ถึงแม้ว่าตอนนี้ตามเวลาจะเลยวันฮัลโลวีนมาแล้ว แต่ผมจะขอเกาะควันหลงของเทศกาลนี้ไว้อีกสักเดี๋ยว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับเทศกาลฮัลโลวีนในเรื่องที่เกี่ยวกับภูติผีปีศาจ ความสยองขวัญ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นแขนงหนึ่งของความน่ากลัว ครั้งนี้ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าในแวดวงชาวร็อกเราเองที่จริงแล้วก็มีวงที่มีภาพลักษณ์สุดน่ากลัว เขียนเพลงใช้คำบรรยายได้โหด ดิบ เถื่อน หรือในงานมิวสิควีดีโอเอง ก็มีปรากฏในรูปแบบแนวสยองขวัญอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

และงานมิวสิควีดีโอนี่แหละที่ผมจะขอเลือกหยิบมาพูดถึงกันอีกสักครั้ง คราวนี้ผมขอเลือกรูปแบบความหลอนในหมวดหมู่ของความลึกลับ แปลกประหลาด อาจจะไม่ได้เน้นความสยดสยอง โหดร้ายทารุณในแบบฉบับบรูทัลมากนัก เป็นความหลอนแบบเบา ๆ ซอฟท์ ๆ แต่ก็พอจะมีอะไรให้ได้ขบคิดและรู้สึกน่าขนลุกได้ไม่น้อยเลยกับเพลงที่ผมหยิบมาเขียนถึงในวันนี้

The Human Abstract – “Vela, Together We Await the Storm”

the-human-abstract-vela-together-we-await-the-storm-official-music-video

จากข่าวหญิงสาวหายตัวไปบนหน้าหนังสือพิมพ์ ชายคนรักจึงออกค้นหาความจริง ใครคือผู้ต้องสงสัย? สุดท้ายแล้วความจริงที่รออยู่นั้นก็สุดแสนจะลึกลับและน่าขนลุกเกินกว่าที่ใครจะเคยพบเจอ!

ด้วยเทคนิคภาพขาวดำและเลียนแบบภาพความชำรุดของม้วนฟิล์มในยุคเก่าที่ทำให้เราเห็นรอยจุดเป็นดวง ๆ รวมถึงรอยขีดข่วนในภาพ และเล่าเรื่องผ่านการใช้ข้อความบรรยายตามสไตล์ภาพยนตร์เงียบ จากทั้งหมดที่ว่ามานี้ เห็นได้ชัดว่ามิวสิควีดีโอชิ้นนี้ได้รับอิทธิพลมาจากงานของนักเขียนผู้ให้กำเนิดแนวสืบสวนลึกลับสั่นประสาทอย่าง เอ็ดการ์ อัลลัน โพ อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

As I Lay Dying – “Through Struggle”

นักวิทยาศาสตร์สูงอายุกำลังลงมือประดิษฐ์ของบางอย่าง ของบางอย่างที่จะทำให้เขากลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง!

วงนี้กลับมาดูอีกกี่ครั้งก็ยังคิดถึงและเสียดาย แต่เรามาพูดถึงมิวสิควีดีโอตัวนี้กันก่อน ความน่าขนลุกของมิวสิควีดีโอตัวนี้มาในแนววิทยาศาสตร์ คนเราชอบคิดว่าสิ่งลี้ลับหรือภูตผีปีศาจนั้นจะมีแต่ในเรื่องทางศาสนาและไสยศาสตร์ ผิดแล้วครับ ความเป็นวิทยาศาสตร์บางครั้งก็ทำให้เราขนหัวลุกได้ไม่แพ้กัน เหมือนที่เรามักจะเห็นได้บ่อย ๆ ตามนิยายไซไฟ หรือภาพยนตร์ในแนวเดียวกันนี้

Thirty Seconds to Mars – “The Kill (Bury Me)”

ชายหนุ่มทั้งสี่ได้รับการดูแลจากใครบางคน โดยการเปิดห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งให้พวกเขา ข้อห้ามเพียงอย่างเดียวที่ฝากถึงพวกเขาคือ “อย่าเข้าใกล้ห้องหมายเลข 6277”

