จบไปอีกงานครับ Coldplay Live in Bangkok ณ ราชมังคลากีฬาสถาน จริง ๆ แล้วเซ็ตที่เล่นและคำพูดต่าง ๆ นา ๆ ในโชว์ก็คล้ายกับงานที่สิงคโปร์ที่ไปดูมาสัปดาห์ก่อน (ต่างแค่บางเพลงในเซ็ตลิสต์) เพราะงั้นขอข้ามไปพูดเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโชว์ล้วน ๆ ในรีวิวนี้

วัฒนธรรมการดูคอนเสิร์ตที่เปลี่ยนไป

คือก็รู้แหละครับว่าทุกวันนี้มันเป็นโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้ว แต่ด้วยความที่อยู่แต่กับคอนเสิร์ตสายเมทัลซึ่งไม่ค่อยได้มีแสงสีเสียงอะไรให้ถ่ายรูป ก็เลยไม่รู้ว่าฝั่งเมนสตรีมเค้าอัดคลิปกันตลอดงานหนักขนาดนี้แล้ว เอาจริงเยอะระดับที่เอาฟุตเตจไปใช้ทำดีวีดีคอนเสิร์ตได้เลยอะ ซึ่งปัญหาก็คือมือถือแม่งบังคนอื่นมาก ใครประทับใจหลายเพลงก็บังหลายเพลง ใครประทับใจหลายท่อนก็บังหลายท่อน แล้วทำกันหมดทุกชนชาติฝรั่งจีนลาวแขกผสมกับคนไทย เข้าใจจริง ๆ ว่าอยากเก็บโมเมนต์ประทับใจกัน แต่นึกถึงคนรอบข้างบ้างก็ดี (เพราะจริง ๆ แล้วงานเค้าห้ามถ่ายภาพ/อัดวิดีโอด้วย แต่ไม่มีวิธีจัดการมือถือของคนเรือนหมื่นได้มากกว่า)

ที่แย่หนักคือตอนอินโทรเพลง “Charlie Brown” Chris Martin นักร้องนำของวงถึงกับพูดออกไมค์เลยว่า “Hands up, phones down” ให้ทุกคนมาสนุกกับเพลงกันเถอะอย่าเพิ่งดูจอเลย แต่สุดท้ายพอตัดเข้าตัวเพลงทุกคนก็อัดวิดีโอกันอยู่ดี นี่ตกลงเราเคารพศิลปินกันแบบไหนหว่า

เบียร์ไม่มีขาย

แม้ว่าสปอนเซอร์หน้างานจะเป็นเบียร์แบรนด์สีเขียวท่านหนึ่ง แต่นั่นไม่ได้ทำให้ด้านหน้าสเตเดียมมีน้ำเมาสีทองผ่องอำไพขายแต่อย่างใด ซึ่งก็เป็นเรื่องประหลาดมากสำหรับคอนเสิร์ตวงดนตรีต่างประเทศที่มีน้ำเมาเป็นสปอนเซอร์ในบ้านเราครับ แต่ถามมิตรสหายท่านหนึ่งมาเค้าบอกว่า ราชมังฯ = สถานที่ราชการ ห้ามขาย ก็โอเคถือว่าฟังขึ้นในระดับหนึ่ง รับได้ (แต่ก็ไปหามาดื่มกันจนได้อยู่ดี กลายเป็นว่าค่าเบียร์ของเหล่าคอนเสิร์ตโกเออร์ในงานเมื่อคืนไปลงที่ร้านชำหรือเซเว่นอีเลฟเว่นรอบสนามกีฬาแทน เป็นการรันกิจการท้องถิ่นไปในตัว)

จริง ๆ ไม่เมามันก็สนุกได้แหละครับ แถมน่าจะดีกว่าด้วยเพราะลดโอกาสที่จะเจอคนดูเรื้อน ๆ 555 แต่แหม ได้ซักแก้วสองแก้วเผาหัวก็อาจจะดีกว่านี้!

เพื่อนบ้านอาเซียนที่รัก

ไม่ใช่แค่เพื่อนบ้านอาเซียน แต่ขอเน้นไปตรงนี้เพราะมีแฟนเพลงจากประเทศอินโดนีเซียมาเยอะมาก (และไม่ได้เจอคนเดียวนะครับ เพื่อนและมิตรสหายชาวเน็ตในแท็ก #coldplaybangkok บนทวิตเตอร์ก็คอมเพลนเรื่องชาวต่างชาติในงานกันเยอะมากว่าไม่ค่อยไนซ์เท่าไหร่ เล่นเอาความ “ไทย” กลายเป็นเรื่องพื้น ๆ ไปเลย)ทั้งเรื่องมือถือ (บ่นไปแล้วในข้อแรก) รวมไปถึงเรื่องที่ปริมาณคนอินโดฯ ในคอนเสิร์ตเยอะมากกกกกกกก มากแบบนึกว่าไลฟ์อินจาการ์ตา ทำให้ต้องทนกับการเดินไปเดินมาเข้าออกตรงจุดที่ยืนดูอยู่ตลอดงาน เพราะเพื่อนเค้าตั้งป้อมกันข้างหน้าเรา ไอ้นั่นจะไปห้องน้ำ ไอ้นี่จะไปซื้อป๊อปคอร์น ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรกับการเดินในคอนเสิร์ตหรอกครับ แต่ด้วยความที่มันมากคนมากความก็ทำให้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยนิดที่น่ารำคาญมาก ผ่านไปไม่ถึงเพลงไอ้คนนั้นจะเดินออกอีกละ ผ่านมาอีกเพลงไอ้นี่จะเดินเข้าอีกละ เออ มึงไปดูข้างหลังมั้ยจะได้ไม่ต้องแทรก

