ค่าย Real and Sure นี่คนฟังเพลงเมทัลในประเทศไทยน่าจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ทางค่ายเคยปลุกกระแสเพลงเมทัลของไทยอยู่พักใหญ่ ทั้งการปั้นวงอย่าง Outro, Quake, Growing Pain ฯลฯ คนดูแลค่ายก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลที่ไหน พี่โป่ง ปฐมพงศ์ นักร้องนำวง หิน เหล็ก ไฟ และ The Sun ร็อกเกอร์ระดับตำนานของเรานั่นเอง ล่าสุดทางค่ายก็ออกอัลบั้มรวมเพลง (compilation) ชุดใหม่หลังจากที่ห่างหายไปนาน งานชุดนี้ชื่อว่า Born to Be ประกอบไปด้วยศิลปิน 9 วง มาในรูปแบบซีดีเพลง 2 แผ่น ทั้งหมดรวมเป็น 18 เพลง มีอะไรบ้างมาดูและทำความรู้จักพวกเขากันเลยครับ

Seven Set

Tracks: “รักของเธอไม่มีจริง”, “I Just Want to Say I Love You”, “รักของเธอไม่มีจริง (Backing Tracks)

พวกเขานิยามตัวเองว่าเป็นแนวอัลเทอร์เนทีฟ/นูเมทัล สำหรับเพลงแรก ”รักของเธอไม่มีจริง” มาในสไตล์เพลงช้า ช่วงแรกบรรเลงด้วยกีตาร์อคูสติค คลอกับเสียงร้องและเสียงสังเคราะห์ ก่อนจะตบเข้าด้วยความหนักแน่น มาพีคช่วงกลางเพลงโดยการเบิ้ลกระเดื่องเร้าอารมณ์ที่มาพร้อมกับเสียงสำรอก / “I Just Want To Say I Love You” จังหวะเร็วขึ้นมาหน่อย เพลงนี้ได้อารมณ์ความสว่างของโทนดนตรีมากขึ้นกว่าเพลงแรกตามเนื้อหาของเพลง เป็นเพลงที่ฟังได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ / ส่วน “รักของเธอไม่มีจริง (ฺBacking Tracks)” ก็จะมีเฉพาะเสียงดนตรีไม่มีเสียงร้อง ไว้ให้ลองไปเอาฝึกร้องกันเล่น ๆ ครับ

โดยรวมแล้วดนตรีรวมถึงเนื้อเพลงของพวกเขาคือการนำสูตรสำเร็จของความเป็นเมนสตรีมมาผสมเข้ากับตัวตนของพวกเขา ทำให้เพลงของพวกเขาฟังง่ายและสามารถฟังได้ทั่วไปครับ

Super Group

Tracks: “คำพูดวินาทีสุดท้าย”, “ความทรงจำ”

“คำพูดวินาทีสุดท้าย” เปิดตัวด้วยเพลงช้าอีกหนึ่งวง เนื้อหาและดนตรี การจัดเรียงดนตรีของพวกเขามีเสียงของเปียโนและซาวด์สังเคราะห์เป็นองค์ประกอบด้วย ช่วยเพิ่มความไพเราะรวมถึงดีเทลดนตรีให้น่าสนใจมากขึ้น / “ความทรงจำ” เพลงนี้หนักแน่นขึ้นมากว่าเพลงแรก มีการเบิ้ลกระเดื่องโชว์ รวมถึงเสียงสำรอกที่แทรกเข้ามาเล็กน้อย

Super Group ก็เป็นอีกวงที่ฟังง่าย ไม่หนักไม่เบาเกินไป แต่วงนี้เสียงมิกซ์มีแตก ๆ อยู่บ้างแค่นั้นเองครับ

Jor Scramble

ขออนุญาตรีวิวรวมเลยนะครับ เพราะศิลปินคนนี้มาในสไตล์กีตาร์ฮีโร่สไตล์นีโอคลาสสิกที่ต้องบอกว่ามีฝีไม้ลายมือที่จัดจ้านมาก ๆ การเรียบเรียงเพลงน่าสนใจ ริฟฟ์กีตาร์ติดหูดีทีเดียว แถมท่อนโซโลยังฟังได้เพลินและเร้าอารมณ์มาก ๆ ใครชอบ Yngwie Malmsteen ยิ่งต้องลองฟังผลงานของพี่เขาเลยครับ จริง ๆ แล้ว Jor Scramble ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนกีตาร์ด้วยนะครับ แถมมีประสบการณ์ทางดนตรีโชกโชน เคยเล่นกับวงเมทัลใต้ดินบ้านเราชื่อวง Jealous มาอีกด้วยครับ

Coma

Tracks: “เล็กกว่าโลง”, “สุริยคราส”

หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นชื่อวงเขานะครับ เพราะเป็นอีกหนึ่งวงที่ผ่านเวทีประกวดมามากมายเหลือเกิน ทั้ง Thailand Got Talent และ The Band เป็นต้น ดนตรีของพวกเขาถ้าจะให้จำกัดความ คำว่าเมทัลคอร์คงเหมาะกับพวกเขามากที่สุดครับ ส่วนเนื้อเพลงเป็นภาษาไทยยิ่งทำให้การสื่อสารถึงกลุ่มคนฟังง่ายขึ้น แบ่งพาร์ทดนตรีแต่ละท่อนได้ดี มีการวางเนื้อร้องท่อนฮุคด้วยใช้เสียงคลีนที่ค่อนข้างติดหู มีท่อนเบรกดาวน์ชวนมอช ทั้ง 2 เพลงจึงถูกอัดแน่นมาด้วยความมันส์เอาใจคนชอบของหนัก

