ถ้าจะให้พูดถึงซีรีส์ที่มาแรงและถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น Stranger Things ของทาง Netflix อย่างแน่นอน ซึ่งซีซัน 2 เพิ่งจะถูกปล่อยมาให้ชมไปหมาด ๆ ด้วยเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความลึกลับที่ชวนค้นหา บวกกับการเดินเรื่องโดยใช้เด็ก ๆ เป็นตัวละครหลัก รวมไปถึงบรรยากาศที่สื่อกลิ่นอายยุค ’80s ได้เป็นอย่างดี ทำให้ใครหลาย ๆ คนต่างหลงรักทั้งซีรีส์และตัวละครได้อย่างไม่ยาก แต่สำหรับชาว Headbangkok สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในซีรีส์ก็คือเพลงที่ใช้ประกอบ ทางทีมงานใส่เพลงร็อกไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว เรามาดูกันดีกว่าว่า 10 เพลงสุดเจ๋งของพวกเรามีอะไรกันบ้าง

 

SPOILER ALERT!
มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ

 


 

“The Four Horsemen” – Metallica (1983)

ถ้าจะให้พูดถึงยุค ’80s ดนตรีที่ทรงอิทธิพลในยุคนั้นจะต้องมีแธรชเมทัลรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเพลง “The Four Horsemen” จากอัลบั้ม Kill ‘Em All ผลงานชุดแรกของ Metallica ถึงถูกนำมาใช้ในซีรีส์ฉากในซีซัน 2 ตอน 8 ขณะที่ Billy อยู่ในห้องนอนส่วนตัวและกำลังจะแต่งตัวออกไปข้างนอก ซึ่งในห้องเค้าก็มีโปสเตอร์อัลบั้ม Kill ‘Em All ติดอยู่ด้วย

 

“Shout at the Devil” – Motley Crue (1983)

อีกหนึ่งแนวดนตรีที่ได้รับความนิยมในยุค ’80s คือแกลมเมทัล ทางทีมผู้สร้างสรรค์ของ Stranger Things ก็เลยหยิบบทเพลงสุดคลาสสิคของวง Motley Crue สมัยที่ยังทำเพลงได้ดุดันเข้ามาประกอบซะเลย โดยเข้ามาอยู่ในซีซัน 2 ตอน 2 กับฉากปาร์ตี้วันฮัลโลวีน ท่อนที่ร้องมา Shout! Shout! Shout! Shout at the Devil! ฟังกี่ทีก็ฮึกเฮิมทุกครั้ง

 

“Rock You Like a Hurricane” – Scorpions (1984)

เพลงของตำนานเฮฟวีเมทัลจากเยอรมันก็ถูกอันเชิญเข้ามาเช่นกัน โดยเพลงนี้ปรากฎในฉากเปิดตัวของ Billy และ Mad Max ในซีซัน 2 ตอน 1 เปิดตัวอย่างเท่เลย

 

“Runaway” – Bon Jovi (1984)

อินโทรของเพลงนี้คงคุ้นหูชาวไทยเป็นอย่างดี อิอิ อีกหนึ่งบทเพลงยอดนิยมตลอดกาลของ Bon Jovi ถูกบรรเลงขึ้นในซีซั้น 2 ตอน 7 เป็นฉากที่ Eleven งรถไฟออกจากเมือง Hawkins เพื่อไปตามหาพี่สาวที่มีพลังพิเศษเหมือนกับเธอ

 

“Should I Stay or Should I Go” – The Clash (1982)

สำหรับเพลงนี้เป็นเพลงที่มีความสำคัญต่อซีรีส์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยผลงานของพังก์ร็อกจากอังกฤษ The Clash ถูกเปิดขึ้นถึง 3 ฉากด้วยกัน

– เริ่มจากซีซัน 1 ตอน 2 โดยเป็นฉากที่ Jonathan พี่ชายของ Will ขี่รถแล้วนึกถึงน้องขายขึ้นมาระหว่างฟังเพลงนี้ ซึ่งทั้งคู่เคยฟังเพลงนี้ด้วยกันที่ห้องนอน
– ฉากที่สองเกิดขึ้นในซีซัน 1 ตอน 4 เป็นฉากที่ Will พยายามจะสื่อสารกับแม่ของเธอ หลังจากที่ถูกจับตัวไปในโลกกลับด้าน (the upside down)
– ฉากสุดท้ายเกิดขึ้นในซีซัน 2 ตอน 8 กับฉากที่ Jonathan เกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา

