หลังจากที่ Chester Bennington กระบอกเสียงของ Linkin Park ตัดสินใจจบชีวิตตนเองลาจากโลกนี้ไป ผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเขาก็ยังคงต้องใช้ชีวิตกันต่อไปกับอนาคต หลายคนเลือกที่จะพักสิ่งสำคัญไว้ก่อน เช่นวง Linkin Park ที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ออกสื่อนับตั้งแต่จบคอนเสิร์ตเพื่อรำลึกถึงเพื่อนผู้ล่วงลับ (จะมีก็แต่งานเดี่ยวของ Mike Shinoda ที่ทำออกมาคั่นเวลา) อีกหนึ่งการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจก็คือฝั่งของ Talinda Benningon ภรรยาหม้ายของร็อกสตาร์ผู้ล่วงลับ การเผชิญหน้ากับความสูญเสียอย่างแข็งแกร่งของเธอทำให้เธอกลายเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า

Talinda ใช้แฮชแท็ก #FuckDepression และ #MakeChesterProud บนโลกออนไลน์ในการเข้าถึงผู้คนที่เป็นโรคซึมเศร้า รวมถึงก่อตั้งองค์กร 320 Changes Direction ตามวันและเดือนเกิดของ Chester สามีผู้ล่วงลับ เพื่อเดินหน้าดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ ล่าสุด Talinda ได้ไปขึ้นพูดที่งาน Canadian Event Safety Summit เกี่ยวกับประสบการณ์การเสียคนรักไปด้วยโรคซึมเศร้า เราจึงยก quote บางส่วนที่น่าสนใจจากการพูดครั้งนี้มาให้ได้อ่านกัน

“สามีของฉันเป็นคนมีอดีต… ก่อนหน้านี้เขาเคยพยายามฆ่าตัวตาย แต่ฉันคิดเอาเองว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะเขาคิดว่าตนเองไร้ค่า เขาเป็นอย่างอื่นไปแล้ว เพราะงั้นในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะจากไป มันกลับเป็นฉันที่คิดเอาเองอย่างไร้เดียงสาว่าพวกเราผ่านมันมาได้แล้ว”

“เรามีเพื่อนรักมาก ๆ อย่าง Chris Cornell [นักร้องนำวง Soundgarden] ที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง และฉันรู้สึกไปเองว่า ‘โอเค Chester คงได้เห็นแล้วว่า Vicky และลูกของพวกเขาต้องผ่านอะไรกับสิ่งเหล่านี้มาบ้าง และมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเรา”

“[ระหว่างที่ไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครับ] เขาจำเป็นต้องกลับบ้านก่อนเพื่อไปทำงาน ตอนนั้นเขาออกอาการตื่นเต้นมากกับการที่จะได้โปรโมตอัลบั้มใหม่และทำสิ่งต่าง ๆ ตอนนั้นเขามีความสุขมาก เขาจูบลาฉัน เขาจูบลาลูก ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้พบเขาอีกเลย”

“มันเป็นเรื่องน่าละอายเหมือนกัน ที่เขาเพิ่งเริ่มแบ่งปันเรื่องราวเหล่านี้ให้ฉันรู้ในช่วงแค่ไม่กี่เดือนก่อนที่จะเสียงชีวิต น่าละอายที่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะงั้นตอนที่เขาจากไปแล้ว ฉันถึงมารู้ทีหลังว่ามันมีขวดเบียร์เปล่าสองขวดอยู่ในห้องห้องนั้นด้วย ฉันรู้ว่าเขาทรุดลงอีก แต่ฉันก็รู้ด้วยว่าเขาไม่ได้เป็นคนขี้เหล้าเมายาจนขาดสติแบบที่ฉันเคยคิดเอาไว้ ฉันรู้ทันทีว่าเครื่องดื่มพวกนี้มันไปกระตุ้นความน่าละอาย กระตุ้นให้เข้าเห็นถึงช่วงเวลาของชีวิตที่ไม่น่าพิศมัยเอาเสียเลย”

“และถึงแม้ว่าโซเชียลมีเดียจะเป็นโลกใบใหญ่ที่คอยสนับสนุนฉัน แต่ทั้งในช่วงเวลาดังกล่าวมาจนถึงตอนนี้ ก็ยังมีคนที่ออกมาตำหนิฉันเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขาอยู่ เกี่ยวกับการที่ฉันไม่ช่วยเขาไว้ เกี่ยวกับการไม่ดูแลเขาให้ถูกวิธี ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ผู้คนที่อยู่หลังอุปกรณ์เหล่านี้พูดสิ่งโหดร้ายเหล่านี้กับฉัน? แต่คุณรู้มั้ย สิ่งนี้มันก็เป็นแค่การแทงใจครั้งเล็ก ๆ เท่านั้นแหละค่ะ สิ่งที่ฉันจดจำได้จริง ๆ ก็คือ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน มันไม่ใช่ความผิดของลูกของเรา มันไม่ใช่ความผิดของวงในวง มันไม่ได้เป็นความผิดของใครทั้งนั้น มันไม่ใช่ความผิดพลาด มันคือขวบปีแห่งการไม่ได้รับการดูแลสุขภาพจิตอย่างถูกวิธี ซึ่งนำพาไปสู่การใช้สารเสพติด และนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ไม่แข็งแรง แต่ในตอนที่ฉันพบกับเขา เขาคือคนที่พร้อมจะเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นแล้ว”

คนยังอยู่ก็ต้องสู้กันต่อไปครับ … สามารถรับชม session การพูดฉบับเต็มได้จากคลิปวิดีโอด้านล่าง ส่วนของ Talinda Bennington จะเริ่มราวนาทีที่ 37-38 เป็นต้นไป

[ ที่มา – Loudwire ]

Co-founder and editor-in-chief of Headbangkok. Working as a copywriter for startup business consultant company in Bangkok. Always wearing black shirt even in a hot day. Addicted to live music performance.

Blog / Instagram