Uncover

Tracks: “เวลาความทรงจำ”, “ลองสักที”

อีกหนึ่งวงร็อกสไตล์เมนสตรีม “เวลาความทรงจำ” มีแบ็คกราวน์เป็นดนตรีร็อก และเนื้อหาพูดถึงความรัก “ลองสักที” เน้นจังหวะกรูฟชวนโยก ซาวด์เอนเอียงไปทางนูเมทัล มีโชว์ท่อนแรปช่วงกลางเพลงด้วย ซาดว์ของวงนี้ทำให้นึกถึงวงอย่าง Breaking Benjamin ใครชื่นชอบก็อยากให้ลองฟัง Uncoverz ดูครับ

ดึกดำบรรพ์

Tracks: “ไม่”, “ตอแหลลงตับ”

“ไม่” เพลงแรกมากลับสไตล์ป็อกร็อก เนิบ ๆ ช้า ๆ แตกต่างจากเพลง ”ตอแหลลงตับ” ซาวด์ฟังก์ร็อกก็กระแทกหูเต็ม ๆ เพลง เข้ากับเนื้อหาจิกกัดได้เป็นอย่างดี มีเสียงเทิร์นเทเบิ้ลเข้ามาท้ายเพลงด้วย แจ่มเลย อยากให้ทางวงเน้นซาวด์ฟังก์ร็อกจัด ๆ ไปเลย อย่างเพลงช้าลองเรียบเรียงให้เป็นสไตล์ฟังก์ผมว่ามันจะน่าฟังและโดดเด่นแน่ ๆ เพราะมันแสดงตัวตนของวงของคุณได้เป็นอย่างดีครับ

Sunlight

Tracks: “หลับตา”, “ช่วงสุดท้าย (Critical)”

“หลับตา” ดนตรีร็อกหนักแน่นฟุ้งด้วยซาวด์ที่ผลิตจากซินธิไซเซอร์ เสียงร้องของฟรอนต์เกิร์ลโหยหวนและทรงพลังดีมาก เสียงน่าไปร้องกอธิคจริง ๆ ฮ่า ๆ โดดเด่นช่วงท่อนเบรกดาวน์ที่ทำให้นึกวง Crossfaith ขึ้นมาเลย ต่อด้วย “ช่วงสุดท้าย (Critical)” ยังคงโชว์ความหนักแน่นของดนตรีอย่างต่อเนื่องจากเพลงแรก เพลงนี้เล่นสดคงชวนโยกชวนโดดน่าดู สำหรับ Sunlight เป็นวงที่มีเซนส์การเรียบเรียงเพลงและสัดส่วนดนตรีได้น่าสนใจครับ

On Hard

Tracks: “บทเพลงสุดท้าย”, “ลองสักที”

อีกหนึ่งวงที่มีนักร้องเป็นผู้หญิง ดนตรีมาในแนวอิเล็คทรอนิกสครีโม เน้นเสียงร้องท่อนคลีนสลับกับเสียงสำรอก ตามสูตรสำเร็จของแนวนี้ รวมไปถึงการวางโครงเพลงหลักที่เป็นท่อนโยก โดยเฉพาะเพลง ”ลองสักที” เสียงกระเดื่องนี่ทำให้นึกถึงเพลง “Final Episode” ของ Asking Alexandria วงนี้ซาวด์ดนตรีออกไปทางจมครับ รวมถึงมีการใช้ออโต้จูนเสียงร้องในเพลง “บทเพลงสุดท้าย” ทำให้การฟังค่อนข้างขัดอารมณ์ครับ แต่ของแบบนี้มันพัฒนากันได้นะครับ

The Rot

Track: “Tales on Scare”

วงสุดท้ายแล้ว และเป็นวงที่หนักสุดในอัลบั้ม จัดหนักด้วยสไตล์เมโลดิกเดธเมทัลที่จะทำให้คุณชวนนึกถึงวงอย่าง The Black Dahlia Murder ดนตรีบดขยี้โสตประสาททุกอณู สับแหลกแหกกระจุย เสียงร้องสลับระหว่างแผดสูงและกดต่ำ นอกจากความโหดทางดนตรีแล้ว วงนี้เขามีดีอยู่ที่การแต่งตัวครับ ใครอยากเห็นแนะนำลองไปส่องแฟนเพจวง รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน ฮ่า ๆ

The Rot เป็นวงที่เกิดจากการรวมตัวของนักดนตรีอันเดอร์กราวน์จากหลาย ๆ วง เช่น พี่บิ๊ก จากวง In Vein, พี่อUอฟ จากวง Voiceless of Fear และพี่โอ๊ต อดีตสมาชิกวง Carnivora และ Odin Anger

ก็หวังว่าแต่ละวงจะมีผลงานออกมาในรูปแบบอัลบั้มเต็มให้ทุกคนได้ฟังกันนะครับ เชื่อว่าทุกวงมีของอย่างแน่นอน ไม่งั้นคงไม่สามารถถูกคัดเลือกให้เข้ามาอยู่ในอัลบั้มนี้ได้แน่นอน สำหรับครอยากซัพพอร์ทอุดหุนนผลงานชิ้นนี้ ติดต่อได้ที่เฟซบุ๊ก REAL AND SURE นะครับ

SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page