 

“Hammer to Fall” – Queen (1984)

อีกหนึ่งวงดนตรีที่ทรงอิทธิพลต่อวงการเพลงในยุค ’80s อย่าง Queen ก็มีเพลงประกอบกับเค้าเหมือนกันซึ่งอยู่ในซีซัน 2 ตอน 6 กับฉากที่ Steve กับ Dustin กำลังจะไปไล่ล่าเจ้าดาร์ทที่ออกอาละวาดในเมือง Hawkins อันเป็นที่รัก

 

“Every Breathe You Take” – The Police (1983)

เพลงนี้น่าจะเพลงที่ทำให้ทุกคนได้รู้จักกับ The Police หรือไม่รู้จักวงอย่างน้อยก็น่าจะเคยได้ยินเพลงนี้บ้าง เป็นบทเพลงสุดโรแมนติกซึ่งเข้ากับฉากเต้นรำงานสโนว์บอลของโรงเรียน Hawkins ในซีซัน 2 ตอน 9 เป็นอย่างดีเลย แถมเพลงนี้ถูกเลือกอย่างตั้งใจด้วยนะครับท่อน “I’ll be watching you” แมตช์กับฉากปิศาจในโลกกลับด้านตอนจบได้เป็นอย่างดี หลอนเลย

 

“Atmosphere” – Joy Division (1980)

โพสท์พังก์สายหม่นจากแมนเชสเตอร์อย่าง Joy Division เป็นวงที่ทำดนตรีได้อย่างโดดเด่นจนเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในอังกฤษ หลังจากที่ Ian Curtis ฟรอนต์ของวงปลิดชีวิตตัวเองลง สมาชิกของวงก็ไปทำวงใหม่กันในนาม New Order เพลงนี้ปรากฎในซีซัน 1 ตอน 2 ระหว่างที่ครอบครัว Byers กำลังกลุ้มใจกับการหายตัวไปของ Will

 

“Round and Round” – Ratt (1984)

อีกหนึ่งเพลงในสายเฮฟวีเมทัลที่ถูกยัดเข้ามาใน Stranger Things ด้วยเช่นกัน Ratt คืออีกหนึ่งวงที่ประสบความสำเร็จบนธุรกิจดนตรีในช่วงยุค ’80s ส่วนของการปรากฎของเพลง “Round and Round” ในซีรีส์ เกิดขึ้นในซีซัน 2 ตอน 6 ในบ้านของ Billy และ Max ก่อนที่ Lucas จะมาเคาะประตูบ้าน

 

“I Melt with You” – Modern English (1982)

วงดนตรีจากยุคนิวเวฟ/โพสต์พังก์ที่ทำเพลงได้อย่างน่าฟังและบ่งบอกความเป็นอังกฤษของพวกเขาได้เป็นอย่างดี จริง ๆ ดนตรีมีความใกล้เคียงกับวง The Cure, Joy Division และ The Smiths มากเลยทีเดียว มีเพลง “I Melt With You” ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพลงนี้อยู่ในซีซัน 1 ตอน 2 ฉากที่แฮงเอาต์กันที่บ้านของ Steve

 


 

ดูซีรีส์เรื่องนี้นอกจากจะเพลิดเพลินกับเนื้อหาแล้ว ดนตรีก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เช่นกันครับ เรียกได้ว่าได้ความบันเทิงครบสูตรเลย โดยส่วนตัวแล้วประทับใจกับ Stranger Things มากทั้งสองซีซันครับ ใครยังไม่เคยดูแล้วเผลอกดเข้ามาอ่านแนะนำให้ไปลองหาชมกันนะครับ เพราะเอาจริง ๆ แล้วที่มีการสปอยล์ไปเป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง!

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

Co-founder/writer at Headbangkok
นักร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียนHeadbangkok
ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน และต้องฟังเพลงของวง Oasis ทุกวันจนแม่รำคาญ
Jeddy Tragedy
SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page