หลังจากที่รักษาโรคมะเร็งที่ลิ้นจนหายดี ในที่สุดบรูซ ดิคคินสัน ฟรอนต์แมนวงตำนานแห่งนิวเวฟออฟบริทิชเฮฟวี่เมทัลชื่อดังอย่าง Iron Maiden ก็ได้ฤกษ์กลับมาออกทัวร์ระเบิดความมันให้แฟนเพลงรอบโลกได้หายคิดถึงกันอีกครั้งครับ และครั้งนี้ทางวงไม่ได้กลับมาแค่สุขภาพของดิคคินสันอย่างเดียว แต่ยังมีอัลบั้มเต็มชุดใหม่อย่าง The Book of Souls ออกมาให้แฟนเพลงได้เสพกันด้วย ยิ่งกลับมาแบบสดใหม่ขนาดนี้ พอรู้ว่าทางวงมีแผนจะมาทัวร์แถบเอเชียก็เลยรีบตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินด้วยความรู้สึกว่า ถ้าพลาดครั้งนี้ก็คงจะไม่มีโอกาสได้ดูในประเทศแถบ ๆ นี้อีกแล้วก็เป็นได้

จุดเริ่มต้น

เมื่อปีที่แล้วเคยเขียนข่าวไปครั้งหนึ่งว่าทางวงมีแผนจะมาเปิดการแสดงประเทศจีนเป็นครั้งแรกของวง พอรู้แบบนั้นแล้วก็ได้แต่เก็บเงินรอครับ แต่พอเก็บเงินรอ รอจนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมประเทศทัวร์เอเชียออกมาซักที จนเริ่มใจแป้ว ว่าสงสัยเงินหมื่นที่เก็บมาจะต้องเอาไปลงกับการกินบุฟเฟต์ประชดชีวิตแทน

ทีนี้เมื่อตอนต้นปีระหว่างที่เริ่มผลาญเงินเก็บด้วยการบินไปดู Neck Deep ที่กัวลาลัมเปอร์ วงก็ประกาศตารางทัวร์ที่จีนออกมาซะงั้น (จะเอาเงินที่ไหนไปฟะ!) เลยกลายเป็นว่าต้องรีบมาซ่องสุมเงินทุนกันใหม่โดยเร่งด่วนเพื่อทริปตามหาเอ็ดดี้ทริปนี้โดยเฉพาะครับ

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน Iron Maiden เคยมาทัวร์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย เป็นการมาเล่นที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในตอนนั้นก็มีคุณเต็งเซียงเหลียงแห่งเว็บไซต์พันทิปได้รีวิวบรรยากาศเอาไว้ด้วย (กระทู้นี้แหละครับที่เป็นแรงผลักให้อยากดู Maiden ของจริงบ้าง)

กลับมาเรื่อง Maiden กันต่อ ทางวงประกาศโชว์ที่จีนออกมาสองเมืองด้วยกัน คือปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่งดูจะเป็นตัวเลือกที่เข้าท่าเพราะเล่นตรงกับวันหยุดพอดี แต่ผมเลือกเซี่ยงไฮ้ด้วยความที่อยากจะลาไปเที่ยวหาเพื่อนที่เมืองนี้อยู่แล้ว แถมมารู้ทีหลังว่าที่ปักกิ่งไม่มีวง The Raven Age วงเมทัลคอร์ของลูกชายลุงสตีฟ แฮร์ริส มือเบสของวงมาเปิดด้วย ก็ถือว่าโชคดีไปที่เลือกถูกเมือง (แต่หลังจากนั้นก็ประกาศโชว์ที่ญี่ปุ่นต่อ แถมเล่นก่อนด้วย ระหว่างที่เขียนเรื่องนี้เพื่อน ๆ บางคนชิงบินไปดูที่โตเกียวก่อนแล้ว ;_;)

พร้อมแล้วก็เล็ทส์โก!

หลังจากจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งที่พัก เงิน วีซ่า ยาบ้า (ไม่เกี่ยว) ก็ได้เวลาที่จะออกเดินทางไปสู่แดนมังกรเพื่อตามหาเอ็ดดี้และวง Iron Maiden กัน! การซื้อตั๋วคอนเสิร์ตจากต่างประเทศนั้นไม่สามารถส่งบัตรมาให้กับผู้ซื้อผ่านทางไปรษณีย์ได้ เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่จะต้องเดินทางไปรับบัตรตามจุดที่กำหนดไว้ด้วยตัวเอง สำหรับประเทศจีนจัดจำหน่ายบัตรโดยบริษัท Damai (คล้าย ๆ Thai Ticket Major บ้านเรา) แต่ไม่ได้มีจุดกระจายบัตรทั่วไปเหมือนกับที่ไทยทิกเก็ตฯ มี ทำให้ต้องถ่อเข้าไปใจกลางเมืองเพื่อรับบัตรกันตามที่อยู่ที่ทางบริษัทให้มา

จุดรับบัตรคอนเสิร์ตของ Damai

จุดรับบัตรคอนเสิร์ตของ Damai

ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ หากเป็นไปได้แนะนำอย่าจ่ายเงินซื้อบัตรคอนเสิร์ตต่างประเทศด้วยบัตรเครดิตเสมือนอย่าง K-Web Shopping Card ครับ เพราะมันจะมีปัญหาทีหลังตอนเดินทางมารับบัตร อย่างของผมนี่คือพอมันไม่มีตัวบัตรจริง ๆ ก็ไม่รู้จะเอาบัตรจากไหนมายืนยัน ยื่นบัตร ATM ที่ผูกกับไอ้ช้อปปิ้งการ์ดตัวนี้ไปให้ตัวเลขมันก็ไม่ตรงอยู่ดี แต่สุดท้ายก็กราบกรานเจ๊พนักงานท่วมหัวไปว่า “เจ๊ ผมบินมาไกล บัตรแม่งก็แพงบรรลัย ให้ผมดูเถอะ นะ” ถึงได้บัตรคอนเสิร์ต Iron Maiden มาครอบครองเป็นเจ้าของอยู่ในมือ (เกือบเสียเงินแปดพันไปเปล่า ๆ แล้วไงสึส!)

ได้มาจนได้!

ได้มาจนได้!

พอได้บัตรแล้วก็พร้อมแล้วสำหรับความมันกับวงเมทัลระดับตำนานที่รอคอยมานานแสนานแล้วครับ! แต่ ปัญหาคือมันยังไม่เล่น ต้องรอไปอีกสองวัน ระหว่างนี้ก็ออกทัวร์ในเมือง หาอะไรกิน ดูสาวหมวย ปาด Tinder ไปพลาง และแล้วในที่สุดก็มาถึงวันงาน!

The Wait is Over!

คอนเสิร์ตครั้งนี้จัดขึ้นที่ Mercedes-Benz Arena เป็นอารีน่าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายหลักของเซี่ยงไฮ้ จากประสบการณ์ที่ญี่ปุ่นที่ต้องต่อแถวซื้อเสื้อทัวร์ยาวเป็นชั่วโมงทำให้ผมรู้สึกว่าควรจะออกไปถึงที่จัดงานตั้งแต่ตอนประมาณสี่โมงเย็นเพื่อจองคิวซื้อเสื้อ แต่ผลสรุปคือไปถึงแล้วไม่มีประตูไหนเปิดเลย นี่กูมาผิดวันหรือเปล่าวะ!? จากการเดินเสือกเรื่องชาวบ้านหน้างานไปเรื่อย ๆ ก็ถามมิตรสหายชาวจีนท่านหนึ่งได้ความว่าประตูจะเปิดเย็น ๆ ช่วงประมาณน่าจะห้าโมงครึ่งถึงหกโมง อ่าว ยาวเลยทีนี้

ด้านหน้า Mercedes-Benz Arena

ด้านหน้า Mercedes-Benz Arena

ระหว่างรอประตูเปิดนอกจากจะไม่มีจุดให้นั่งพักแล้วยังไม่มีเบียร์ขายอีกด้วย (สู้ที่เมืองทองฯ ก็ไม่ได้!) ผมและชาวต่างชาติผู้มาคนเดียวอีกสองสามคนก็เลยมายืนจับกลุ่มคุยกันเรื่องดนตรีไปพลาง ซึ่งด้วยวัยที่ห่างกันราวพ่อลูกก็เหมือนกับการยืนฟังตาแก่สองคนโม้กันเรื่องบรรยากาศของดนตรีในวันวานซะมากกว่า

พอเริ่มใกล้ถึงเวลาเราก็ร่ำลาเพื่อนชาวต่างชาติที่อยู่คนละโซนเพื่อแยกย้ายไปจับจองพื้นที่ในงานกัน ด้วยความที่มาเร็วมาก (เห่อ) ก็เลยทำให้ได้เห็นภาพของเหล่าแฟนเพลง Maiden พันธุ์แท้ที่รีบวิ่งจากด้านหน้ารั้วของอารีน่าเข้าไปภายในเพื่อจับจองพื้นที่แถวหน้ากัน ส่วนไอ้ขี้เมาอย่างผมก็เดินเข้าไปชิล ๆ เพื่อหาซื้อเบียร์และเสื้อทัวร์เก็บเป็นที่ระลึกซะหน่อย เผื่อใส่แล้วจะคูลว้าวเก้าศูนย์เหมือนดาราเซเลบไทยคนนั้นบ้าง

สิ่งแรกที่ผมมองหาคือบูทขาย Merchandise ที่มโนภาพเอาไว้ว่าแถวแม่งต้องยาวเหยียดแน่ ๆ ระดับตัวพ่อมาทั้งที สรุปว่า สั้นมากและของน้อยมากครับ! อุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งไกลเพื่อมาพบว่าเสื้อทัวร์จีนลายโคตรลิมิเต็ดที่วงทำมานั้นแม่งขายแค่ไซส์ M อย่างเดียว นี่เอ็งคิดว่าแฟนเพลงเอ็งไม่มีไอ้พวกขี้เมาลงพุงเลยรึไงวะ! (โทษนั่นโทษนี่ไปเรื่อยแต่ก็ซื้อมาตัวนึง) ส่วนสินค้าอื่น ๆ อย่างริสต์แบนด์หรือหมวกของวงก็ขายดีไม้แพ้กัน ใส่กันเต็มงาน

บูทขายสินค้าที่ระลึก เสื้อ หมวก ริสต์แบน แหวน ฯลฯ

บูทขายสินค้าที่ระลึก เสื้อ หมวก ริสต์แบน แหวน ฯลฯ

หลังจากได้เสื้อแล้วต่อไปก็ถึงคราวของเบียร์ และเมื่อได้เบียร์แล้วก็ถึงคราวของการเข้าไประเบิดความมันกันแล้วครับ แต่เดี๋ยวก่อน นั่นมันเก้าอี้ใช่มั้ยวะนั่นน่ะ! ใช่ครับ เหล่าคนดูที่เดินเข้ามาในฮอลต่างเงิบไปตาม ๆ กันที่พื้นที่ด้านล่างเวทีซึ่งควรจะมีไว้เพื่อโยกหัวกันอย่างเมามันมีเก้าอี้วางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด และพอสังเกตดูบนบัตรคอนเสิร์ตดี ๆ ก็พบว่ามันระบุที่นั่งเอาไว้ด้วย เฮ้ย ตอนจองบัตรไม่เห็นบอกอะไรซักนิดเลยว่าจะได้นั่งเก้าอี้! สรุปว่าก็อึ้งทึ่งเสียวไปตาม ๆ กันครับ (มาทราบทีหลังว่าก่อนหน้านี้ที่ญี่ปุ่นก็เป็นบัตรนั่งเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าเค้าแจ้งตั้งแต่ตอนขายบัตรมั้ย เพราะที่จีนไม่ได้แจ้ง) เรื่องเก้าอี้คือเรื่องเซอไพรส์เรื่องแรกครับ

สัส เก้าอี้ (คิดในใจ)

