ดนตรีเมทัลคอร์ จัดเป็นดนตรีอีกแขนงนึงที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนฟังเพลงหนักกระโหลก โดยส่วนมากจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ค่อนข้างชื่นชอบ เนื่องจากดนตรีมีความบาลานซ์ระหว่างความหนักความเบาได้เป็นอย่างดี และยังมีแพทเทิร์นการทำเพลงที่เข้าใจง่าย

หลายท่านคงจะทราบว่าในช่วงที่เมทัลคอร์พีคสุดขีดคงหนีไม่พ้นช่วงปี 2004 ซึ่งเป็นช่วงที่แต่ละวงคลอดผลงานมาสเตอร์พีซออกมามากมาย อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ใน “ประวัติศาสตร์ดนตรีเมทัลคอร์ฉบับย่อ” แต่นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน ดูเหมือนว่าดนตรีเมทัลคอร์ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการเสมอ แต่รูปแบบดนตรีอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์ในช่วงเวลา ๆ นั้น ๆ ซึ่งแต่ละช่วงก็มีวงที่ทำให้เรานึกถึงในเชิงสัญลักษณ์ของดนตรีเมทัลคอร์ เราจึงขอคัด 9 วงที่คุณจะนึกถึงเมื่อคำว่าเมทัลคอร์ผุดขึ้นมาในหัวครับ

1. Killswitch Engage

ถ้าให้พูดถึงดนตรีเมทัลคอร์ หมายเลข 1 ในใจทุกคนคงหนีไม่พ้น Killswitch Engage พวกเขาคือวงดนตรีที่สร้างเอกลักษณ์ของเมทัลคอร์ขึ้นมาได้อย่างชัดเจน จนกลายเป็นแบบแผนและรากฐานให้กับวงในรุ่นต่อ ๆ มา แต่ถ้าจะให้พูดถึงผลงานที่ทำให้ทุกคนรู้จักพวกเขาคงหนีไม่พ้นอัลบั้ม The End of Heartache ที่มีเพลงฮิตอย่าง “Rose of Sharyn” และไตเติลแทร็ก “The End of Heartache” แต่จริง ๆ แล้วนอกจาก 2 เพลงนี้ พวกเขายังฝากเพลงฮิตไว้มากมายเหลือเกิน เช่น “My Cursed”, “My Last Serenade”, “Fixation on the Darkness”, “The Arms of Sorrow”, “In Due Time” รวมถึงผลงานคัฟเวอร์ของ Ronnie James Dio อย่าง “Holy Diver” อีกด้วย แม้ทางวงจะมีการเปลี่ยนสมาชิกตำแหน่งนักร้องนำสลับไปมาระหว่าง Jesse Leach และ Howard Jones แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะทางวงยังคงรักษามาตรฐานของพวกเขาเองไว้ได้เป็นอย่างดี

2. As I Lay Dying

เป็นอีกหนึ่งวงที่ประสบความสำเร็จกับแนวทางดนตรีเมทัลคอร์ พวกเขาได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากทุก ๆ อัลบั้มที่วางขาย รวมถึงไปยังมีการแสดงสดที่ดุเดือดได้ใจแฟนเพลงทุก ๆ ที่ที่พวกเขาไปเปิดการแสดง As I Lay Dying เริ่มเป็นที่รู้จักทันทีตั้งแต่ปล่อยอัลบั้ม Frail Words Collapse โดยเฉพาะเพลง “Forever” ที่เปรียบเสมือนเพลงชาติของวง แถมในทุก ๆ อัลบั้มยังมีการพัฒนาการทางดนตรีที่เด่นชัดและปราณีตมากขึ้น น่าเสียดายที่ทางวงต้องหยุดชะงักไปเนื่องจาก Tim Lambesis ต้องโทษในเรือนจำ แต่ล่าสุดเขาได้พ้นโทษออกมาแล้ว รวมถึงทางวงได้มีการเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียกับคำว่า “Activity” นั่นอาจจะทำให้เราได้เห็น As I Lay Dying กลับมาทวงบัลลังก์ผู้นำดนตรีเมทัลคอร์อีกก็เป็นได้

