“พวกเอ็งน่ะมันแฟนเพลงขาจร!” M. Shadows กระบอกเสียงของ Avenged Sevenfold ไม่ได้กล่าวเอาไว้ เพราะเขาพูดภาษาไทยไม่ได้

Shadows เผยมุมมองที่เขามีต่อแฟนเพลงของ Metallica เมทัลรุ่นใหญ่แห่งวงการเพลงเมนสตรีมว่าส่วนมากแล้วคนดูที่มาชมคอนเสิร์ตในทัวร์ช่วงฤดูร้อนปีนี้ที่เพิ่งผ่านพ้นมา เป็น ‘แฟนเพลงขาจร’ (casual fans) เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเขาให้นิยามของ casual fans ในที่นี้ไว้ว่าเป็นกลุ่มแฟนเพลงที่น่าจะมีแค่อัลบั้ม Metallica หรืออัลบั้ม ‘ปกดำ’ ที่ออกมาเมื่อปี 1991 เพียงชุดเดียวในครอบครอง

ทัวร์ Worldwired ที่จัดขึ้นเพื่อโปรโมตอัลบั้ม Hardwired… to Self-Destruct ผลงานชิ้นล่าสุดของวงที่ผ่านมาเป็นการทัวร์ในแถบอเมริกาเหนือครั้งแรกในรอบแปดปี (จากที่ก่อนหน้านี้จะเป็นตารางทัวร์แบบระยะสั้นมาตลอด และบินไปแสดงที่ส่วนอื่นของโลกเสียเป็นส่วนใหญ่) รวมถึงเป็นการทัวร์ในระดับสนามกีฬาครั้งแรกในรอบกว่าสองทศวรรษของวง (ในแถบนี้) ด้วย พวกเขาเริ่มต้นทัวร์อเมริกากันที่เมืองบัลติมอร์ ในรัฐแมรีแลนด์ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ M&T Bank Stadium และจบลงในวันที่ 16 สิงหาคม ณ Commonwealth Stadium เมืองเอ็ดมอนตัน ประเทศแคนาดา (ตามมาด้วยการทัวร์ยุโรป)

ที่ Grammy Museum ในนครลอสแองเจลิสเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา Shadows และเพื่อนร่วมวง Avenged Sevenfold ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับจากการทัวร์อเมริกาในปีนี้กับวง MetallicaShadows กล่าวว่า

“สิ่งที่พวกเราเรียนรู้มาก็คือ การที่คุณจะไปเล่นในสถานที่ใหญ่ระดับสนามกีฬา ที่ตั๋วมันขายหมดเกลี้ยงได้เนี่ย คุณจำเป็นจะต้องมีผลงานขึ้นหิ้งระดับอัลบั้มปกดำออกมาให้ได้เสียก่อนครับ คุณจะเล่นเพลงฉบับลึกแค่ไหนก็ได้ที่ต้องการ จะเล่น ‘Master of Puppets’ หรือเพลงอื่นที่มันลึกกว่านี้แค่ไหนก็ได้ แต่ช่วงที่เล่นเพลงจากอัลบั้มปกดำเนี่ย คือช่วงที่ผู้คนทั้งหมดในงานพากันบ้าคลั่งไปพร้อม ๆ กัน และก็มีถึงกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์จากจำนวนคนดูทั้งหมดเลยมั้งครับที่เป็นแค่แฟนเพลงขาจรที่มีแค่อัลบั้มปกดำชุดเดียวในครอบครอง สิ่งนี้มันไม่ได้สะท้อนออกมาให้เห็นผ่านทางแฟนเพลงพันธุ์แท้ของวงแน่นอนครับ”

“การที่จะไปเล่นในสนามกีฬาใหญ่ ๆ ได้ คุณจะต้องมีอัลบั้มที่มันไปกันได้ดีกับสถานีวิทยุเสียก่อน หรือไม่ผลงานมันก็ต้องเข้าถึงผู้คนหมู่มากได้ในจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งพวกเขาก็มีไอ้จุดที่ว่านั้นอยู่ในอัลบั้มปกดำนี่แหละครับ ก็อย่างที่เราได้ยินคำบ่นกันมาว่าอยากได้ยินเพลงฉบับลึก ฉบับเก่าที่ไม่ใช่เพลงฮิตจากวงบ้าง ซึ่งผมก็เข้าใจนะ แต่เวลาที่พวกเขาเล่นเพลงจากอัลบั้มปกดำ เวลาที่เล่นเพลงอย่าง ‘Sad But True’, ‘Enter Sandman’, ‘Unforgiven’ อะไรพวกนี้ออกมาเนี่ย บรรยากาศมันต่างออกไปโดยสิ้นเชิงครับ คุณจะเห็นได้เลยว่าคนดูจำนวนมากในงานเป็นเพียงแค่แฟนเพลงระดับขาจรเท่านั้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ทางวงได้สร้างและหล่อเลี้ยงเอาไว้เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาการเป็นศิลปินที่ผ่านมา”

“วงดนตรีเมทัลจำนวนมากยังโลดแล่นกันอยู่ตอนที่ Metallica ปล่อยอัลบั้มปกดำออกมา ตอนนี้พวกเขาได้เล่นแค่ในระดับไนท์คลับ ส่วน Metallica ยังคงเล่นในสนามกีฬาอยู่”

อัลบั้ม Metallica หรือที่ทุกคนเรียกกันติดปากว่า The Black Album เป็นผลงานชิ้นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Metallica วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1991 มีเพลงฮิตหลายเพลง เช่น “Enter Sandman”, “Sad But True” และยังคงขายดีอย่างต่อเนื่องในทุกสัปดาห์มาจนถึงตอนนี้ ในปี 2014 ผลงานชุดนี้เป็นอัลบั้มเพลงชุดแรกที่ทำยอดขายรวมได้แตะ 16 ล้านก๊อปปี้นับตั้งแต่ที่ Nielsen SoundScan เริ่มต้นเก็บบันทึกข้อมูลการขายเพลงในปี 1991

อัลบั้มนี้มีอีกหลายสถิติที่น่าสนใจ ทั้งการทำยอดขายได้ทะลุระดับแพลตตินัมครั้งที่สิบหก (ธันวาคมปี 2012) จากการทำยอดขายได้ 16 ล้านก๊อปปี้เฉพาะแค่ในสหรัฐอเมริกา และในปี 2009 งานชุดนี้ก็ทำยอดขายแซง Come On Over ผลงานดังจากปี 1997 ของ Shania Twain ขึ้นมาเป็นอัลบั้มเพลงที่ขายดีที่สุดในยุค SoundScan

ก็น่าสนใจเหมือนกันนะครับสำหรับสิ่งที่ Shadows พูดออกมา การมีแฟนเพลงขาจรเยอะ มองในแง่บวกมันก็เป็นข้อดีแหละครับ เพราะนั่นหมายความว่าผลงานของเราจะขายได้ในตลาดเพลงไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ในอีกแง่นึงคอนเสิร์ตก็จะออกมาจืดชืดระดับหนึ่งเพราะคนดูไม่ได้เอ็นจอยกับผลงานในยุคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อัลบั้มดังของวง ก็เป็นดาบสองคมกันไป

แต่ยังไงขายตั๋วได้เยอะมันก็ต้องดีกว่าไม่มีคนมาดูอยู่แล้วแหละครับ!

ที่มา – Blabbermouth.net

SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page