เรียกว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์แย่เกิดขึ้นบนหน้าหนังสือพิมพ์ หลายคนมักมองหา ‘อะไรบางอย่าง’ ให้คาดโทษไว้ก่อนเลยว่าเป็นสาเหตุของเหตุการณ์เหล่านั้น หลายครั้งที่หาต้นตอที่แท้จริงไม่เจอ การพยายามโย่งสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายใยแมงมุมมักเกิดตามมา สิ่งที่มีอิทธิพลให้กับคนหมู่มากอย่าง ดนตรี มักเป็นเป้าแรกของสื่อ ไม่ว่าจะเป็นแนวร็อกหรือแร็ปก็ตาม เพราะดนตรีแขนงนั้มักมีเนื้อหาและซาวด์ที่เกรี้ยวกราด์ร้อนแรงแฝงอยู่อย่างอัดแน่น นี่คือ 10 เหตุการณ์สำคัญที่หลายคนโทษว่าดนตรีเป็นสาเหตุให้เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นครับ จะจริงหรือไม่โปรดใช้วิจารณญาณ!

10. เพลงของ Metallica เป็นสาเหตุให้ลงมือทำ

ในปี 2002 ชายนาม Ronald Pituch ทำการฆาตกรรมมารดาของตัวเองภายในบ้านพักด้วยกระบอง ก่อนจะบึ่งรถคู่ใจออกไป ขณะขับมอเตอร์ไซค์ไปเรื่อย ๆ เขาพบกับเด็กชายเพื่อนบ้านวัย 11 กำลังปั่นจักรยานอยู่ เขาเข้าไปตบเด็กแย่งจักรยานมาทันทีก่อนจะทิ้งร่างเด็กชายคนนั้นไว้ใกล้บึง

Pituch ถูกจับกุมในที่สุด ระหว่างการสอบสวนอยู่ 2 ปี เขาบอกอัยการว่าตัวเขามีอาการผิดปกติทางจิต Pituch บอกว่ามีหลักฐานที่ยากจะเชื่อได้ เขาเชื่อว่ามีปิศาจอยู่ภายในตัวเอง และเพลง “Ronnie” ของวง Metallica นั้น เขียนมาจากชีวิตเขาเอง มีเนื้อเพลงบางช่วงที่บอกว่า “lost my way this bloody day” และพูดถึงเด็กชายผู้โดดเดี่ยว ผู้ซึ่ง “never smiled and never laughed.” ยังไงก็แล้วแต่ศาลก็ไม่ได้ให้น้ำหนักกับคำให้การเท่าใดนัก Pituch ถูกตัดสินจำคุก 50 ปี จากเหตุการณ์นี้ในปี 2004

9. วัยรุ่นอ้าง บทเพลง 2Pac ทำให้ต้องยิงตำรวจ

เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ปี 1994 เหล่าตำรวจต้องแตกตื่นเมื่อเพื่อนร่วมอาชีพถูกมือปืนซุ่มยิง เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งลืมปืนของเขาไว้ในรถตู้ขณะกำลังลาตระเวนในย่านรกร้าง วัยรุ่นวัย 17 ปีสองคนซุ่มรอเขาอยู่และหนึ่งในนั้นยิงเขาจากในรถตู้ทันทีที่โผล่จากมุมตึก

มือปืนได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งขณะจับกุมก็พบทั้งยาเสพติดและปืนผิดกฎหมาย เมื่อถูกจับกุมและถูกถามถึงแรงจูงใจในการฆาตกรรม เขาบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเพลงของ 2Pac นั้นเป็นแรงจูงใจในการยิงตำรวจครังนี้

ซึ่งก่อนหน้านี้จริง ๆ แล้ว 2Pac ได้ทำการเปิดคอนเสิร์ตในเมืองมิลวอกี ก่อนที่คอนเสิร์ตจะจบก็เกิดความวุ่นวายเมื่อ 2Pac ถูกแฟนเพลงด่าเหยียดและบอดี้การ์ดของเขาได้ชักปืนขึ้นบนเวทีให้ทุกคนได้เห็น

8. Charles Manson เจอข้อความซ่อนไว้ในเพลง Beatles

มีคนบอกว่า Charles Manson ไม่ได้อ่างถึงคำกล่าวในคัมภีร์วิวรณ์ (หนังสือเล่มที่ 27 หรือเล่มสุดท้ายในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาใหม่) แต่เขาอ้างถึงเนื้อเพลงจาก The Beatles เขามักบอกว่า The Beatles คือสี่ “ฑูตสวรรค์” ที่ถูกพูดถึงในบทที่เก้าของคัมภีร์วิวรณ์ เชื่อกันว่าตอนที่ The Beatles ปล่อยอัลบั้ม White Manson ออกมาก็ยิ่งทำให้ Charles นั้นคลั่งยิ่งกว่าเดิม