3. Lamb of God

ลูกแกะของพระเจ้าชื่อนี้การันตีความเจ๋งได้เป็นอย่างดี แม้ซาดว์ของทางวงจะไม่ได้เอนเอียงมาทางเมทัลคอร์ตามแบบวงทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าให้นึกถึงช่วงเมทัลคอร์ครองเมือง จะต้องมีชื่อของพวกเขาปรากฎขึ้นมาด้วยแน่นอน โดยเฉพาะในปี 2004 ที่ทางวงส่งอัลบั้ม Ashes of the Wake ออกมา ทำให้วงการตื่นเต้นกับดนตรีในอัลบั้มนี้อย่างมาก ด้วยลูกกรูฟที่โคตรเจ๋ง ริฟฟ์กีตาร์ที่มีความซับซ้อนแต่ไหลลื่น และยังสามารถเรียงเรียงออกมาได้ติดหูแม้ไม่มีท่อนคลีน ส่วนนี้ต้องชม Randy Blythe ที่จัดวางเนื้อร้องได้ยอดเยี่ยม พิสูจน์ได้จากเพลง “Laid to Rest” และ “Now You’ve Got Something To Die For” แต่จริง ๆ แล้วทุกอัลบั้มของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน แม้กระทั่งอัลบั้มล่าสุด VII: Sturm und Drang ที่มีการร้องคลีนผสมออกมาแต่ก็ไม่ทำให้บั่นทอนอารมณ์ในการฟังแต่อย่างใด

4. Avenged Sevenfold

ก่อนที่ทางวงจะประสบความสำเร็จกับดนตรีแนวโมเดิร์นเฮฟวีเมทัล พวกเขาก็เติบโตมาจากดนตรีเมทัลคอร์มาก่อนเช่นกัน ผลงานจาก 2 อัลบั้มแรกคือ Sounding the Seventh Trumpet และ Waking the Fallen บ่งบอกความเป็นเมทัลคอร์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี และบทเพลงที่บ่งบอกความเป็นเมทัลคอร์ของพวกเขาได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นเพลง “Unholy Confession” อย่างแน่นอน เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จัก A7X จากเพลงนี้ หลังจากที่ทางวงเริ่มฉายแสงความเป็นร็อกสตาร์ไม่นาน พวกเขาก็ถูกเซ็นจับเข้าค่าย Warner Music ที่ปลุกปั้นพวกเขาจนกลายเป็นวงเฮฟวี่เมทัลแถวหน้าและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกนั่นเอง

5. Shadows Fall

ทักษะดนตรีที่เหนือชั้นคงต้องยกให้กับ Shadows Fall โดยเฉพาะมือกีตาร์ทั้ง 2 คน Jonathan Donais และ Matt Bachand วาดลวดลายทั้งริฟฟ์และโซโล่ได้อย่างเผ็ดร้อน นอกจากนั้นแล้วดนตรีของพวกเขายังมีเอกลักษณ์ชัดเจนกว่าวงอื่น ๆ ดนตรีมีกลิ่นอายความเป็นแทรชเมทัลอยู่ค่อนข้างสูง ให้อารมณ์ความเป็นโอลด์สคูลเข้ามา เติมเต็มด้วยกลิ่นอายของความเป็นโมเดิร์นเข้าไป ผลงานที่ทำให้ทุกคนรู้จักพวกเขาคงต้องยกให้ The War Within ที่ออกมาเมื่อปี 2004 อัลบั้มนี้สุดยอดตั้งแต่แทร็กแรกไปยันแทร็กสุดท้าย ซึ่งแทร็กที่ใช้เปิดตัวคือเพลง “The Light That Blinds” นั่นเอง เลือกเพลงเปิดตัวได้อลังการและทรงพลังจริง ๆ น่าเสียดายที่ตอนนี้ทางวงพักวงไปอย่างไม่มีกำหนด ก็หวังว่าพวกเขาจะกลับมาทำผลงานเจ๋ง ๆ ให้ได้ฟังกันอีกครั้งนะ

6. Atreyu

เป็นอีกหนึ่งวงที่มีผลงานมาสเตอร์พีซออกมาในปี 2004 กับอัลบั้ม The Cursed กับลูกเล่นดนตรีแกลมเมทัลผสมผสานเข้ากับฮาร์ดคอร์ จนเกินมาเป็นเมทัลคอร์ในแบบฉบับของ Atreyu พวกเขาจึงมีเมโลดี้ติดหู คอรัสที่ไพเราะ ฟังได้ต่อเนื่องในทุก ๆ เพลง แถมมากับการขายลุคสไตล์แวมไพร์เอาใจตลาดเด็กฝั่งอีโมไปอีก จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ทางวงโด่งดังอย่างมากในช่วงนั้น และมีเพลงฮิตของวงเช่น “Right Side of the Bed” และ “The Crimson”

7. I Killed the Prom Queen

กล่าวถึงวงยุคแรกไปพอสมควรแล้ว มาพูดถึงวงคลื่นลูกที่สองของเมทัลคอร์กันบ้าง ซึ่งหนึ่งในวงของคลื่นลูกสองคงต้องยกให้ I Killed the Prom Queen จากออสเตรเลียวงนี้ ที่มีผลงานดังเปรี้ยงปร้างกับเพลง “Say Goodbye” ผลงานจากอัลบั้ม Music for the Recently Deceased ซึ่งในอัลบั้มนี้อุดมไปด้วยดนตรีเมทัลคอร์ชั้นเยี่ยม ริฟฟ์สไตล์โกเธนเบิร์คซาวด์ถูกประเคนเข้ามาเต็มสตรีม รวมไปถึงท่อนเบรกดาวน์สุดหน่วงอันเป็นลายเซ็นของวง