สัส เก้าอี้ (คิดในใจ)

พอถึงเวลาราวหนึ่งทุ่ม The Raven Age วงเมทัลคอร์ของลูกชายสตีฟ แฮร์ริส มือเบสวง Iron Maiden ก็ขึ้นมาโหมโรงบิ๊วอารมณ์แฟนเพลงแดนมังกรกัน ซึ่งด้วยความที่เสพผลงานเพลงเมทัลคอร์ทันยุคเฟื่องฟูพอดีและได้พบกับวงเมทัลคอร์เจ๋ง ๆ หลายวง ก็ต้องบอกว่า The Raven Age นั้นทำได้ไม่ดีพอสำหรับการเป็นวงเปิดให้กับ Maiden แม้แต่น้อย เหมือนกินบุญจากชื่อเสียงของพ่อมากกว่า

Opening Act: The Raven Age

Opening Act: The Raven Age

หลังจาก The Raven Age จบลงไปทีมงานก็ขึ้นมาเซ็ตเวทีกันอีกครั้ง และเมื่อเลยสองทุ่มตรงไปได้ไม่กี่นาที ไฟในฮอลก็ดับลงพร้อมกับเสียงเฮของแฟนเพลงที่กระหึ่มขึ้นมาแบบรู้งาน เพลง “Doctor Doctor” ของวง UFO ถูกเปิดโหมโรงมาก่อน ก่อนที่จะตามมาด้วยการปรากฎตัวของสมาชิกทั้งหมดกับเพลงแรก “If Eternity Should Fail” และตามมาด้วย “Speed of Light” จัดของใหม่ให้ฟังกันก่อนอย่างเต็มเหนี่ยว พอเมามันกันไปได้บ้างแต่ยังไม่สุดเพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่แฟนเพลงรอคอยจะได้เห็น หลังจากผ่านไปสองเพลงแล้วบรูซ ดิคคินสัน ฟรอนต์แมนของวงก็มีแวะมาทักทายแฟนเพลงแดนมังกรกันบ้าง และเกริ่นก่อนเข้าเพลงใหม่ว่า “เพลงนี้มันออกมาก่อนพวกคุณบางคนในนี้จะเกิดเสียอีกนะ” แล้วก็ขึ้นมาเป็น “Children of the Damned” เรียกเสียงเฮไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

IRON MAIDEN!!!!

IRON MAIDEN!!!!

หลังจากที่เอาใจแฟนเพลงรุ่นเก่ากันไปแล้วก็กลับมาขายของใหม่กันต่อกับเพลง “Tears of a Clown” เพลงจากอัลบั้มใหม่ที่เขียนขึ้นเพื่ออุทิศให้กับดาราตลกผู้ล่วงลับ โรบิน วิลเลียมส์ และตามมาด้วยเพลง “The Red and the Black” ก่อนที่จะงัดไม้ตายที่ทุกคนรอคอยอย่าง “The Trooper” ออกมาเล่น แน่นอนว่าการร้องเพลงนี้บรูซ ดิคคินสันต้องลงไปเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดทหารสีแดงสดออกมาก่อนแบบที่ทำมาทุกโชว์ แต่ที่ต่างออกไปคือ ธงครับ ธงไม่มี! เป็นลุงบรูซกับธงลมที่ได้แต่มโนว่าโบกไปโบกมาเท่านั้นเพราะทางรัฐบาลไม่ยอมให้แกเอาออกมาใช้ในประเทศนี้ แต่ถึงไม่มีธงก็ไม่ได้ทำให้ความมันลดน้อยลงแต่อย่างใดครับ

