ดนตรีร็อก/เมทัลกับเนื้อหาการเมืองเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันมาหลายยุคหลายสมัยครับ มีคณะดนตรีมากมายเลือกที่จะแสดงจุดยืนที่พวกเขามีต่อรัฐและสังคมออกมาผ่านบทเพลงของตัวเอง บ้างก็เป็นการพูดถึงมุมมองทางการเมืองแบบรวม ๆ แต่ก็มีบ้างที่โจมตีไปที่ตัวบุคคลชัดเจน (เช่นเพลง “Bu$hleaguer” ของวงกรันจ์รุ่นเก๋าอย่าง Pearl Jam เป็นต้น)

และในยุคสมัยของ Donald Trump ประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐอเมริกาเองทางฝั่งวงการเพลงเมทัลก็มีเพลงที่แต่งออกมาเพื่อเขาที่น่าสนใจอยู่หลายเพลงเหมือนกันครับ เพราะต้องบอกว่าพี่แกมีคนเกลียดชังเยอะทีเดียว (ทั้งในส่วนของปากและนโยบายต่าง ๆ) เพื่อเป็นการฉลองให้กับการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราก็เลยรวบรวม 9 บทเพลงจาก 9 ศิลปินที่แต่งขึ้นมาเพื่อให้พี่แกโดยเฉพาะมาให้ฟังกันครับ

1. “Viva Presidente Trump!” – Brujeria

จะมีอะไรที่อธิบายถึงความเกลียดชังของ Trump ได้ดีไปกว่าวงดนตรีเดธเมทัล/ไกรนด์คอร์เชื้อสายเม็กซิกัน Brujeria จากค่าย Nuclear Blast Records วงนี้มาจากแคลิฟอร์เนียครับ เพลงนี้เปิดด้วยวาทะเกี่ยวกับแผนการสร้างกำแพงกั้นระหว่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโกอันโด่งดัง ก่อนที่จะคำรามอย่างดุดันว่า “Viva presidente trump!” ก่อนที่จะสับแหลกและจัดให้เต็ม ๆ ด้วยเนื้อเพลงอันเกรี้ยวกราดและความเกลียดชัง เพลงนี้ไม่ยาวครับ ขนาดรวมวาทะตอนเริ่มเพลงด้วยแล้วคลิปยังอยู่ที่ 1:46 นาทีเท่านั้น แต่นี่ก็ถือว่ามากพอแล้วสำหรับการส่งสาส์นออกมาให้โลกรู้ ว่ากูไม่เอา Trump โว้ย!

2. “Take the Fall” – Iron Reagan

เพลงนี้เป็นงานเก่า previously unreleased ที่ทางวงนำมาปล่อยในแผ่น flexi disc ของนิตยสาร New Noise Magazine ฉบับล่าสุดซึ่งก็ต้องบอกว่า ‘ชัดเจน’ ในจุดยืนมากเช่นกันทั้งในส่วนของปกแม็กกาซีนและปกซีดีที่เป็นภาพวาดของ Donald Trump โดนอีกาจิกตาหลุด บ้านเมืองมอดไหม้ มีนิวเคลียร์ถล่มด้านหลังแถมมีธนบัตรโปรยปราย

ถ้าถามว่าพวกเขาจริงจังกับความเกลียดชังนี้แค่ไหน ก็ให้ลองจินตนาการว่า Tony Foresta นักร้องนำของวงนี้ เคยออกอัลบั้มชื่อ The Art of Partying กับวง Municipal Waste ซึ่งงานทั้งชุดมีแต่เรื่องเหล้ายาปลาปิ้งอย่างเดียว ถึงกับเปิดประโยคด้วยวาทะว่า “There won’t be a party tonight!” กูไม่ฉลองอะไรทั้งนั้นแล้วโว้ย!

3. “Hang ‘Em High” – Havok

เพลงนี้อาจจะไม่ได้เอ่ยนามถึง Donald Trump โดยตรง แต่ก็ถือว่าวันที่ปล่อยดูเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่ชัดเจนทีเดียวครับ (ปล่อยมาวันที่ 20 มกรา วันจัดพิธีสาบานตนฯ พอดี) เพลงนี้พูดถึงบรรดานักการเมืองที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้ “Treasonous, unable to uphold an oath that they swore to us” แถมพวกเขายังมองนักการเมืองเป็นศัตรูตัวจริงด้วยว่า ไม่ได้มีสิ่งชั่วร้ายจากดินแดนอื่นใดเข้ามาทำลายพวกเราหรอก มันอยู่ใกล้ ๆ ตัวเรานี่แหละ เหมือนที่ท่อนคอรัสบอกว่า “The enemy is not coming from overseas / Hang ’em high”