เขาเชื่อว่า The Beatles กำลังสื่อสารกับเขาผ่านเนื้อเพลง Manson เชื่อว่าเพลง “Helter Skelter” เป็นคำทำนายของสงครามที่กระชั้นเข้ามาทุกที นอกจากนี้เขายังตีความว่าเพลง “Blackbird” เป็นเพลงสรรเสริญความมืด เขาเตือนลูกศิษย์บอกพวกเขาว่าชีวิตของพวกเขาจะรอดถ้าพวกเขาเดินทางไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในหุบเขามรณะ เมื่อไม่มีสงครามเกิดขึ้น Manson เชื่อว่าเขาต้องกระตุ้นมัน แต่ความพยายามของเขาก็ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในกลางปี 1969 Manson ยิ่งทวีความโกรธขึ้น วันที่ 9 สิงหาคม ปีเดียวกัน เขาสั่งให้สาวกสี่คนฆ่าทุกคนที่เจอในบ้าน Cielo Drive 10050 ใน Los Angeles ให้เป็นการฆาตกรรมจากความเกลียดชัง Sharon Tate ถูกพบเป็นศพพร้อมลูกน้อยในท้องและเพื่อนอีก 4 คน

7. เบื่อ เลยออกไปฆ่าคน

James Edwards และมิตรสหายอีกสองคน อ้างว่าพวกเขาแค่เบื่อ ๆ เลยจัดฆ่า Christopher Lane นักกีฬาของโรงเรียนในปี 2013 “เราเบื่อและไม่มีอะไรทำเลยก็เลยตัดสินใจฆ่าใครซักคนดีกว่า” Edwards ยืนกรานกับตำรวจถึงแรงจูงใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่านี่คือแรงจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้ เมื่อค้นดูบัญชี Twitter ของ Edward ก็พบข้อความเกี่ยวกับการฆาตกรรมที่อ้างถึงก่อนเกิดคดี ทีแรกดูเหมือนมันจะพิสูจน์สิ่งที่เขาพูด ว่านี่ไม่ได้เป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้า หลังจากนั้นมีคนตั้งก็สังเกตุว่า มันเป็นเนื้อหาจากเพลงของ Chief Keef แร๊ปเปอร์จาก ชิคาโก Keef ถูกโยงเข้ากับพฤติกรรมของชาวแก๊ง และเพลงที่มีเนื้อหายุยง รุนแรงที่ Keep ให้นิยามมันว่า Drill Music ศิลปินกลุ่ม Drill ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักในโลกออนไลน์ ตำรวจสืบสวนที่ทำคดีนี้เชื่อว่าศิลปินอย่าง Keep เป็นเหตุให้อาชญากรรมเพิ่มขึ้น

6. Slipknot กับการถูกตราหน้าว่าเป็นสาเหตุการฆ่า

ในปี 2008 มีชายนายหนึ่งสวมหน้ากากกวัดแกว่งดาบซามูไรตามทางเดินในโรงเรียน Nic Diederichs เมือง Krugersdorp ประเทศแอฟริกาใต้ Jacques Pretorius คือนักเรียนคนแรกที่ถูกแทงเสียชีวิต เขายังคงเดินหน้ากระหน่ำแทงนักเรียนสองคนและคนพนักงานในโรงเรียนอีกสองราย จนได้รับบาดเจ็บ มือสังหารถูกระบุตัวว่าเป็นนักเรียนวัย 18 ปี ที่ชื่อ Morne Harmse แถมหน้ากากที่เขาสวมใส่ขณะก่อเหตุนั้นดันไปคล้ายกับของ Joey Jordison มือกลอง (ในขณะนั้น) ของวง Slipknot แถมยังมีพยานเล่าว่าชุดที่เขาสวมก็คล้ายกับที่ Joey Jordison ใส่ขึ้นทำการแสดงอีกเช่นกัน

เพื่อนสนิทของ Harmse บอกกับตำรวจและนักข่าวว่า เขาแทบจะไม่รู้จัก Harmse เลยในวันก่อเหตุ มันเหมือนเขากำลังเมายาหรืออะไรซักอย่าง แม้ว่าภายหลังการทดสอบสารเสพติดนั้นจะออกมาเป็นลบก็ตาม เขายังเล่าอีกว่า Harmse นั้นมักจะพูดถึงเรื่อง “Demonology” (พจนานุกรมไทยแปลว่า วิชามารวิทยา) ให้ฟังและสนใจเกี่ยวกับเพลงของ Slipknot ในวันก่อเหตุ เขาทำหน้ากาที่คล้ายคลึงกันกับของสมาชิกในวงและในวันก่อเหตุก้เป็นหนึ่งในนนั้น เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้นที่บ้านของ Harmse ตำรวจพบรูปห้าเหลี่ยมอยู่บนผนัง หนังสือเกี่ยวกับคาถาและคาถาและกระดาน Ouija (ผีถ้วยแก้วแบบฝรั่ง)