"The Trooper" ฉบับไม่โบกธง หาดูที่ไหนไม่ได้แล้ว

“The Trooper” ฉบับไม่โบกธง หาดูที่ไหนไม่ได้แล้ว

เพลงต่อมาคือ “Powerslave” ซึ่งก็มีการปรับแก้ท่อนคอรัสเล็กน้อยด้วยการเอาคำว่า Powerslave ออกไปและใส่คำว่า The Wicker Man เข้ามาแทน (ต้องยอมรับว่ารัฐบาลเค้าทำงานละเอียดจริงในเรื่องของการ censorship ครับ แม้แต่เนื้อเพลงก็ตรวจทานทั้งหมดก่อน เมื่อสามปีก่อน Metallica โดนแบนไม่ให้เล่นเพลง “Master of Puppets” มาแล้ว) หลังจากนั้นก็ตามมาด้วย “Death or Glory”, “The Book of Souls” และกลับมามันกับงานยอดฮิตเรียกเสียงเฮกันอีกครั้งกับ “Hallowed Be Thy Name” และพีคขึ้นไปอีกกับ “Fear of the Dark” ก่อนจะปิดท้ายช่วงแรกด้วยเพลง “Iron Maiden” ที่ฉากหลังเวทีตอนนี้มีเจ้าเอ็ดดี้ยักษ์สูบลมโผล่ขึ้นมาตั้งตระหง่านจ้องสาวก Maiden ทุกคนในอารีน่าอย่างท้าทาย

Eddie is watching you Shanghai!

Eddie is watching you Shanghai!

หายเข้าไปหลังเวทีกันได้ไม่นาน บนเวทีก็มีการปรับเปลี่ยนฉากอีกครั้ง ปิศาจใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมาแทนที่ของเอ็ดดี้จากเพลงที่แล้ว และเสียงพูดเกริ่นก่อนเข้าแทร็ก “The Number of the Beast” ก็ลอยขึ้นมา ช่วงนี้ต้องบอกว่าโคตรอลังการงานสร้างครับ ด้วยความเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรก (โชว์ที่สอง) ของวงในประเทศนี้แล้วด้วยยิ่งทำให้ช่วงเวลานี้มันยิ่งทวีความอลังการมากขึ้นไปอีก พอสิ้นเสียงเย้รอบแรกของลุงบรูซและตัดเข้าท่อนต่อไปของเพลงเท่านั้นแหละครับ ทุกคนโยกกันลืมสังขารเลยทีเดียว มีผู้หญิงข้างหน้าผมคนหนึ่งที่ลุคแบบสาวออฟฟิศทั่วไป (แถมมากับแฟน สึดดด) พอเจอท่อนนี้เข้าไปถึงกับปีนขึ้นไปโยกบนเก้าอี้แบบไม่อายใครจนแฟนต้องลากลงมากันเลยทีเดียว

หลังจากจบเพลงหมายเลขแห่งปิศาจไป บรูซ ดิคคินสันก็พูดคุยกับเหล่าสาวกกันอีกเล็กน้อยถึงความเป็นหนึ่งเดียวกันจากดนตรีของพวกเขา และก็ตัดเข้าเพลง “Blood Brothers” ที่ตอนนี้แฟนเพลงในอารีน่าแทบทั้งหมดเปิดแฟลชโทรศัพท์มือถือราวกับเป็นคอนเสิร์ตแนวป๊อปกันเลยทีเดียว แต่ก็จัดว่ามีพลังใช่ย่อยครับ! ถ้าไม่ติดว่ามือถือแบตจะหมดที่ยกขึ้นมาโบกด้วยไปแล้ว

และทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เพลงสุดท้าย “Wasted Year” ถูกหยิบออกมาเล่นและจบลงตามที่มันควรจะเป็น โยนของที่ระลึกให้แฟนเพลง แยกย้าย และกลับบ้านกันไปพร้อมความสุขที่เปี่ยมล้น

