พูดได้อย่างไม่อายปากว่าผมกลายเป็นแฟนเพลงของวงเจป๊อปเมทัลวงนี้แบบหัวปักหัวปำไปเสียแล้ว ใช่แล้วครับ ผมกำลังจะพูดถึงวง BABYMETAL ซึ่งมาแรงมาก ๆ ในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ (และก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีอะไรมาหยุดได้ง่าย ๆ เสียด้วย) เดิมทีอย่างที่ทราบ ๆ กันว่าวงนี้มีจุดขายจุดแข็งอยู่ที่สามนักร้องสาวแต่อีกอย่างหนึ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลยคือความเก่งกาจของวง Kami Band ที่ทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังทั้งสามได้อย่างดีเยี่ยม รวมไปถึงพาร์ทดนตรีที่เอาเพลงเมทัลหนัก ๆ มารวมกับความสดใสในแบบเจป๊อปได้อย่างกลมกลืน ทั้งหมดนั้นส่งผลให้ BABYMETAL โด่งดังในเวลาอันรวดเร็วจนได้ไปทัวร์เทศกาลดนตรีร็อกใหญ่ ๆ ของโลกอยู่หลาย ๆ ครั้ง ตรงนี้น่าจะพอพิสูจน์ถึงควมแรงของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

Metal Resistance คือชื่อสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สอง (เอาเวลาว่างที่ไหนไปทำฟะ เห็นทัวร์แทบทั้งปี) การกลับมาคราวนี้สามสาวดูจะมีพัฒนาการที่แข็งแรงมากขึ้นในหลาย ๆ ด้านอย่างเห็นได้ชัด เรื่อยไปถึงพาร์ทดนตรีที่หนนี้ไม่ค่อยมีแนวอื่นเจือปนมากเหมือนเดบิวต์อัลบั้มเท่าไรนัก โดยจะเน้นหนักไปที่เมทัล เมทัล แล้วก็เมทัลเท่านั้นที่เป็นแกนหลักของอัลบั้ม

1. “Road of Resistance”
เพลงเปิดอัลบั้มเพลงนี้เคยถูกรวมไว้ในอัลบั้มแสดงสดในฐานะโบนัสแทร็ค มาในรูปแบบของสปีดเมทัลเต็มรูปแบบ โดยมีแขกรับเชิญพิเศษมาก ๆ อย่างวง DragonForce มาร่วมสังฆกรรมด้วย

2. “Karate”
ซิงเกิลแรกของอัลบั้ม ดูแข็งแรงขึ้นไปหมดไม่ว่าจะดนตรี เสียงร้องหรือกระทั่งท่าเต้น เพื่อให้เข้ากับชื่อเพลงที่สื่อถึงศิลปะการป้องกันตัวของประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง SuMetal นักร้องพี่ใหญ่ของวงก็ร้องออกมาได้ดีเช่นเคย

3. “Awadama Fever”
เปิดหัวริฟฟ์มาอย่างกะวงแธรชเมทัล จนน้องซูแกเปิดปากร้องแค่นั้นแหละ ติดหูหนึบเลย โดยที่สองน้องเล็กอย่าง YuiMetal กับ MoaMetal คอยมาเสริมความแบ๊วให้เป็นระยะ ขณะที่พาร์ทดนตรีนั้นก็ไม่ได้อ่อนข้อให้แต่อย่างใด แอบใส่ท่อนเบรกดาวน์แบบเนียน ๆ

4. “Yava!”
เฮฟวีเมทัลโจ๊ะ ๆ ที่แอบใส่บีทชวนแดนซ์ คงดิ้นกันสนุกสนานแน่ ๆ หากนำมาเล่นสด ริฟฟ์กีตาร์เพลงนี้ค่อนข้างเด่นมากจริง ๆ

5. “Amore”
แธรชเมทัลที่สปีดกันเร็วจี๋ไม่ให้พักหายใจกันเลย พาร์ทกีตาร์คู่ก็หินใช้ได้ หากตัดเสียงร้องออกไปแล้วบอกว่าเป็นวงเมทัลฝีมือดีจากฝรั่งเทพ ๆ ก็คงเชื่อสนิทใจ แต่จะตัดออกก็คงไม่ได้เพราะน้องเขาร้องไว้ได้ดีเหลือเกิน

6. “Meta Taro”
ฟังท่อนแรกผมนี่นึกถึงเพลงสามัคคีชุมนุมขึ้นมาเลย (ฮา) ให้อารมณ์เหมือนเพลงมาร์ชปลุกใจหรือกำลังกล่าวสรรเสริญอะไรสักอย่างอยู่แน่ ๆ จังหวะกลาง ๆ ทีแอบใส่ซาวนด์เครื่องดนตรีเลียนเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านของที่ไหนสักที่ ด้านเสียงร้องก็ปล่อยสองสาวน้องเล็กโชว์มากหน่อย (ที่เริ่มร้องเป็นเมโลดี้บ้างแล้ว)

