ก็ถือว่าจบไปได้อย่างสวยงามทีเดียวครับ สำหรับการมาเยือนประเทศไทยครั้งที่สองของ Crossfaith วงอิเล็กทรอนิกเมทัลคอร์จากประเทศญี่ปุ่น ที่การกลับมาคราวนี้พวกเขาไม่ได้เป็นแค่วงดนตรีระดับ Newcomer เหมือนตอนมาเล่นที่ร็อกผับเมื่อปี ค.ศ. 2012 อีกแล้ว แต่เป็นการมาในฐานะ ‘วงดนตรีเมทัลระดับหัวแถว’ ของญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว

จากระยะห่างที่ว่างเว้นไปถึงสี่ปีก็ถือว่าทำให้โชว์ครั้งนี้มีความสดใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวครับ เพราะในช่วงปีที่ว่างเว้นจากการมาไทยไปพวกเขาก็มีผลงานออกมามากพอสมควร ทั้งอัลบั้มเต็มอย่าง Xeno และ Apocalyze รวมไปถึงอีพี Zion อันลือลั่น เพราะฉะนั้นคอนเสิร์ต Live in Bangkok ครั้งนี้ถือว่ามีคนตั้งตารอดูเยอะอยู่เหมือนกัน ทั้งแฟนเพลงเก่าที่เคยดูหรือพลาดโอกาสดูครั้งที่แล้ว รวมถึงบรรดาแฟนเพลงหน้าใหม่ที่รอคอยจะได้พิสูจน์ดีกรีความเดือดในการแสดงสดของวงซึ่งเป็นที่โจษจันกันมานาน รวมถึงจะได้ฟังเพลงจากอัลบั้มที่กล่าวถึงกันข้างต้นแบบสด ๆ ด้วย

งานนี้มีวงเปิดมาร่วมแสดงด้วยสามวงด้วยกันคือ Retrospect วงร็อกชั้นนำของเมืองไทย, กล้วยไทย วงเมทัลที่อยู่คู่วงการเพลงใต้ดินมาช้านาน และ Defying the Decay เมทัลหน้าใหม่ที่กำลังเริ่มต้นมีชื่อเสียงในแวดวงเพลงเมทัลไทยตอนนี้ หลังจากที่บรรดา Opening Act บรรเลงเพลงฮิตกันจนจบหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่วงเฮดไลน์ที่ทุกคนรอคอยจะคัมแบ็คมาระเบิดความมันให้แฟนเพลงชาวไทยได้ดูกันอีกครั้ง

crossfaith-live-in-bangkok-2

(Photo by Van Satidpong)

ถ้าจำเวลาไม่ผิดโชว์น่าจะเริ่มเวลาราว ๆ สามทุ่ม หลังจากที่บิ๊วแทร็กอินโทรอย่าง “System X” กันจนเสร็จสิ้นแล้วเหล่านักรบอิเล็กโทรนิกคอร์จากแดนปลาดิบก็โผล่ขึ้นมาบนเวทีเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสาว ๆ และเสียงเฮจากบรรดาชายฉกรรจ์ขาโหดที่รอคอยจะได้รับความระห่ำจากวงกันได้เป็นอย่างดี เปิดตัวกันด้วยเพลง “Xeno” ก่อน คนดูเริ่มเครื่องติดในมอชพิตกันประมาณนึง แล้วทางวงก็จัดเพลงเด็ดอย่าง “Monolith” อันลือลั่นขึ้นมาเล่นกันเป็นเพลงที่สองต่อทันที แอบตกใจเหมือนกันเพราะทีแรกคิดว่าพวกเขาจะใช้เป็นเพลงปิด แต่การหยิบมาอยู่ตรงลำดับต้น ๆ ของเซ็ตก็ถือว่าเติมเชื้อไฟในมอชพิตได้ดีทีเดียว

