยสำเนียงสะอึกสะอื้นไม่แพ้กัน ขนาดเตรียมใจมาแล้วยังกลั้นไม่ไหว

หลังจากจบช่วงเวลาแห่งความซึ้งไปโชว์หลังจากนั้นดูจะจืดลงไปเล็กน้อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สนุกด้วยกันได้อยู่ “About You” ถูกเล่นขึ้นมา ตามมาด้วยการแมชอัพระหว่างผลงานใหม่กับผลงานเก่า “Over Again / Papercut” ต่อด้วย “Make It Up as I Go” และ “Good Goodbye / Bleed It Out” ลาเซ็ตลิสต์ชุดแรกกันไปแบบสนุก ๆ (ช่วงท้ายจำเพลงไม่ได้หรอกครับ  เปิดดูจาก setlist.fm มา แหะ ๆ)

 

ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ ที่ไทยเราได้ดูเพลงช่วงอังกอร์มากกว่าที่ฮ่องกงครับ จากที่แผนเดิมคือการเล่นแค่ “I.O.U” / “Remember the Name” / “Running from My Shadow” ในโชว์ของเรามีการเปิดด้วย “Petrified” งานแร็ปมัน ๆ ของ Fort Minor อีกหนึ่งเพลง เรียกว่าเป็นค่ำคืนแห่งการปล่อยของของพี่ Mike แกจริง ๆ ตอนท้ายที่เล่นเพลง “Running from My Shadow” พี่แกโดดลงมาแจมกับคนดูหน้าเวทีด้วย เฮกันลั่น ลากันแบบแกรนด์ ๆ ไปเล้ย!

แม้จะเพิ่งเป็นโชว์ที่สองของทัวร์และมีการติดขัดตะกุกกะกักระหว่างโชว์อยู่บ้าง (เช่นกีตาร์ดับ) แต่งานก็ผ่านไปได้อย่างซาบซึ้งและงดงาม สำหรับผมเอง มองว่างานนี้เป็นมากกว่าการแสดงดนตรี แต่เป็นการเยียวยา การสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง รวมถึงเป็นการเดินทางมาเพื่อแสดงความขอบคุณของ Mike กับผู้คนที่สนับสนุนเขาและเพื่อนพ้องให้ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากในรอบปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ Chester Bennington จากโลกนี้ไป

ไม่ว่าในอนาคต เส้นทางของ Mike และสมาชิกคนอื่นในวง LP จะเป็นไปในทางใด เราจะสนับสนุนต่อไปครับ :)

ผู้ร่วมก่อตั้ง และเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเว็บไซต์แห่งนี้ (เพราะมีเวลาว่างมากกว่าเพื่อนคนอื่นที่ทำด้วยกัน) ฟังเพลงป๊อปได้ ไม่ใช่ปัญหา เป็นคนพูดน้อย เวลาอยู่คนเดียวแทบไม่พูดอะไรเลย

CONTACT:
EMAIL | FB | IG | TW