หากจะมีวงดนตรีสักวงที่ก้าวข้ามผ่านมาหลายช่วงเวลา และยังมีแฟน ๆ ในวงกว้างติดตามผลงานอย่างเนืองแน่นสม่ำเสมอ ออกผลงานมาแล้วไม่ค่อยจะโดนเสียงวิจารณ์ในเชิงลบ หนึ่งในวงดนตรีที่อยู่ในข่ายนี้ก็น่าจะมี U2 วงนี้นี่แหละครับ จะด้วยภาพลักษณ์การวางตัวที่ปรากฎตามสื่อต่าง ๆ, กิจกรรมทางสังคม หรืออีกอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือดนตรีของพวกเขา ที่นอกจากมันจะยอดเยี่ยมในช่วงเวลานั้นแล้วก็ยังสามารถแผ่อิทธิพลทางดนตรีแบบข้ามยุคข้ามสมัยได้อย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน ชนิดที่วงร็อกรุ่นลูกรุ่นหลานขอหยิบยืมซาวด์ของพวกเขาไปใช้ต่อยอดสร้างสรรค์กันได้อย่างไม่รู้จบ

ซึ่งอัลบั้ม The Joshua Tree ก็ถือเป็นอีกหนึ่งมรดกชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ของดนตรีร็อกอีกอัลบั้มอย่างไม่ต้องกังขา และนี่ถือเป็นโอกาสดีที่ The Joshua Tree มีอายุครบรอบสามสิบปีพอดีเป๊ะ ทางผู้เขียนจึงขออนุญาตพาคุณผู้อ่านทุกท่านย้อนกลับไปยังปี 1987 เพื่อซึมซับความยอดเยี่ยมของงานชุดนี้อีกครั้งหลังจากจากย่อหน้านี้เป็นต้นไปครับ

Track-by-Track Review:

1. “Where the Streets Have No Name”: เปิดหัวอัลบั้มด้วยแทร็คสุดล่องลอยอันเป็นซิกเนเจอร์เฉพาะตัวมาก ๆ ของวง กับเนื้อหาเฉียบคมจากปลายปากกาของ Bono ในขณะที่พาร์ทดนตรีก็ยอดเยี่ยมสอดรับกันอย่างดีเยี่ยม ด้านซาวด์กีตาร์ของ The Edge ที่เน้นเมโลดี้ทับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับมือกีตาร์รุ่นหลังได้เดินตาม

2. “I Still Haven’t Found What I’m Looking For”: มาลอยกันต่อกับหนึ่งในเพลงโคตรฮิตจังหวะกลาง ๆ ที่ซาวด์ยังคงไม่ฉีกไปจากเพลงก่อนหน้านัก แต่เปิดโอกาสให้ Bono ได้โชว์เสียงร้องเหงา ๆ แฝงด้วยพลัง ด้านเนื้อร้องใช้การเปรียบเปรยได้คมคายหาตัวจับยากเช่นเคย

3. “With or Without You”: เริ่มเพลงมาก็ดำดิ่งขายบรรยากาศหม่น ๆ ก่อนที่เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะมาแบบเต็มแบนด์ในท่อนคอรัสถัดมา ด้านคำร้องคงไม่ต้องพูดอะไรมากแล้วมั้งครับ ว่ายอดเยี่ยมอีกเช่นกัน ส่งผลให้วงดนตรียุคหลัง ๆ เก็บไปเป็นอิทธิพลในงานของตัวเองกันเป็นแถว (อาทิ 30 Seconds to Mars เป็นต้น)

4. “Bullet the Blue Sky”: กลับมาเพิ่มความหนักแน่น เกรี้ยวกราดอีกสักเล็กน้อย นัยว่าเป็นงานทดลองกลาย ๆ ของวงก็ว่าได้ งานนี้ The Edge ได้โชว์ฟีดแบ็กกีตาร์หอน ๆ สร้างบรรยากาศเวิ้งว้างได้มากโข กระนั้นโซโล่กีตาร์ลาก ๆ ของแกก็นับว่าโดดเด่นไม่ใช่เล่นเหมือนกัน