จริง ๆ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับชนชาติซักเท่าไหร่ครับ เพราะคนไทยที่นิสัยแย่ ๆ ในคอนเสิร์ตก็มีเยอะเหมือนกัน แต่เมื่อวานนี้เจอต่างชาติแย่เยอะกว่า เช่นคนจีนที่เมามันจนฟังศอกลงกบาลแต่ตีมึนเต้นต่อไม่สนใจไม่ขอโทษ หรืออีป้าฝรั่งที่ชูมือเรียกเพื่อนด้วยมือข้างที่มีน้ำเปิดฝาอยู่หนึ่งขวด ผลคือเปียกคนรอบข้างไงอีป้า

การค้นตัวที่หละหลวม

อันนี้โวยการ์ดหน้างานนี่แหละครับ ไม้เซลฟี่, กล้อง, บุหรี่เต็มงาน พิจารณาตัวเองด้วยว่าทำงานเต็มที่หรือยัง ไอ้ส่วนของไม้เซลฟี่กับกล้องเนี่ยมันรบกวนสายตา แต่บุหรี่มันทำร้ายถึงร่างกายด้วย ในเมื่อประกาศกฎออกมาแล้วก็ควรจะเคร่งครัดในส่วนนี้ในมาก ๆ หน่อยนะครับ ค่าบัตรที่เสียไปส่วนนึงก็เป็นค่าจ้างพวกคุณให้มาดูแลความปลอดภัยและเรียบร้อยภายในงานนี่แหละ ฝากไว้ให้คิด

ตั๋วที่นั่งที่มากกว่าเก้าอี้จริง

อันนี้รบกวนอ่านที่กระทู้พันทิปกันต่อได้เลยครับ ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าผิดที่ BEC หรือ Thai Ticket Major แน่ ต้องมาติดตามดูกันต่อไป => “กร่อย” Coldplay วงระดับโลกจัดการระดับกาก!!! – Pantip

จริง ๆ ยังมีเรื่องน่าเบื่ออีกหลายอย่าง เช่นโชว์อันจืดชืดของ Jess Kent ที่ไม่รู้ว่าถูกเลือกมาเป็น opening act ได้ยังไง, ระบบเสียงที่แย่กว่าที่คาด (คือไม่ได้แย่จนถึงขั้นบัดซบหรอกครับ ก็สนุกและได้ยินแต่ละ elements ครบถ้วนดี แต่เคยดูงานสเกลนี้ที่ซาวด์ดีกว่านี้มาเลยแอบเซ็งส่วนตัว) รวมไปถึงการเดินทางกลับบ้านที่ยากชิบหายวายวอดไม่ว่าจะด้วยระบบขนส่งมวลชนหรือรถส่วนตัว ซึ่งก็เป็นปัญหามาตลอดไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือที่เมืองทองธานี

แต่สุดท้ายแล้วด้วยโชว์ที่ดีมากระดับควรดูให้ได้ก่อนตายที่ทาง Coldplay จัดให้ ก็ทำให้เรื่องเหี้ยทั้งหมดที่ประสบพบเจอมาไม่มีความหมายอะไรอีกต่อไปครับ ยอมรับจริง ๆ ว่าถ้าในเรื่องของ performance และ production ความอลังการของโชว์แล้ว Coldplay เป็นวงดนตรีสายพร็อพเยอะที่ออกแบบโชว์ออกมาได้เพอร์เฟ็กต์จริง ๆ จริงในระดับที่ว่าต่อให้รู้จักแค่ “Yellow” เพลงเดียวหรือไม่รู้จักซักเพลง ราคาบัตร 6,500 บาทก็ยังเป็นราคาที่คุ้มค่าแก่การจ่ายอยู่ดีครับ!

พวกเขาสัญญาว่าจะกลับมาอีก แต่จะต้องรอไปถึง 14 ปีเหมือนครั้งที่แล้วมาหรือไม่ ไม่มีใครสามารถตอบได้ แต่ที่ตอบได้แน่ ๆ ก็คือ อีจีน มึง อย่าให้เจออีก!

SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page