เอ็ดดี้มาครบทุกเวอร์ชั่น เรียกว่าจบได้สวยทีเดียว

เอ็ดดี้มาครบทุกเวอร์ชั่น เรียกว่าจบได้สวยทีเดียว

คอนเสิร์ตย่อมมีวันเลิกเล่น

เพื่อนใหม่ระหว่างทาง: Tony Xie เมทัลเฮดเจ้าบ้าน

เพื่อนใหม่ระหว่างทาง: Tony Xie เมทัลเฮดเจ้าบ้าน

ต้องยอมรับครับว่างานนี้ทุกคนในวงทำได้ดีสมคำร่ำลือจริง ๆ แม้สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่เตรียมมาเล่นบนเวทีจะไม่สามารถนำออกมาใช้ได้แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความมันของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ลดลงไปแต่อย่างใด (ที่ทำให้หมดสนุกมากกว่าก็เก้าอี้ที่วางขวางอยู่นี่แหละ!) บรูซ ดิคคินสันถือว่าเป็นคนที่แข็งแรงมากทีเดียวเมื่อเทียบกับวัยและสุขภาพแล้ว (ปีที่แล้วเป็นมะเร็งลิ้น) แต่สามารถร้องเพลงเสียงสูงขนาดนี้และวิ่งไปวิ่งมาบนเวทีตลอดสองชั่วโมงได้ ยอม

ที่สำคัญนอกจากนี่จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของ Maiden ในจีนแล้วก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย เพราะอย่างที่รู้กันว่าซีนเพลงแนวเมทัลในเอเชียนั้นไม่ค่อยจะเติบโตเท่าไหร่นัก ถือเป็นเรื่องยากมากที่เดียวที่จะได้ดูวงเมทัลวงเดิม ๆ ซ้ำในเมืองเดิม ใครพลาดงานนี้ไปต้องบอกว่าพลาดแล้วพลาดเลยครับ เสียใจด้วย เสื้อวงเต็มตลาดนัดไม่ช่วยอะไรหากคุณไม่สนับสนุนวง (นี่ก็วกไปแขวะเขาอีกจนได้เนอะ)

ทริปนี้จัดว่าเปิดหูเปิดตามากทีเดียวครับ เพราะเมื่อสามปีที่แล้วตอนที่รู้ว่า Metallica ก็มาเล่นที่นี่ด้วยทำให้ในสายตาของผมมองจีนเป็นดินแดนที่มีคนฟังเมทัลมากแห่งหนึ่ง แต่พอได้มาดู Maiden ด้วยตัวเองแล้วก็พบว่ามันไม่ได้มากขนาดนั้น แต่สิ่งที่ทำให้คอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้นได้ก็คือ เงิน ครับ เมื่อผู้จัดมั่นใจว่าเอาวงมาแล้วเขาสามารถขายได้ เราก็จะได้ดูวงดนตรีวงโปรดที่เรารัก

เพราะฉะนั้นหากรักในวงดนตรีวงไหนและอยากดูพวกเขาจริง ๆ ได้โปรดสนับสนุนผลงานแท้ อะไรก็ได้ จะซีดี ดิจิทัลอัลบั้ม เสื้อวง แผ่นเสียง อะไรก็ได้ที่แสดงออกมาให้เห็นว่ามีคนที่พร้อมจะสนับสนุนคอนเสิร์ตของวงดนตรีเหล่านี้จริง ๆ และเมื่อนั้นเราจะได้ดูวงดนตรีเจ๋ง ๆ เหมือนที่ประเทศเพื่อนบ้านเราได้ดูกันเต็มไปหมดแน่นอนครับ! (ทุกวันนี้อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์มีเทศกาลดนตรีเมทัลที่วงจากฝั่งตะวันตกบินมาเล่นกันทุกปีแล้ว ไทยยังต้องรอลุ้นให้วงนั้นวงนี้แวะอยู่เลย น่าเศร้าครับ)

หลังจากนี้คงจะพักการเดินทางไปดูคอนเสิร์ตต่างประเทศอีกยาวครับ ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ ไม่มีเงิน แล้วพบกันตามคอนเสิร์ตในประเทศไทยครับ สวัสดี




Charlie S.

Charlie S.

บรรณาธิการ/ผู้ร่วมก่อตั้ง HEADBANGKOK เสพดนตรีทุกแขนง แต่ชอบเมทัลที่สุด ประกอบอาชีพเป็นก๊อปปี้ไรท์เตอร์ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านรัชดาฯ มีหมาสีดำเป็นเพื่อนคู่ใจ

Email | Blog | Instagram | LinkedIn
Charlie S.
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page