ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือได้ดีเพราะขยันซื้อซีดีกันแน่ 555+ อยู่ ๆ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปสัมผัสกับประสบการณ์สุดประทับใจในงานคอนเสิร์ต It’s Just an Accident Vol. 9 ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา

ซึ่งสาเหตุเกิดจากตัวเองได้ไปซื้อซีดีวง Arbus แล้วก็ถ่ายโพสลงในเฟซบุ๊กตามปกติ อยู่ ๆ นาย Yanchi ฟรอนต์แมนจากวง Justice for Reason แกผ่านมาเห็นเลยมาคอมเมนต์บอกเราว่าแกกำลังจะไปดูวงเนี้ยที่เกียวโตวันเสาร์นี้ เนื่องจากตอนนั้นอยู่เกียวโตพอดีเลยถามรายละเอียดงานกับแก แกก็แจ้งรายละเอียดมาพร้อมกับบอกว่าถ้าสนใจจะพาเข้างานฟรี (ค่าเข้างาน 3,000 เยน) ได้ยินแบบนี้ก็ใจขึ้นดิครับ โอกาสดี ๆ ฟรี ๆ แบบนี้ใครจะพลาด รีบรับปากตกลงกับแกว่าจะไปแน่ ๆ พร้อมกับนัดแนะเจอกันในวันเสาร์ที่กำลังจะมาถึง

นอนหลับไป 2 คืนก็ถึงวันงาน หลังจากนัดเจอกับแกที่สถานีรถไฟเกียวโต ก็แวะกินราเมงกันก่อนออกเดินทาง ระหว่างกินและออกเดินทางก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ Yanchi (ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกันเลย) ทำให้รู้ว่าแกเป็นคนที่สะสมซีดีและฟังเพลงเยอะมาก ฟังตั้งแต่เมทัลยันไอดอล แถมยังรู้จักและมีซีดีวงไทยบางวง เช่น Annalynn, Nobuna, Hopeless, และ Eccentric Toilet โดยแกไหว้วานเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทยเป็นคนซื้อส่งกลับไปให้ (แอบบ่นว่าค่าส่งแพงชิบหาย) คุยกันระหว่างอยู่บนรถไฟซักพักผ่านไปสองสถานีก็ลงรถที่สถานีนิโจและเดินต่อไปยังสถานที่จัดงานราว ๆ 5 นาทีก็ถึงที่หมาย

มาถึงที่งานราว ๆ 16.30 น. ณ ตอนนั้นประตูยังไม่เปิด มีคนรอมางานบ้าง แต่ไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นนักดนตรีที่มาก่อนล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ สถานที่จัดงาน Kyoto Growly เป็นไลฟ์เฮาส์เล็ก ๆ ตั้งอยู่ย่านนิโจ ความจุที่คะเนจากสายตาแล้วน่าจะได้ไม่เกิน 200 คน แต่เป็นไลฟ์เฮาส์ที่ค่อนข้างมีชื่อในเกียวโต เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2012 มีวงดนตรีหลากหลายแนวเคยมาเยือน ณ สถานที่แห่งนี้มากมายทั้งวงญี่ปุ่นและต่างประเทศ อาทิ Upon a Burning Body, Born of Osiris, Crystal Lake, Her Name in Blood ซึ่งตารางงานที่นี่แน่นเอี้ยดมีวงมาเล่นตลอดไม่ขาดสาย ใครไปเที่ยวเกียวโตแล้วอยากแวะไปดูไลฟ์ลองเช็คตารางจากเว็บไซต์ของร้านได้เลย


(งานศิลปะของวง Vision of Fatima)

ด้วยบารมีของ Yanchi ที่มีคนในงานรู้จักเยอะชิบหาย ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยกับนักดนตรีในงาน มีคนเข้ามาชวนคุยถามไถ่กันตลอดแม้จะคุยกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง 555 พอถึงเวลา 17.00 น. ก็ได้ฤกษ์เปิดประตูงาน เข้าไปรับบัตร เอาคูปองที่ได้มาแลกเบียร์และเดินชมสถานที่กับเมิร์ชต่าง ๆ ของวงที่เอามาขายในงาน มีเมิร์ชอันนึงของวง Vision of Fatima เซอร์มาก ๆ เอาหินมาสกรีนโลโก้ Internet Explorer ตอนแรกนึกว่าเอาตั้งโชว์เฉย ๆ ที่ไหนได้เอามาวางขายจริงจัง (จำราคาไม่ได้ว่ากี่เยน) Yanchi บอกว่าที่วงทำอะไรเซอร์ ๆ ขนาดนี้เพราะสมาชิกในวงเกือบทั้งหมดเป็นอาร์ทติส มีอาชีพหลักเป็นศิลปินทำงานศิลปะขายแบบจริงจัง พอได้รู้อย่างนั้นก็เลยเข้าใจว่าทำไมเสื้อวงแต่ละตัวถึงได้มีลายประหลาดล้ำดูแปลกกว่าวงทั่วไปขนาดนั้น (สอยเสื้อวงมาสองตัว)