เป็นงานอีกชิ้นหนึ่งที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Shining ของผู้กำกับสายลึกอย่าง สแตนลีย์ คูบริก โดยมีต้นฉบับดั้งเดิมมาจากหนังสือแนวลึกลับสยองขวัญของเจ้าพ่อแห่งวงการนิยายสั่นประสาทอย่าง สตีเฟน คิง การเล่าเรื่องของมิวสิควีดีโอตัวนี้เรียกว่าอิงจากภาพยนตร์มาเสียเป็นส่วนใหญ่เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใส่อีสเตอร์เอ้กที่หยิบมาจากภาพยนตร์อย่างเช่น บาร์เทนเดอร์ที่เป็นร่างก๊อปปี้ คนใส่ชุดคอสตูมหมี หรือแม้แต่การเปลี่ยนเลขห้องต้องห้ามของโรงแรมหมายเลข 237 มาเป็น 6277 (ที่อ่านตามปุ่มกดบนโทรศัพท์ได้ว่า MARS และทางวงก็นำไปใช้ในเพลงอื่นอีกด้วย)

Within Temptation – “Utopia”

ชายลึกลับปรากฏตัวออกเดินทางไปตามเมือง เขามองเห็นความผิดปกติ ความล้มเหลวของโครงสร้างทางสังคมบางอย่าง หลายครั้งที่เห็นแล้วรู้สึกเจ็บปวด แต่เขาก็เดินผ่านเลยไป ทว่าในตอนท้ายของเรื่องเขากลับยื่นมือเข้าช่วยเหลือเด็กชายคนหนึ่งที่เกือบจะถูกรถชน เด็กชายคนนั้นมองเขาด้วยความแปลกใจ แต่เขาจะแปลกใจยิ่งกว่า ถ้าหากได้รู้ว่ามีเพียงตัวเองที่มองเห็นชายลึกลับคนนั้น!

แม้จะเป็นเพลงอคูสติกช้า ๆ ท่วงทำนองลื่นหู แต่ถ้าหากเรามานั่งดูกันที่มิวสิควีดีโอแล้วจินตนาการตามไปด้วยเราจะพบว่าการเล่าเรื่องของผู้กำกับทำให้เราตายใจไปกับสิ่งที่เขาเล่า ก่อนจะตบหน้าเราฉาดใหญ่ในตอนท้ายอย่างกับภาพยนตร์สยองขวัญหักมุมเขย่าวงการเรื่องหนึ่งของ เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน เจ้าของวลีเด็ดที่ว่า “I see dead people” กันเลยทีเดียว

The Used – “The Bird and the Worm”

ที่หลังเวทีภายหลังจากโชว์ของวงดนตรีวงหนึ่ง นักร้องหนุ่มได้พบกับบุคคลปริศนาที่แฝงตัวมาท่ามกลางแฟนเพลง ชายนิรนามคนนั้นเข้าประชิดตัวและทำร้ายนักร้องหนุ่ม ด้วยความตกใจเขากุมแขนที่กำลังหลั่งเลือดวิ่งหลบเข้าไปในห้องพัก ก่อนที่จะได้พบกับเหตุการณ์สุดแปลกประหลาดภายในห้อง!

แค่ทำนองและองค์ประกอบเสียงโดยรวมของเพลงนี้ก็ทำให้รู้สึกถึงเพลงประกอบภาพยนตร์สยองขวัญได้ดีอยู่แล้ว พอมารวมกับการนำเสนอในมิวสิควีดีโอเลยยิ่งทำให้เพลงแลดูสมบูรณ์ หยิบไปประกอบภาพยนตร์แนวบ้านผีสิงก็ยังได้เลย เป็นเพลงที่ใช้บริการมุก “ทะเลาะกับจิตใจของตัวเอง” มาขายความหลอนได้น่าสนใจครับ

Underoath – “Reinventing Your Exit”

ชายคนหนึ่งกำลังไล่ล่าและถูกล่าในขณะเดียวกัน…โดยตัวเขาเอง! ลูปแห่งเวลาที่วนเวียนไม่รู้จบจะนำเขาไปสู่สิ่งใด?