Havok ถือว่ามีเพลงแนวการเมืองที่น่าสนใจอีกหลายเพลงครับ เช่น “Give Me Liberty… or Give Me Death” ซึ่งเป็นสปีชอันโด่งดังของ Patrick Henry นักปฏิวัติและรัฐบุรุษคนสำคัญชาวอเมริกันแห่งศตวรรษที่ 18 นั่นเอง

4. “Bastards” – Rob Flynn แห่ง Machine Head

Rob Flynn กระบอกเสียงของวงเมทัลตัวโหดอย่าง Machine Head ก็ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมาด้วยเช่นกันครับ เขาทำเพลงชื่อ “Bastards” แบบอคูสติกคันทรี่ออกมาให้ฟังกันออนไลน์เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนช่วงหลังจากที่ทราบผลการเลือกตั้งกันว่าใครเข้าวิน แค่ท่อนเปิดประโยคก็ถือว่ารู้เลยครับว่าพูดถึงใคร “Yesterday I told my sons ‘sometimes the bad guys win’ / And that it made me scared about the world that we live in” ลองไปฟังเพลงกันได้ด้านบนครับ และเข้าไปอ่านเนื้อเพลงกันได้ใต้คลิป [คลิก]

5. “Say 10” – Marilyn Manson

อันนี้จะเรียกว่าเป็นเพลงก็ยังเรียกได้ไม่เต็มปากซักเท่าไหร่ครับ แต่ที่นำมารวมอยู่ด้วยเพราะในทีเซอร์อัลบั้มใหม่ของป๋ามาริลีนคนนี้แกนำเสนอภาพของชายคนหนึ่งในเน็คไทสีแดงที่ถูกตัดหัวขาดออกไปแล้ว ซึ่ง เน็คไทสีแดงนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ Donald Trump ที่หลายคนเห็นกันจนคุ้นตาด้วยนั่นเอง และถ้าหากยังคิดว่าแค่สีเน็คไทยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าหมายถึง Trump จริง ๆ ก็คงต้องขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดว่า คลิปนี้เปิดตัวขึ้นมาในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016 ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุดนั่นเองครับ

6. That’s Make Me Smart! (Full Album) – Anal Trump

อันนี้ไม่สามารถแนะนำแบบเป็นวงเดี่ยว ๆ ได้จริง ๆ ต้องขนมาให้ฟังกันแบบเต็มอัลบั้ม เพราะ Anal Trump ไม่ได้พูดถึงชีวิตของมนุษย์คนอื่นใดในโลกเลยนอกจากทำขึ้นมาเพื่อกัดจิก ปธน. คนใหม่คนนี้คนเดียว อัลบั้มนี้เป็นดนตรีแนวไกรนด์คอร์สับแหลก เพลงไม่ยาว เน้นเยอะ ชื่อเพลงกวนตีนเป็นอย่างมาก เช่น “Poor People Are Too Stupid To Get A Loan From Their Parents”, “Build That Wall”, “Nobody Respects Women More Than Me” เป็นต้น วงนี้นำทัพโดย Travis Ryan นักร้องนำวง Cattle Decapitation วงดนตรีแนวเดธไกรนด์ระดับ ‘โหดสัส’ จากแคลิฟอร์เนีย

7. “Million Dollar Loan” – Death Cab for Cutie

เพลงนี้ต้องเรียกว่าเป็นการ ‘ตัดริบบิ้นเปิดงานต่อต้าน Trump อย่างเป็นทางการ’ ของโปรเจ็กต์ 30 Days, 30 Songs ครับ งานจากวง Death Cab for Cutie ที่แต่งขึ้นเพื่อจิกกัดวาทะที่ Trump เคยบอกเอาไว้ว่าเขาใช้เงินเพียงแค่ล้านดอลลาร์จากพ่อของเขาเท่านั้นในการสร้างอาณาจักรความร่ำรวยของตัวเองแบบในทุกวันนี้ (ซึ่งไม่จริง) เพลงมาเนิบ ๆ แต่ท่อนคอรัสก็จิกกัดดีเหลือเกินนะเรา “A million dollar loan / Nobody makes it on their own without / A million dollar loan / You’ll reap what you’ve sown from / A million dollar loan / Call your father on the phone and get that / Million dollar loan”

