toni-iommi

ในการสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดของโทนี ไอออมมี มือกีตาร์วง Black Sabbath กับทาง Mirror ของสหราชอาณาจักร เขาได้อธิบายถึงชีวิตของตัวเองในสามปีหลังจากตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งทำให้เขาจำเป็นต้องเขารับการพบแพทย์อยู่เป็นระยะ ๆ ในระหว่างที่ต้องทำงานกับวงดนตรีของตัวเองไปด้วย

อัลบั้ม 13 คือผลงานของวง Black Sabbath ชุดแรกในรอบ 35 ปีที่ไอออมมี่, ออสซี่ ออสบอร์น และกีเซอร์ บัตเลอร์ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง วางจำหน่ายเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2013 และก็เป็นอัลบั้มที่ทำให้ทางวงได้ทะยานขึ้นไปสู่ยอดบนสุดของบิลบอร์ดชาร์ตในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกด้วย นอกจากนี้แล้วก็ยังฮิตติดลมบนชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักรและในอีกหลายประเทศด้วยเช่นกัน

“หลังจากที่อัลบั้มถูกปล่อยออกไปพวกเราก็ออกทัวร์ เราแสดงโชว์กันทั้งหมด 81 โชว์ใน 28 ประเทศ ผมสนุกกับมันมาก ๆ แต่มันก็หนักหนามากเอาการ” ไอออมมี่บอกกับ Mirror

“หลังจากมีอาการเจ็บป่วยผมก็เหนื่อยมากจริง ๆ ทุก ๆ หกสัปดาห์ผมจะต้องบินกลับบ้านมารับการรักษาที่โรงพยาบาลปาร์คเวย์ในเมืองโซลิฮัลล์ รอบนอกของเบอร์มิ่งแฮมน่ะ ผมถูกขับให้น้ำเกลือและแอนตี้บอดี้ที่ช่วยให้เซลล์มะเร็งมันหยุดการแพร่กระจายอะไรประมาณนั้น หลังจากนั้นผมก็ต้องอยู่บ้านอีกสองถึงสามสัปดาห์เพื่อพักฟื้นก่อนจะกลับไปร่วมงานกับวงได้อีกครั้ง

“เราต้องวางแผนการทัวร์รอบโลกไปควบคู่กับการรักษาของผม นั่นหมายความถึงการเดินทางที่ยาวไกลมาก และที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือการบินมันมีผลกระทบต่อเม็ดเลือดของผม ก็เนื่องมาจากมะเร็งนั่นแหละ ตอนที่ผมไปถึงโรงแรมตอนนั้นผมมีทั้งอาการกังวล, ตัวสั่น, อะไรแบบที่ผมไม่เคยเป็นมาก่อนเลย ผมแย่ลงมาก ผมเริ่มจะกังวลแม้ว่ารู้ว่าผมกำลังจะดีขึ้นแน่นอนก็ตาม

“ผมใช้เวลาสองเดือนไปกับการพักฟื้นหลังจากที่การทัวร์มันจบแล้ว แต่หมอก็บอกกับผมว่า ‘คุณจะหวังอะไรอีก? คุณใช้ร่างกายของคุณหนักเอาซะมาก ๆ'”

วง Black Sabbath เล่นโชว์สุดท้ายในการโปรโมตอัลบั้ม 13 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาในฐานะเฮดไลน์เทศกาลดนตรี Hyde Park ที่กรุงลอนดอน หลังจากนั้นไอออมมี่ก็ออกมาส่งสาส์นขอบคุณแฟนเพลงผ่านคลิปวิดีโอ บอกใบ้ว่า Sabbath จะออกทัวร์อีกครั้งให้ได้

“ผมเสร็จสิ้นการรักษาด้วยแอนตี้บอดี้เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา มันยอดเยี่ยมมากเพราะตอนนี้ผมมีกำลังมากกว่าเดิมแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้ว่าการรักษาอันไหนที่มันได้ผลกันแน่

“นั่นก็เพราะว่าผมเข้ารับการรักษาสองอย่างในเวลาเดียวกัน หนึ่งคือเรื่องของต่อมลูกหมากและอีกหนึ่งคือเรื่องของต่อมน้ำเหลือง ผมถูกแสกนร่างกายหลายและถูกฉายแสงไปหลายครั้งมาก ๆ เพราะงั้นผมไม่สามารถเข้ารับการแสกนร่างกายได้อีก ทุก ๆ วันนี้ผมนึกถึงแต่เรื่องพวกนี้แหละ พอผมรู้สึกปวดท้องผมก็จะคิดว่า ‘โอ้ พระเจ้า มะเร็งอีกแล้ว’ มันน่ากลัวมาก ทุก ๆ ครั้งที่ผมนึกถึงมัน แต่นั่นคือชีวิตของผมในตอนนี้

“หมอผ่าตัดบอกผมว่าเขาไม่คาดหวังว่ามะเร็งจะหายไปได้ถาวร มันมีโอกาสแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นแบบนั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วมันก็จะกลับมา และมันก็จะสามารถกลับมาได้ทุกเวลา

“ผมมองชีวิตต่างไปมากในตอนนี้ ผมอาจจะอยู่ตรงนี้ได้อีกซัก 10 ปี หรือแค่หนึ่งปี ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ที่มา – Blabbermouth.net

Co-founder and editor-in-chief of Headbangkok. Working as a copywriter for startup business consultant company in Bangkok. Always wearing black shirt even in a hot day. Addicted to live music performance.

Blog / Instagram