คงเป็นมุกยอดนิยมที่น่าจะหลอนที่สุดแล้วมั้ง การเจอร่างก๊อปปี้ของตัวเองเนี่ย เพราะไม่ว่าจะทางวิทยาศาสตร์หรือศาสนา การพบเจอตัวเราเองอีกคนนี่คงไม่ใช่อะไรที่จะเข้าใจกันได้ง่าย ๆ มันคือเรื่องเหนือธรรมชาติไปมากจริง ๆ หลายครั้งเราจึงเห็นได้ว่ามีการเอามุกนี้มาวนใช้กันบ่อย ๆ ทั้งนิยายวิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่ภาพยนตร์แนวสยองขวัญทั้งหลาย

ลองนึกดูนะครับ ถ้าวันนึงเรากลับไปบ้านเจอแม่รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน แต่พอเข้าบ้านไปแล้ว

เจอแม่นั่งดูทีวีอยู่กับพ่อ

… แค่คิดก็เย็นสันหลังวาบแล้วครับ

Destroy Rebuild Until God Shows – “If You Think This Song is About You, It Probably Is”

เจ้าหน้าที่สอบสวนพยายามจะเค้นคำตอบจากชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาอยากจะรู้ว่าคนที่เขาควบคุมตัวมานี้เป็นใคร หรือเป็น (ตัว) อะไร… แน่นอนว่าไร้คำตอบใด ๆ แต่แล้วเหตุการณ์สุดพิลึกพิลั่นอันน่าสะพรึงกลัวก็เกิดขึ้น เมื่อโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะดังขึ้นมาและบุคคลปริศนาที่ปลายสายนั้นก็คือชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเงียบอยู่จนถึงตอนนี้!

ถือว่าเป็นมุกที่น่าสนใจพอตัว กับการใช้โทรจิต หรือพลังลึกลับอะไรบางอย่างพูดคุยผ่านโทรศัพท์ ซึ่งบอกเลยว่าถ้าเกิดขึ้นในชีวิตจริงแม่งวิ่งกันป่าราบแน่นอน สำหรับมิวสิควีดีโอตัวนี้ เครก โอเว่นส์ และผู้กำกับเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเป็นความตั้งใจของพวกเขาเองที่จะทำขึ้นมาในรูปแบบภาพยนตร์สั้น โดยได้รับอิทธิพลอย่างแรงกล้ามาจากงานของผู้กำกับสายสยองขวัญรุ่นเก๋าอย่าง เดวิด ลินช์ นั่นเอง

ส่วนใครที่อยากดูมิวสิควีดีโอตัวนี้แบบไม่เซ็นเซอร์ลองไปเซิร์ชหาดูเอาจากแหล่งอื่นกันเองนะครับผม

Bring Me The Horizon – “Follow You”

นี่เป็นมิวสิควีดีโอที่ผมขอบอกว่าน่าสะพรึงกลัว น่าสยดสยอง และน่าขนหัวลุกมากกว่าทุกเพลงข้างบนรวมกัน สิ่งที่นำเสนอออกมาคือ เรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกเริงร่าเดินฟังเพลงไปตามถนน ชีวิตดี๊ดีย์ ไม่มีความรู้สึกทุกข์ร้อนกับความฉิบหายรอบตัวใด ๆ ทั้งสิ้น อารมณ์ตัวละครกับสภาพแวดล้อมขัดแย้งกันอย่างสุดขั้ว ถือเป็นมิวสิควีดีโอตลกร้ายที่น่าสนใจ และคือความน่ากลัวอย่างที่สุดที่ผมพูดถึง

ถ้าวันหนึ่งคนเราไม่มีความรู้สึกต่อความผิดปกติ เพิกเฉยต่อความรุนแรงและความโหดร้ายป่าเถื่อน ไม่ใส่ใจสังคมหรือคนรอบตัว หรือเลวร้ายที่สุดคือเกิดการเสพติดในหายนะเหล่านั้น วันนั้นจะเป็นวันที่โลกได้ตายไปแล้วโดยบริบูรณ์ และคงไม่มีความน่าสยดสยองใดจะเทียบเท่าได้อีกแล้ว

ยังคงมีความน่ากลัวรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย และผลงานของอีกหลายวงที่ไม่ได้พูดถึงในที่นี้ ซึ่งระดับความโหด ความน่าสยดสยองก็แตกต่างกันไป เอาไว้มีโอกาสจะหยิบยกมาพูดถึงกันต่อครั้งหน้านะครับผม!

LAMNIDAE

LAMNIDAE is the shark