Pierre Eksteen ผู้ผลักดันระบบการศึกษาในแอฟริกาให้สมัภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า เขาเชื่อว่าเพลงของ Slipknot เป็นเหมือนซาตานและส่งผลทำให้เด็กคนนี้ก่อเหตุกับเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เขายังยืนกรานว่าเด็ก ๆ ควรจะได้ตระหนักถึงอันตรายของสิ่งที่เขาเรียกว่า “เพลงเลว ๆ”

5. Marilyn Manson กับการสังหารหมู่ Columbine High School

ถึงแม้เหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนมัธยม Columbine จะผ่านไปถึง 7 ปี การถกเถียงกันว่าเพลงของ Marilyn Manson นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ก็ยังไม่จางหายไป ในเดือนมิถุนายนปี 2006 Marilyn มีเปิดทำการแสดงในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด เขาต้องเจอกับบรรดาฝูงชนพ่อแม่ของเหยื่อที่ต่างออกมาโทษว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น เสียงก่นด่า ซุบซิบนินทา และความเกลียดชัง ต่างถาโถมเข้าหาเขาทันทีที่เด็กหนุ่มสองคน Eric Harris และ Dylan Klebold ตัดสินใจลั่นไกดับเพื่อนและอาจารย์ในโรงเรียนไป 13 ศพ ก่อนจะตัดสินใจลั่นไกเสยคางตัวเองตายตามกันไป ไม่นานก็มีเสียงลือกันว่าเด็กทั้งสองต่างก็เป็นแฟนเพลงของนาย Manson บ้างก็ว่าดนตรีและเนื้อหาในเพลง ทำให้พวกเขาจินตนาการจนหลุดถึงขั้นแสดงพฤติกรรมอันน่าสยดสยองแบบนั้นออกมา

หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ โหมไฟกันใหญ่ว่าแนวเพลงกอธิค และการแสดงออกของ Manson ที่ส่อไปทางด้านความรุนแรงอาจเป็นสาเหตุของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ก็เป็นได้ หลังเกิดเหตุการณ์ Manson ต้องยกเลิกการคอนเสิร์ตที่จะจัดในเมืองนี้ไป 5 งานเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับเหยื่อ แต่ก็ยังมิวายโดนนักข่าวแซะไม่หยุดว่าอีตานี่แหล่ะคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ “มันดูไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่นะถ้าจะตีความและโยงเพลงของผมแบบผิด ๆ ให้ไปเป็นแพะรับบาปเนี่ย และการที่คุณชี้หน้าตราคนอื่นแบบนี้เนี่ยมันอาจเป็นบ่อเกิดของโศกนาฏกรรมที่คล้าย ๆ กันก็ได้ จากวัยรุ่นที่ต่างยิ่งรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งและกีดกันจนมองเขาเป็นความต่างกัน”

4. เนื้อเพลง Eminem ถูกโยงกับคดีฆาตกรรม

ในปี 2004 Michael Miller ใช้มีดแทงภรรยาและลูก ๆ ของตัวเอง ภรรยาและลูกสาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ รอดก็แต่เพียงลูกชายวัย 4 ขวบ ที่เต็มไปด้วยแผลถูกแทงตามร่างกายถึง 11 แห่ง Miller สารภาพกับตำรวจว่าแทงลูกชายก็เพราะด้วยความรักในตัวเขามาก แถมแกยังบอกอีกด้วยว่าตัวเองนั้นอาจโดนผีเข้าและภรรยาตัวเองเป็นปีศาจ พี่แกยังเล่าต่อว่า ในเช้าวันก่อเหตุเขาเริ่มตะโกนเนื้อเพลงของ Eminem ออกมา เขาย้ำคำนั้นว่ามันคือ “Here comes Satan, I’m the antichrist, I’m going to kill you.” จากนั้นก็ลงมือแทงภรรยาและลูก ๆ ของตัวเองพลางสวดมนต์ไปด้วย หลังจากนั้นจึงเรียก 911 แถมเขายังเล่าเรื่องนี้ให้ตำรวจที่รับสายฟัง ตำรวจเลยถามกลับว่า ก่อนหน้านี้คุณเคยคิดจะก่อเหตุแบบนี้มาบ้างรึเปล่า “ผมไม่เคยคิดแม้ผมจะเคยคิดฆ่าตัวตายมาก่อน” เขากล่าว สำนักข่าวหลาย ๆ แห่งก็ประโคมข่าวกันไปต่าง ๆ นานาว่า เนื้อเพลงของ Eminem นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องแน่ ๆ แต่ก็น่าแปลกตรงที่เนื้อเพลงที่เขาอ้างนั้นไม่น่าจะมาจากเพลงของ Eminem จริง ๆ