พอถึงเวลาราว ๆ 17.15 ก็ได้ฤกษ์วงเปิดวงแรกขึ้นเวที ซึ่งได้แก่วง Dyslexia มาถึงพี่แกไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่มีทักทายคนดู อัดกันด้วยดนตรีเมทัลคอร์ที่มีกลิ่นอายของเจนท์ ผสมผสานซาวด์แอมเบียนต์ที่คอยสร้างอารมณ์หลอน ๆ ลอย ๆ เป็นระยะ คนดูในงานยังน้อยและนิ่ง ๆ กันอยู่ อาจเพราะวงเปิดและเป็นวงหน้าใหม่ที่กำลังเก็บสะสมประสบการณ์ Dyslexia เล่นไปครึ่งชั่วโมงก็จบโชว์ลงจากเวที


(極楽浄土 (Gokuraku Jodo))

รอไม่เกิน 10 นาทีวง 極楽浄土 (Gokuraku Jodo) ที่นักร้องนำมาในชุดเครื่องแต่งกายสุดแปลกตา แถมมือเบสยังเอาตะกร้ามาครอบหัวอีก ดูแล้ววงนี้น่าจะบันเทิงแน่ ๆ แล้วก็เป็นไปตามคาด GJ มากับดนตรีเมทัลคอร์ที่มีเนื้อร้องเกี่ยวกับคำสอนในศาสนาพุทธ เป็นวงที่เรียกแขกได้เยอะพอสมควร คนดูเจากที่โหรงเหรงกลายเป็นแน่นขนัดเพราะโชว์สนุกมาก นักร้องนำมีการพูดคุยมุขตลกหยอกล้อกับคนดูตลอดเวลา (จริง ๆ ฟังไม่รู้เรื่อง แต่เห็นเค้าขำกันทั้งงาน ก็ได้แต่ยิ้มไฝแห้งแกล้งขำไปด้วย แหะ ๆ) วงมีการเขียนเนื้อเพลงลงบนกระดาษแล้วชูให้คนดูคอยร้องตามอยูเรื่อย ๆ แถมมีการเอาเมิร์ชขึ้นมาขายประกาศขายบนเวทีเป็นระยะ เรียกความบันเทิงและเสียงเฮฮาได้ตลอดจนจบโชว์

คิวถัดมาเป็นของวง Cyclaman ซึ่งนักร้องนำวงนี้จริง ๆ แล้วพักอยู่เมืองไทยเรานี่เอง แต่บินกลับมาญี่ปุ่นเพื่อเล่นในงานนี้โดยเฉพาะ Cyclaman มากับดนตรีเทคนิคัล/โปรเกรสซีฟและเจือด้วยการร้องใส่อารมณ์แบบพวกอีโมชันนอล/โพสฮาร์ดคอร์ ถึงแม้จะขาดมือเบสในวันนี้แต่ก็ไม่มีปัญหาเรื่องซาวด์แต่อย่างใด เพลงของวงเป็นอารมณ์เพลงที่ค่อนข้างต้องตั้งใจฟังเลยทำให้คนดูค่อนข้างนิ่ง แต่เป็นวงที่เพลงดีและถูกจริตผู้เขียนที่สุดในงาน


(Vision of Fatima)