8. Miss May I

พวกเขาเรียกตัวเองว่าโอลด์สคูลเมทัลคอร์ ซึ่งก็ไม่เกินเลยแต่อย่างใด เพราะซาวด์ของพวกเขาได้รับอิทธิพลจากวงอย่าง Killswitch Engage และ As I Lay Dying มาเต็ม ๆ แต่พวกเขาก็สามารถจัดการซาวด์ของพวกเขาให้ออกมาแบบมีลายเซ็นได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะกับในอัลบั้ม Monument ริฟฟ์กีตาร์ในอัลบั้มนี้มันสวยงามดีจริง ๆ

9. Of Mice & Men

ตัวแทนจากซาวด์เมทัลคอร์ยุคใหม่ หรือที่หลาย ๆ คนมักจะเรียกกันว่าโพสต์ฮาร์ดคอร์ แต่ถ้าให้มองถึงรากฐานทางดนตรีต้องบอกเลยว่าเป็นการนำเอาโครงสร้างที่เคยประสบความสำเร็จของเมทัลคอร์มาต่อยอดอย่างไม่ต้องสงสัย โดยกลิ่นอายของริฟฟ์กีตาร์ก็จะเปลี่ยนจากสไตล์เมโลดิก มาเป็นริฟฟ์ยาน ๆ แบบที่นิยมในวงนูเมทัลมาเล่นแทน รวมไปถึงการเน้นขายท่อนเบรกดาวน์เท่ ๆ เอาใจวัยรุ่น ซึ่งต้องบอกว่าต้นสังกัดอย่าง Rise Records พยายามดันกระแสดนตรีแนวนี้จนทำให้ประสบความสำเร็จไปไม่น้อยเลย

10. Parkway Drive

ความหนักหน่วงของท่อนเบรกดาวน์และความเดือดดาลของเมนต์ในดนตรีคือจุดเด่นของเมทัลคอร์จากออสเตรเลียวงนี้ พวกเขาได้ไต่เต้าจากวงที่เผยแพร่ผลงานผ่าน MySpace จนสามารถกลายเป็นวงระดับท็อปที่ได้ไปเยือนเทศกาลดนตรีใหญ่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงเป็นวงที่สามารถยืดหยัดบนเส้นทางดนตรีมาได้อย่างยาวนานหากเทียบกับหลายๆวงที่มาพร้อม ๆ กัน ซาวด์ของ Parkway Drive ปฎิเสธเลยไม่ได้ว่าได้รับอิทธิพลจากวง Unearth มาอย่างชัดเจน แต่พวกเขาก็นำมาขัดเกลาจนกลายเป็นเอกลักษณ์อันน่าประทับใจในนาม Parkway Drive!

11. (แถม!) Unearth

พวกเขาคือเมทัลคอร์ที่ทำเพลงได้เดือดมากที่สุดวงหนึ่ง มาพร้อมกับเพลงที่เน้นปลุกเร้าอารมณ์แบบฮาร์ดคอร์ เสริมด้วยความเป็นเมทัลเข้าไปเพื่อเติมเต็มเอกลักษณ์ทางดนตรี จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะได้ฟังท่อนมอชเจ๋ง ๆ จากวงนี้แทบทุกเพลงครับ!

ที่จริงแล้วยังมีวงเมทัลคอร์เด่น ๆ ในยุคนั้นอีกหลายวงครับ ทั้ง Bullet for My Valentine, Trivium, และอีกหลายวง แต่เพื่อไม่ให้บทความนี้ยาวเกินไปขอหยิบยกมาคุยกันพอหอมปากหอมคอแค่เพียง 10 วงก่อน

ถ้าใครอยากฟังเพลงเมทัลคอร์มัน ๆ ของพวกเขากันอีกครั้งก็มาเจอกันได้ที่งาน Metalcore Party ในวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคมนี้ที่ร้าน Parking Toys ถนนเกษตร-นวมินทร์ครับ บัตร 250 บาทเท่านั้น มันกันยาว ๆ ได้ทั้งคืนเพราะวันต่อมาหยุดชดเชยวันแม่! รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่นี่!

Jeddy Tragedy

Jeddy Tragedy

ร้องนำวงเดธคอร์ Tragedy of Murder, ผู้ร่วมก่อตั้งและนักเขียน HEADBANGKOK ชอบเล่นมุกกริบ ชอบหยิบแบงค์ 20 จากกุมารในบ้าน
Jeddy Tragedy
SHARE:
Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page