หลังจากนั้นก็เป็นการยัดเพลงที่แฟน ๆ อยากฟังมาให้กันไม่หยุดหย่อน ทั้ง “Jägerbomb”, “Eclipse”, “Ghost in the Mirror”, “Wildfire” (ชอบแทร็กนี้เป็นพิเศษด้วยซาวด์ที่ชวนเต้นมากกว่าชวนมอช สนุกดี) และที่ขาดไม่ได้คือ “RX Overdrive” เพลงใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวมิวสิควิดีโอออกมาให้ดูกันไปไม่นาน ก่อนจะเข้าสู่ช่วงท้ายของเซ็ตแรกกันด้วย “Photosphere”, “Devil’s Party” และ “Countdown to Hell”

บรรยากาศคอนเสิร์ตเป็นไปอย่างระห่ำเดือดแบบแทบไม่มีจุดพักกันเลยทีเดียวครับ มีการละเล่นมอชกันในพิต มีแยกฝั่งตั้ง Wall of Death มีการเซอร์เคิลพิตกันเป็นปกติของชาวเมทัล และไฮไลท์ของคนดูในคืนนั้นคงจะหนีไม่พ้นเรือยางลำเบ้อเร่อของพี่กุ๊กไก่หมัดไฟ เซเลบริตี้แห่งแวดวงเมทัลเมืองไทยผู้เคยสร้างความประทับใจให้กับวงเมื่อปี 2012 มาแล้วด้วยการจุดไฟเผาหมัดแล้วกวาดแกว่งในร็อกผับอย่างบ้าคลั่ง ครั้งนี้ก็คือว่าสร้างผลงานได้น่าประทับใจไม่แพ้กันครับเพราะเห็นมีสมาชิกวงกระโดดลงมานั่งบนเรือยางด้วย (น่าจะเป็นคุณเทรุฟุมิมือคีย์บอร์ดถ้าจำไม่ผิด — เมาครับ)

หลังจากจบเซ็ตลิสต์พาร์ทแรกไปแล้วก็เข้าสู่ช่วงของการอังกอร์ตามระเบียบ (ซึ่งก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมทุกวงต้องมีช่วงนี้ เล่นให้หมดรวดเดียวไม่ได้หรือไง?) ทางวงกลับขึ้นเวทีมากันด้วย DJ set + โซโล่กลอง และหลังจากนั้นความสนุกที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงครับ “Omen” งานคัฟเวอร์จากต้นฉบับของวงสายเรฟตัวพ่ออย่าง The Prodigy ที่มาเยือนเมืองไทยเมื่อปีที่แล้ว ซึ่ง Prodigy นี่ก็คือว่าเป็นหนึ่งในอิทธิพลหลักของดนตรี Crossfaith เลยก็ว่าได้ โคตรมันครับ มีสั่งแฟนเพลงนั่งแล้วพุ่งขึ้นมาใส่เต็มพร้อมกันด้วย (ชวนให้นึกถึงไลฟ์เพลง “Spit It Out” ของ Slipknot) และสุดท้ายปิดด้วยเพลง “Leviathan” ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านไปตัวใครตัวมันพร้อมความสุขจากการชมดนตรีที่เปี่ยมล้นในหัวใจ (แม่งก็เวอร์ไป)

ถ้าพูดถึงระดับความมันแล้วให้ 9/10 เลยครับ ได้ทั้งความหนักและความสนุก Crossfaith ถือว่าเป็นอีกวงที่ครบเครื่องทั้งการทำผลงานในสตูดิโอและการแสดงสดบนเวที ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้ทัวร์ในงานใหญ่ ๆ ทั้งยุโรปและอเมริกา เสียดายแทนคนที่พลาดงานนี้จริง ๆ ครับ! (ถ้าถามว่ามันแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าแว่นตาบนหน้าผมแยกชิ้นส่วนกันไปตั้งแต่ตอนกลางเซ็ต เรียกว่าทั้งเมาทั้งมันนั่นแหละ)

ขอบคุณผู้จัดงานนี้ Crossfaith BKK Live และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่อำนวยความสะดวกให้เข้าไปเก็บภาพนะครับ รอชมภาพฉบับเต็มจากตากล้องของเราได้ที่เพจเฟซบุ๊ก HEADBANGKOK เร็ว ๆ นี้ครับ สำหรับวันนี้ สวัสดี จบ!

SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page