หลังจากที่ Cyclaman เก็บของลงจากเวทีไปได้ไม่นานนัก ก็ถึงคิวของวงที่ผู้เขียนรอคอย Vision of Fatima วงเจ้าบ้านที่มาพร้อมกับดนตรีฮาร์ดคอร์สุดปั่นป่วน นักร้องนำ Kengo Hoshi มาพร้อมกับผมหน้าม้ายาวสลวย แกแสดงสดได้เดือดสุด ๆ ขัดกับลุคมาก ทั้งต่อยหน้าตัวเอง เอาไมค์กระแทกหน้า นอนดิ้นกับพื้นทั้งข้างบนและข้างล่างเวที ถึงแม้ระบบเสียงในช่วงนี้จะไม่ค่อยดีแต่วงก็เล่นสดได้มันและโหดโครต ๆ เป็นวงเดียวในงานที่คนดูตั้งวงมอชพิชกัน อยากให้มีคนจัดงานวงนี้ในไทยจริง ๆ ให้ตายเถอะ

หลังจากเดือดนรกแตกไปกับ VoF คิวถัดมาก็เป็นของวง 彼女 IN THE DISPLAY (Kanojo in the Display) สังเกตุได้ว่าก่อนวงขึ้นนี่สาว ๆ ในงานไปเกาะรั้วแนบหน้าเวทีกันเป็นแถว เนื่องจากนักร้องนำวงนี้ตัวจริงหล่อมากกกก KitD มาพร้อมกับดนตรีอิเลกทรอนิกร็อกฟังง่าย ๆ เพลิน ๆ แฟนเพลงสาว ๆ ค่อนข้างเยอะกว่าวงอื่น ๆ วงเล่นไปราว ๆ ครึ่งชั่วโมงก็จบโชว์ ไปพร้อมกับเสียงกรี๊ดกราดของสาว ๆ ที่สงบลง


(Arbus)

วงสุดท้ายเฮดไลน์ของงาน Arbus คนดูเข้ามาจนเต็มความจุสถานที่เบียดเสียดอัดกันแน่นไปหมด Arbus มาพร้อมดนตรีแมทคอร์/เคออติกฮาร์ดคอร์สุดปั่นป่วน บรรยากาศในงานวุ่นวายและเดือดกันสุด ๆ ช่วงท้าย ๆ วงมีการผ่อนด้วยการคัฟเวอร์เพลง “Can’t Take My Eyes Off You” หรือที่รู้จักกันในเพลง “I Love You Baby” ของ Frankie Valli แบบโจ๊ะ ๆ เพื่อเบรคอารมณ์ ก่อนจะกลับมาอัดแหลกใส่หนักไปจนจบโชว์กันอย่างชื่นมื่น

หลังจากจบโชว์ก็มีการให้ซื้อบัตรคล้าย ๆ meet & greet ซึ่งจะมีของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมกับการดื่มเบียร์บุฟเฟ่ในราคา 2,500 เยน นี่ก็เอากับเค้าด้วยเพราะเห็นแกเบียร์บุฟเฟ่ล้วน ๆ นั่งดื่มกินคุยกับนักดนตรีวงต่าง ๆ ไปจนเกือบตีหนึ่งก็ต้องหารถแท็กซี่กลับในราคาที่แพงมหาโหดเนื่องจากรถไฟหมดไปนานแล้ว T^T

สรุปงาน It’s Just an Accident Vol.9:

เป็นงานอันเดอร์กราวดฺเล็ก ๆ ที่มันมาก คนดูที่คาดคะเนจากสายตาน่าจะไม่เกิน 150 คน แต่บรรยากาศอบอุ่นและสนุกมาก ซาวด์ในงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีอูอี้เป็นบางช่วง แต่เมื่อเทียบกับสเกลงานที่ค่อนข้างเล็กก็พอถูไถไปได้ ไม่ได้รู้สึกว่าแย่มาก คนดูในงานค่อนข้างนิ่งไม่เหมือนกับคอนเสิร์ตแนว ๆ นี้ในไทยที่รู้สึกว่าคนดูจะอินและเดือดกว่ามาก คนดูที่นี่มีแทบทุกวัยตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงรุ่นลุงรุ่นป้า แถมหลาย ๆ คนนี่มายืนเชียร์อยู่หน้าเวทีไม่ได้หลบไม่ได้แอบเลย สารภาพว่าตอนเห็นแถว ๆ หน้างานนึกว่ามารอรับลูก 55555+ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์และความประทับใจที่ญี่ปุ่นที่ผู้เขียนจะไม่มีวันลืมจริง ๆ

– ขอบคุณ Yanchi นักร้องนำ Justice for Reason สำหรับประสบการณ์ดี ๆ ครั้งนี้ ลองฟังเพลงของวงแกได้ที่นี่
– ขอบคุณภาพในงานบางส่วนจาก ”Ashay”

SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page