7. “Syncopation”
เมทัลคอร์หลอน ๆ เจือด้วยกลิ่นอิเล็กทรอนิก แบบจาง ๆ ที่พาร์ทร้องไม่ได้โชว์อะไรมากนัก เน้นอารมณ์ให้เข้ากับความหลอนหม่นของเพลงไป แต่ก็จัดว่าเยี่ยม

8. “GJ!”
นูเมทัลหน่วง ๆ ที่ปล่อยให้ Yui กับ Moa โชว์การแร็ปเข้าจังหวะ และมีท่อนฮุคติดหูไว้ให้ร้องตามได้บ้าง

9. “Sis. Anger”
ชื่อเพลงแอบคารวะชื่อสุดยอดอัลบั้มของวงเมทัลรุ่นลุงวงนึง แต่หากพูดถึงตัวเพลงนี่อย่าเรียกว่าคารวะเลยฮะ ใช้คำว่าตบหน้าซะยังจะดีกว่า (เจ็บจุง) เพลงนี้เดือดมากครับ น่าจะเดือดสุดในบรรดาเพลงทั้งหมดของ BABYMETAL กับเดธเมทัลสปีดรวดเร็วเต็มสูบชนิดที่ไม่ปราณีปราศรัยใด ๆ ขนาดที่ว่าเอาไปรวมไว้ในอัลบั้ม Headbanger ได้แบบไม่มีอายแน่นอน เนื้อหาก็ตามชื่อเพลงเลยครับ ว่าด้วยความโกรธของสองสาว Yui กับ Moa (นี่โกรธแล้วเรอะ)

10. “No Rain, No Rainbow”
งานโชว์พลังเสียงของน้อง Su กันบ้าง กับบัลลาดร็อกเศร้า ๆ ที่ขอชมว่าเธอร้องได้ดีมากจริง ๆ (คือถ้าไปออกเดี่ยวก็ไม่อดตายแน่ แต่อย่าเลย 5555) บวกกับพาร์ทดนตรีที่รังสรรค์ออกมาได้เนียนละเอียดทุกวินาทีของเพลงเลยครับ (ว่าไปนั่น)

11. “Tales of the Destinies”
อีกเพลงที่เด่นมาก ๆ ของงานชุดนี้ มากับโปรเกรสสีฟเมทัลสัดส่วนชวนฉงน ที่แอบเป็นห่วงว่าน้อง ๆ จะเต้นเพลงนี้กันยังไง ด้านการร้องแบ่งพาร์ทกันได้ดีก่อนที่ Su จะปล่อยของท่อนคอรัสอีกตามเคย ส่วนภาคดนตรีนี่โหดสัสรัสเซียลิทัวเนียออสเตรเลียมากครับ ผมอุทานอยู่หลายรอบมาก ๆ ว่านี่ Dream Theater มาเล่นให้หรือวะ แน่นฉิบ ท่อนโซโล่เปลี่ยนคีย์หลายตลบ, มีดวลกีตาร์กับคีย์บอร์ดอีก โห ลืมไม่ลงครับเพลงนี้

12. “The One”
เพลงปิดท้ายที่ทำออกมาได้ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างยิ่งกว่ารายการดาวล้านดวง ที่หนู Su เจ้าเก่ายังได้โชว์พลังเสียงอีกเช่นเดิม แต่เซอร์ไพรซ์ตรงที่เพลงนี้เป็นภาษาอังกฤษด้วยละเฮ้ยยยย (จะได้พอฟังออกบ้าง) ซึ่งถือเป็นเรื่องยากมากสำหรับนักร้องที่มาจากฝั่งญี่ปุ่น เพลงนี้มากับเนื้อหาที่ดูให้เกียรติและจริงใจกับแฟนเพลง แถมร้องได้ดีจนต้องยกทุกนิ้วให้แบบสมยอมเลยครับ โดยในส่วนของดนตรีเป็นโปรเกรสสีฟที่โชว์ของกันได้อย่างพอเหมาะเหลือเกิน

ฟังงานชุดนี้จบแล้วมั่นใจได้อย่างนึงว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จมากกว่าที่เคยเป็นเข้าไปอีก ลืมบอกไปว่างานเปิดอัลบั้มชุดนี้จัดขึ้นที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษเชียวนะครับ (ซึ่งระหว่างที่นั่งเขียนอยู่นี้ก็น่าจะแสดงจบไปแล้ว) ถ้าไม่ดังจริงไม่เจ๋งจริงทำแบบนี้ไม่ได้แน่ พวกเขามาไกลมากแล้วจริง ๆ (จะดีมากถ้ามาไทยสักครั้ง #ฝันหนัก ๆ)

ส่วนเรื่องเศร้าอย่างเดียวของอัลบั้มนี้ คือผมสั่งอัลบั้มแบบ Limited Edition ไม่ทัน มิหนำซ้ำมันหมดก่อนวันที่จะวางขายจริงเป็นสิบ ๆ วันเลยครับ (อันนี้พาล 5555) สุดท้ายแนะนำไว้เป็นพิเศษครับสำหรับคอเมทัลไม่ว่าจะพันธุ์แท้หรือพันธุ์ทางผมว่าทุกคนสามารถเข้าถึงได้ไม่ยากนักครับ

แชร์ : Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedIn