เมื่อวันที่ 23 เมษาย ที่ผ่านมา จัดได้ว่าเป็นวันที่ประวัติศาสตร์ของวงการดนตรีไทยจะต้องจารึกไว้ เนื่องจากเป็นวันที่เหล่ามือกีตาร์ระดับโลกมารวมตัวกันที่ประเทศไทยในนาม Generation Axe โดยสมาชิกประกอบไปด้วย Steve Vai, Yngwie Malmsteen, Nuno Bettencourt, Zakk Wylde และ Tosin Abasi โดยในงานจะพบเห็นนักดนตรีมาชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก เช่น พี่ยอด Bodylam, พีต้น Dezember, พี่โอ๊ต Street Funk Roller และอีกมากมาย

คอนเสิร์ตเริ่มต้นขึ้นเวลา 19:30 น. เปิดตัวด้วยการรวมตัวของทั้ง 5 สมาชิกออกมาขยี้สายกีตาร์ร่วมกันในเพลง “Foreplay” ของวงร็อกรุ่นเก่า Boston และส่งไม้ต่อให้น้องเล็กสุด Tosin Abasi มือกีตาร์จากวง Animal As Leaders มาประเดิมโชว์เดี่ยวคนแรก งัดเทคนิคอันแพรวพราวติดสำเนียง djent มาเล่นอย่างเต็มเหนี่ยว โดย Tosin มากับเพลง “Tempting Time”, “Air Chrysalis”, “Woven Web”, “Physical Education” ซึ่งเพลงสุดท้ายเป็นเพลงของวงเค้าเองและได้ Nuno ขึ้นมาแจมด้วย

แจมเสร็จก็ถึงคิวพี่ Nuno สุดหล่อ แห่งวง Extreme มาบรรเลงเพลง “Get the Funk Out”, “Midnight Express” ก่อนจะดึงอารมร์คนไปกับเพลงช้าที่ทุกคนทั่วโลกรู้จักคือ “More Than Words” การได้ฟังสด ๆ นี่มันชวนขนลุกจริง ๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลง “Sideways” ที่ได้ Zakk Wylde ขึ้นมาร่วมเล่น

ถึงคิวของความบ้าพลังของป๋า Zakk Wylde มากับเพลง “N.I.B.” ของ Black Sabbath แหมห่างจาก Ozzy Osbourne ไม่ได้เลยนะ ฮ่า ๆ ๆ แถมโทนเสียงร้องของ Zakk ยังใกล้เคียงกับ Ozzy อีก เอากับแกดิ ต่อด้วยเพลง “Little Wind” ของ Jimi Hendrix ตบท้ายด้วยเพลง “Whipping Post” ของ The Allman Brother’s Band “War Pigs” ของวง Black Sabbath ระหว่างโชว์ดูเหมือนป๋าจะร่าเริงเป็นพิเศษ เดินลงมาโซโล่โชว์ข้างล่างเวทีกันถึงขอบรั้วทีเดียว แชมยังโชว์ท่ายากเล่นกีตาร์พาดคอโชว์อีก เรียได้ว่าได้ใจแฟนเพลงไปเต็ม ๆ อีกอย่างที่ชอบมากคือการแนะนำสมาชิกในวง พี่แกแนะนำอย่างกับเปิดตัวนักมวยปล้ำ ขำดี

คิวต่อมาเป็นคิวของ Steve Vai ซึ่งอาจารย์ของเค้า Joe Satriani เพิ่งจะมาโชว์บ้านเราไปหมาด ๆ ก็ถึงทีลูกศิษ์ยที่จะได้มาโชว์สกิลเทพสด ๆ บ้าง แต่ละเม็ดแต่ละดอกบนเส้นลวดกีตาร์ช่างพริ้วไหวเหลือเกิน Steve Vai มากับเพลง “Racing the World”, “Tender Surrender”, “Gravity Storm” และเพิ่มเติมจากเซทลิสท์เอาใจแฟน ๆ กับเพลง “For the Love of God”

และแล้วก็มาถึงคิวของ Yngwie Malmsteen ความไวดุจปิศาจและสำเนียงของนีโอคลาสสิค คงหาใครเทียบ Yngwie ไม่ได้อีกแล้ว งานนี้พี่แกจัดเต็มให้ชาวไทยได้เสพย์กันเต็มอิ่มถึง 10 เพลง ได้แก่ “Valhalla – Baroque & Roll”, “Overture”, “1,000 Cuts/Arpeggios from Hell”, “Badiniere Double B”, “Paganini’s 4th/Adagio”, “Far Beyond the Sun”, “Trilogy/Fugue/Echo”, “Acoustic/Black Star” (ได้ Steve Vai มาแจม) ส่วนตัวค่อนข้างชอบสไตล์ของ Yngwie อยู่แล้ว พอได้ดูสด ๆ อย่างใกล้ชิดยิ่งประทับใจในความสามารถของเค้าจริง ๆ

โชว์เดี่ยวกันครบทุกคนแล้วก็ถึงเวลา Jam Session อีกครั้ง โดยในเพลง “Frankenstein” ทาง Yngwie ได้ออกไปพักก่อน ก่อนจะกลับมารวมตัวและปิดท้ายโชว์ด้วยเพลงสุดคลาสสิค “Highway Star” ของวง Deep Purple เวลารวมไปประมาณ 3 ชั่วโมง ดูกันอย่างคุ้มค่าราคาตั๋วจริง ๆ

มือกีตาร์หรือนักดนตรีคนไหนที่พลาดงานนี้ต้องบอกว่าเสียใจด้วยครับ ฮ่า ๆ อย่างไรก็ตามทาง HEADBANGKOK ต้องขอขอบคุณทาง ไอเอ็มซี ไลฟ์ กรุ๊ป (IMC Live GROUP) ที่ให้การดูแลพวกเราเป็นอย่างดีด้วยครับ

SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page