จริง ๆ แล้วทีแรกอยากจะเลือกเพลงจากวง R.E.M. ในโปรเจ็กต์ 30 Daysฯ มาใส่ในเพลย์ลิสต์นี้มากกว่า แต่มันดันเป็นงานเก่าสมัยก่อนที่ทางวงหยิบมาใส่ในนี้อีกครั้ง ซึ่งนั่นเท่ากับว่าความหมายโดยรวมแล้วมันเป็นการโจมตี ‘ใครก็ได้’ ทีตรงกับเนื้อหาของเพลง มากกว่าจะเป็นการแต่งให้กับ Trump โดยตรง ก็เลยเลือกเพลงนี้ขึ้นมาแทน

8. “Demagogue” – Franz Ferdinand

อันนี้ก็ยังเป็นงานจากโปรเจ็กต์ 30 Days, 30 Songs อยู่เหมือนเดิมครับ “Demagogue” คำแปลกหูคำนี้คืออะไร ทำไม Franz Ferdinand ถึงหยิบมาเป็นชื่อเพลง พอลองไปค้นพจนานุกรมมาก็พบว่ามีความหมายที่น่าสนใจทีเดียว เช่น นักการเมืองที่ใช้คำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมากกว่าเหตุผลในการหาเสียง หรือจะแปลแค่ความหมายสั้น ๆ ว่า ผู้ปลุกปั่น, ผู้ปลุกระดม ก็ได้ด้วย ซึ่งพอเข้าใจถึงความหมายของมันแล้วก็ถึงบางอ้อได้ไม่ยากว่า… เอ้อ ก็ตา Trump นี่แหละ แน่นอน

9. “The Arsonist” – Puscifier

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นวง Tool ออกอัลบั้มเต็มชุดใหม่กันมาตั้งแต่ปี 2006 แล้ว แต่ Maynard James Keenan นักร้องนำของวงก็ไม่ได้เว้นว่างจากการทำเพลงแต่อย่างใดครับ วงอัลเทอร์เนทีฟ/อินดัสเตรียลร็อกของเขาอย่าง Puscifier ก็มีผลงานใหม่ออกมาในช่วงใกล้วันเลือกตั้งด้วย ซึ่งแค่ดูเอ็มวีก็คงจะสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าจุดยืนทางการเมืองของพี่แกอยู่ตรงไหน เพราะเล่นออกแบบตัวร้ายในเอ็มวีมาเป็น Trumpzilla ซะชัดเจนขนาดนั้น ไม่รู้ก็บ้าแล้วครับ!

ความจริงแล้วการส่งต่อความเกลียดชังให้กันมันไม่ใช่เรื่องดีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ Everything is happen for a reason ครับ การที่มีกระแสชิงชังและต่อต้าน Trump ในสหรัฐอเมริกามากขนาดนี้นั่นก็เพราะว่ามาจากสิ่งที่เขาพูดและทำในอดีต รวมถึงนโยบายต่าง ๆ ที่เขาใช้ในการหาเสียงนั่นเอง (ยังมีเรื่องเหยียดผิว, เหยียดเพศที่ต้องคุยกันต่อไป) ซึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีการออกมาต่อต้านกันเต็มไปหมด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนพวกนี้จะไปหยุดไม่ให้พี่แกเข้าไปรับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานาธิบดีนะครับ แพ้ก็แพ้ แพ้ก็ด่า แพ้ก็โวยไป แต่ไม่ได้ลุกไปห้ามไม่ให้เป็น แต่เสรีภาพในการพูดและแสดงออกยังมีอยู่เราก็ต้องแสดงจุดยืนกันต่อไป ประชาธิปไตยก็มีเอาไว้ให้ถกเถียงและทะเลาะกันเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่านี่แหละครับ ถ้าอยู่กันแบบสงบเงียบราบเรียบล่ะก็… นั่นมันไม่ใช่แล้ว!

Charlie

Charlie

ผู้ร่วมก่อตั้ง/บรรณาธิการ (สมัครเล่น) ของเว็บไซต์ Headbangkok เสพติดการดูคอนเสิร์ตที่เร่าร้อน รุนแรง และน้ำเมาที่ลุ่มลึกในราคาจับต้องได้ เพราะจน (เจอตามงานชวนดื่มได้ครับ เพราะตอนไม่เมาจะดูหยิ่ง)

ติดต่องาน ลงโฆษณา โปรโมตเพลง/อีเวนต์ และอื่น ๆ ติดต่อ charlie@headbangkok.com
Charlie
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page