ก็ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจนได้ครับ สำหรับคอนเสิร์ตที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นจริงบนผืนแผ่นดินไทยเรา Guns N’ Roses “Not in This Lifetime Tour” Live in Bangkok ที่คราวนี้ทางวงได้ Slash และ Duff McKagan สองสมาชิกยุคก่อตั้งวงเข้ามาร่วมทัวร์ด้วยอีกครั้งหลังจากที่แยกทางกันไปหลายทศวรรษ แม้จะไม่ใช่คลาสสิกไลน์อัพรียูเนียน แต่ฝีไม้ลายมือของ Frank Ferrer และ Richard Fortus ก็ถือว่าดีมากเหมือนกัน สมกับชื่อทัวร์ Not in This Lifetime มากทีเดียว

ว่ากันด้วยเรื่องโชว์ งานนี้ทางวงขนทีมโปรดักชั่นและอุปกรณ์กันมาเอง ซึ่งผลก็ออกมาน่าประทับใจอย่างที่คาดไว้ในเรื่องของความเป๊ะในส่วนของการแสดงและสเปเชียลเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่พอมีให้เห็นบ้าง เช่นไฟหรือจุดพลุ เป็นต้น เพลงดังของวงที่หลายคนรอคอยกันมากว่าครึ่งชีวิตถูกขนมาเล่นให้ฟังกันอย่างต่อเนื่อง ใครที่คิดถึงบทเพลงจากชุดแรกทางวงก็จัดกันให้เต็มอิ่มทีเดียว มาหมดทั้ง “Welcome to the Jungle”, “Sweet Child O’ Mine”, “Rocket Queen”, “My Michelle”, “Nightrain”, “It’s So Easy” ฯลฯ และบทเพลงอลังการที่หลายคนหวังจะได้เห็น Axl Rose เล่นเปียโนต่อหน้าเป็นบุญตาซักครั้งอย่าง “November Rain” หรือโชว์กีตาร์สองคอและเสียงผิวปากของ Axl ในเพลง “Civil War” ก็ไม่มีพลาดเช่นกัน ถือว่าจัดไฮไลท์ที่เหล่าสาวกรอคอยมาให้ดูกันได้ต่อเนื่องทีเดียวครับ มีการหยิบเพลงดังมาคัฟเวอร์บ้างเรื่อย ๆ ตัดสลับกับการให้สมาชิกคนอื่นได้ขึ้นมามีบทเด่นบ้าง เช่น Duff McKagan กับการร้อง+เล่นเพลง “Attitude” งานดังของวง Misfits หรือช่วงโชว์โซโล่กีตาร์ของ Slash ก็จัดมาให้ครบครัน

ไฮไลท์หนึ่งที่หลายคนเห็นพ้องต้องไปในทางเดียวกันก็คือ พลังเสียงของ Axl Rose ที่แสดงแสนยานุภาพตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายแบบวัยรุ่นอาย (แม้จะมีหล่นบ้างบางเพลงที่ต้องใส่พลังเยอะ) ต้องยอมรับจริง ๆ ว่านี่ไม่ใช่ทัวร์รียูเนียนเพื่อโกยเงินในวัยชรากันธรรมดา ๆ แต่เป็นโชว์ที่สมาชิกทุกคนในวงซ้อมกันมาอย่างดีและฟิตพร้อมมากครับ

แต่ส่วนตัวยอมรับว่าระหว่างโชว์ก็มีช่วงเบื่ออยู่มากเหมือนกันตอนที่เล่นเพลงจากอัลบั้มหลัง ๆ เพราะไม่ได้เสพย์งานของพวกลุงแกในช่วงนั้นซักเท่าไหร่แล้ว แต่ถึงจะเป็นแทร็กจากอัลบั้มที่ไม่ค่อยชอบและไม่ได้ฟังมาละเอียดมากนัก โชว์บนเวทีก็ยังออกมาแบบจัดเต็ม อลังการและดูเพลินเช่นกัน ถ้าต้องใช้คะแนนเรื่อง performance ก็กล้าให้สิบเต็มได้อย่างไม่เขินอายเลยครับ

แต่…! ที่แย่ที่สุดคือทางวงเลือกที่จะเปลี่ยนเพลง “Patience” ออกจากเซ็ตลิสต์แล้วใส่เพลง “Don’t Cry” เข้ามาแทน สลับกับสิงคโปร์ที่เล่น “Patience” แต่ไม่เล่น “Don’t Cry” ซึ่งก็น่าเสียดายเหมือนกันเพราะช่วงท้ายโชว์ทางวงก็ยังยัดเพลง “The Seeker” งานคัฟเวอร์ของ The Who เข้ามาในเซ็ตลิสต์ด้วย เพราะถ้าตัดออกแล้วใส่สองเพลงนี้เข้ามาทั้งคู่น่าจะเป็นผลดีกับแฟนเพลงที่รอคอยกันมายาวนานมากกว่า แต่ก็เอาน่า ทำบุญกันมาแค่นี้ ได้ดูก็ดีแค่ไหนแล้ว!

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ของวงการเพลงร็อกประเทศไทยที่สามารถบอกต่อกันไปได้อีกหลายรุ่นเลยทีเดียวครับ ใครไม่มาในวันนั้นต้องบอกว่าพลาดจริง ๆ พลาดแบบโคตรพลาด พลาดแบบไม่น่าให้อภัย พลาดแบบนี้ไม่สมควรเป็นร็อกเกอร์อีกต่อไป (อันนี้เริ่มเวอร์แล้ว) ล้อเล่นครับ แค่จะบอกว่าคุณได้พลาดหนึ่งในคอนเสิร์ตร็อกที่ดีที่สุดในโลกซึ่งน่าจะไม่มีวันเกิดขึ้น ณ ประเทศนี้อีกต่อไปแล้วไปเรียบร้อยแล้ว หลังจบทัวร์นี้พวกเขาทั้งสาม Axl Rose, Slash และ Duff McKagan จะยังคงเป็นสมาชิกวงเดียวกันอยู่อีกหรือไม่ ก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ด้วยเช่นกัน

ก็ได้แต่หวังว่าในอนาคตพวกเขาจะยอมดีกับ Steven Adler มือกลองคนแรกและง้อ Izzy Stradlin มือกีตาร์สหายเก่าของ Slash กลับมาเข้าวงได้ และออกทัวร์รียูเนียนคลาสสิกไลน์อัพกันซักครั้งก่อนจะโรยลาและลาโลกนี้ไปในที่่สุด หวังว่าจะได้พบกันอีกครั้งในอนาคตครับ Welcome to the Jungle!

ขอบคุณ VIJI CORP ผู้จัดงานด้วยครับ เป็นกำลังใจให้กับในทุกดราม่าและฟีดแบ็คจากผู้เข้าร่วมงานที่กำลังเผชิญอยู่ ในอนาคตจะได้ดียิ่งขึ้นและนำวงดนตรีคุณภาพมาให้เราดูก่อนต่อไป CHEER UP ครับ!

SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page