เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันหยุดพักผ่อนของคนทั่วไปแล้วยังเป็นวันสุดมันของชาวอันเดอร์กราวด์อีกหลายคนที่พร้อมใจกันไปรวมตัวกันที่ Rockademy Thailand เพื่อรอชมคอนเสิร์ตครบรอบ 12 ปีซึ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของวง Annalynn เมทัลคอร์หัวหอกจากค่าย Banana Record

งานเริ่มต้นในช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ซึ่งก่อนจะถึงโชว์ของ Annalynn ก็มีออเดิร์ฟเป็นวงแขกรับเชิญที่มาร่วมระเบิดความมันในงานนี้ถึงสี่วง วงแรกเป็นกลุ่มนักเรียนจาก Rockademy เล่นแนว ๆ วาไรตี้ร็อก (ขออภัยด้วยครับ จำชื่อวงไม่ได้) ต่อด้วยวง Cana โพสต์ฮาร์ดคอร์เชื้อสายไทย-จีนที่มีนักร้องเสียงทรงพลังมาก ๆ ตามมาด้วย Tantra วงสโตเนอร์เมทัลของพี่ตูนมือเบสวง Abuse the Youth ที่มาพร้อมซาวด์หน่วง ๆ และแดนเซอร์คอยร่ายรำโชว์เอวพริ้วไหว ปิดท้ายด้วย Ugoslabier วงสครีโมฮาร์ดคอร์สุดป่วนที่มาพร้อมกับลูกบ้าที่เกินพิกัด

12390990_1641282062794469_9211280609150088145_n

12347630_1641282329461109_7158362224734497293_n

หลังจบโชว์ของวงเปิดไม่นานเสียงอินโทรของ Annalynn ก็ดังขึ้นมา ตอนนี้ในสตูดิโอมีคนอัดแน่นอยู่เกือบ 500 คนเลยทีเดียวครับ ทางวงไม่ทำให้แฟนเพลงผิดหวัง จัดเพลงจากอัลบั้มล่าสุด Stare Down the Undefeated ซึ่งประกอบด้วยไตเติลแทร็ก, “The Black & Gray”, “The Chosen One”, “Self Raised, Self Made”, “Cold Shelter”, “Black Cloud” และ “Never Coming Down” แฟนเพลงให้การตอบรับกันดีเยี่ยมที่งการมอช, แท็ก, เซิร์ฟ, เซอร์เคิลพิตหรือสเตจไดฟ์กันอย่างมันเมา ช่วยสร้างบรรยากาศให้คึกคักขึ้นเป็นอย่างมาก

หลังจากหมดเพลงเซ็ตแรกไปทางวงก็จัดการเปลี่ยนป้ายแบนเนอร์ของวงเป็นปกอัลบั้ม A Year of Misery เรียกเสียงเฮจากแฟน ๆ ได้อีกครั้งและเลือกเพลงเก่าอย่าง “Dead Message in the Darkest Black”, “Unbreakable”, “The Red Handshake” และไตเติลแทร็ก “A Year of Misery” มาให้แฟน ๆ ได้มันกับบรรยากาศแบบเก่า ๆ ของวง แต่ไฮไลต์ช่วงนี้มีอยู่สองเหตุการณ์ด้วยกัน เรื่องแรกระหว่างที่เล่นเพลง “Unbreakable” ได้พี่เอ๋ นักร้องนำวง Ebola ขึ้นมาร่วมแจมด้วย และอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือทางวงได้หยิบยกเพลง “94 Hours” ผลงานของวง As I Lay Dying ที่เคยคัฟเวอร์กันเมื่อสมัยก่อนมาเล่นให้ผู้ชมมันกัน

12360217_1641283256127683_2303406019798922064_n

12345396_1641281849461157_2152758979274933107_n

มาถึงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนช่วงอังกอร์ “Stand and Unite” และ “Dead Weight” ก็ถูกยกออกมาเล่น แฟน ๆ ร้องตามกันได้กระหึ่มสตูดิโอ หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงอังกอร์ ใช้เวลาไม่นานทางวงก็โผล่ออกมาจากหลังเวทีและอัดอีกสองเพลงแบบใส่หมดแม็ก ได้แก่เพลง “Seconds of a Thousand Lies” และปิดท้ายโชว์กับ “The Signal Flares” ที่ทำให้คนดูกระโดดกันลืมตายเล่นเอาสตูฯ แทบถล่ม

โชว์นี้จบน่าประทับใจครับ มันกว่าวงต่างประเทศหลาย ๆ วงที่ผมดูมาในปีนี้ และไม่เกิดเลยซักนิดถ้าจะเลือกให้เป็นคอนเสิร์ตยอดเยี่ยมในปีนี้ โดยเฉพาะแฟนเพลงที่เข้ามาร่วมมันกันกว่า 500 คน ทางวงเองก็ยอมรับว่าเกินกว่าที่คาดกันไว้ แต่สำหรับผมแล้วถือว่าไม่เกินไปครับ ด้วยคุณภาพและความตั้งใจที่ทางวงทำมาตลอดในเส้นทางดนตรีตลอด 12 ปี คำตอบมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วในวันนี้

ถ้าจะให้พูดถึงวงดนตรีที่เป็นความภูมิใจของวงการอันเดอร์กราวด์ วง Annalynn คือตัวเลือกแรกที่ผมจะบอกให้ผู้ถามได้รับรู้ครับ

ขอบคุณวง Annalynn, ค่าย Banana Record และทีมงานแบ็คสเตจในวันงานทุกท่านที่อำนวยความสะดวกให้ครับ และขอบคุณรูปสวย ๆ จากพี่บิ๊ก มือกีตาร์วง The Rot, In Vein เจ้าของเพจ Longhair Shitter ด้วยครับผม

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

ร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียน HEADBANGKOK ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน
Jeddy Tragedy
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page