5. “Running to Stand Still”: บัลลาดเปียโนเคล้าด้วยเสียงร้องนุ่ม ๆ โดดเด่นที่การเล่าเรื่องจนพาเราเคลิ้มไปไกล (ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการติดเฮโรอีน) ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยเสียงของ ฮาร์โมนิก้า อย่างแผ่วเบา

6. “Red Hill Mining Town”: ร็อกแอนด์โรลจังหวะเนิบช้า โชว์ความเก๋าแต่เรียบง่าย หลังจากที่ฟังไปหลายรอบก็ได้ค้นพบว่าเพลงนี้คงมีอิทธิพลต่อยอดวงอัลเทอร์ยุค 90’s อย่าง Manic Street Preachers อยู่ไม่น้อยเลยเหมือนกัน แสดงให้เห็นถึงความร่วมสมัยไม่มีตกยุคแต่อย่างใด

7. “In God’s Country”: เจือกลิ่นคันทรี่ตามชื่อเพลง ปล่อยให้เสียงเบสของ Adam ได้โชว์บ้าง แต่จะขาดกีตาร์โซโล่ฟุ้ง ๆ สไตล์ The Edge ก็จะดูไม่ใช่งานของ U2 (หรือเปล่า) เจ้าตัวเลยจัดให้สักนิดแก้เลี่ยนได้ดี

8. “Trip Through Your Wires”: สโลว์ร็อกแจมด้วยฮาร์โมนิก้าสุดเท่ ให้บรรยากาศเหมือนขับรถเก่า ๆ อยู่กลางทะเลทราย ขณะที่เสียงร้องของ Bono ยังทำหน้าที่ถ่ายทอดได้ถึงอารมณ์เช่นเคย

9. “One Tree Hill”: ป๊อปร็อกเนิบนาบ เน้นฟังเรื่อย ๆ มากกว่าจะโชว์ของอะไรกันมากมาย หากเทียบกับเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มอาจดูดรอปลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่มากนัก

10. “Exit”: เริ่มต้นที่ความมืดมน ลึกลับก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มดีกรีความร็อกด้วยฟีลดาร์คหน่อย คลอไปด้วยริฟฟ์ย้ำ ๆ กับเสียงกลองที่ฟังกระแทกกระทั้นที่สุด และน่าจะเป็นอีกสูตรสำเร็จอีกอย่างในการเรียบเรียงดนตรีลักษณะนี้ ดังที่เราจะได้ยินกันบ่อย ๆ ในงานของจำพวกวงอัลเทอร์ยุค 90’s

11. “Mothers of the Disappeared”: ปิดท้ายอัลบั้มด้วยความล่องลอย งดงาม อีกหน และเป็นอีกครั้งที่ความเฉียบคมในคำร้องที่ทำหน้าที่ได้สอดรับกับพาร์ทดนตรีอันเปลี่ยวเหงา แผ่วเบาได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของซีดีแผ่นที่สองจะเป็นออดิโอบันทึกการแสดงสดที่ Madison Square Garden ในปี 1987 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงจากอัลบั้ม The Joshua Tree เสียเป็นส่วนใหญ่และมีเพลงจากยุคแแรก ๆ ของทางวงอยู่ในไลฟ์นี้ด้วย

สรุป

สถานภาพของ U2 ในขณะนี้พวกเขาไม่ใช่แค่เพียงวงร็อกรุ่นใหญ่ แต่พวกเขายังเป็นไอค่อนของวงการดนตรีไปแล้ว และหากอยากศึกษาตำนานอีกบทแห่งเพลงร็อก (ที่ไม่ใช่ร็อกแบบเน้นขายความหนักหน่วง) นี่คืออัลบั้มที่คอดนตรีทุกแขนงควรมีเก็บไว้ในคอลเลคชั่น

*อัลบั้ม ‘The Joshua Tree (30th Anniversary Edition)’ มีวางจำหน่ายแล้วตามร้านซีดีชั้นนำทั่วประเทศ และในรูปแบบดิจิทัล จัดจำหน่ายโดย Universal Music Thailand

SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page