3. AC/DC เป็นแรงจูงใจให้ฆาตกรต่อเนื่อง?

ย้อนไปหน้าร้อนตอนปี 1985 พลเมืองชาวซาน แกเกบรียล แวลลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ต้องเผชิญกับความลำบากในการนอนแต่ละคืน อากาศที่ร้อนระอุไม่ใช่สาเหตุเดียวเมื่อมีฆาตกรแอบย่องเข้าบ้านผู้คนยามวิกาลพร้อมด้วยอาวุธนานาชนิด

Richard Ramirez มักแอบเข้าไปในบ้านของเหยื่อทางประตูที่ถูกเปิดทิ้งไว้ คดีที่เขาไล่ไปก็ตั้งแต่ข่มขืนเด็กชายวัย 8 ขวบ หลังจากที่ลงมือข่มขืนแม่และยิงพ่อของเด็กไป นอกจากนี้เขายังกระหน่ำตีเด็กสาววัยรุ่นด้วยเหล็กงัดยางรถแถมยังควักลูกตาของเธออกมาอีกด้วย

Ramirez นั้นเป็นพวกบูชาซาตานแถมยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ของวง AC/DC อีกด้วย โดยเฉพาะอัลบั้ม Highway to Hell เขาจนมุมตำรวจจากหลักฐานที่ถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ จากหมวกที่มีชื่อวงที่ปรากฎบนหน้าข่าว สื่อมวลชนตั้งฉายาให้กับเขาว่า “Night Stalker” ที่ล้อกับชื่อเพลง “Night Prowler” คดีครั้งนี้ทำให้ใครหลายคนเชื่อว่าเพลงนี้มีส่วนชักจูงให้เขาก่อเหตุขึ้นมา แถมอีตา Richard Ramirez ยังบอกอีกว่าเขารักวง ๆ นี้มากเพียงใด แต่ก็ยังบอกไม่ได้อยู่ดีว่าเพลงนี้เป็นเหตุให้เขาต้องก่อคดีถึง 13 คดีขึ้นมาหรือเปล่า

2. เพลงแนว Horrorcore เป็นเหตุ

ในปี 2009 เกิดโศกนาฏกรรมกับครอบครัวในเมืองฟาร์มวิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อ Emma Niederbrock วัย 16 ปีพร้อมด้วยพ่อแม่และเพื่อน Melanie Wells วัย 18 ปีถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม ผู้ถูกกล่าวหาว่าฆาตกรคือแฟนของ Niederbrock นามว่า Richard McCroskey

เมื่อ McCroskey ถูกจับข่าวลือเกี่ยวกับแรงจูงใจในการฆ่าเริ่มเป็นที่พูดถึง ข่าวลือเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเพลงแนว horrorcore เป็นแรงจูงใจในโศกนาฏกรรมครั้งนี้

Horrorcore เป็นแนวเพลงที่มีเนื้อหารุนแรงและน่ากลัว หลังจากล้มเหลวในช่วงต้นยุค ’90s เพลงแนวนี้ได้เข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต และได้รับความนิยมใน MySpace เป็นอย่างมาก ซึ่งทั้งคู่ก็เจอกันในเว็บไซต์แห่งนี้ โดยก่อนเกิดเหตุ McCroskey พร้อมด้วยแฟนสาว เพื่อน และพ่อ-แม่ของเธอต่างก็ไปยังเมืองเซาธ์เกตในรัฐมิชิแกนเพื่อชมการแสดงคอนเสิร์ตที่มีวงอย่าง Bloodshot และ Dismembered Fetus ขึ้นแสดง

ทาง Fetus Serial Killin Records ซึ่งเป็นค่ายเพลง horrorcore ได้โพสต์ข้อความหลังจากทราบเรื่องการฆาตกรรมว่าพวกเขารวมถึงนักดนตรีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับเหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนี้

1. Drowning Pool กับเหตุฆาตกรรมในทูซอน

ปี 2011 สมาชิกรัฐสภาหญิง Gabrielle Giffords ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงในเมืองทูซอน มีผู้เสียชีวิตจำนวน 6 คนรวมทั้งเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ผู้ก่อเหตุ Jared Loughner โดนรวบทันทีหลังก่อเหตุ จากการสืบสวนทราบว่า Loughner เป็นแฟนตัวยงของวง Drowning Pool แน่นอนว่ามีเพลงฮิตอย่าง “Bodies” เป็นเพลงโปรด สื่อส่วนใหญ่คิดว่าเพลงนี้เป็นแรงจูงใจให้เขาก่อเหตุ

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกประโยค “Let the bodies hit the floor” จากเพลงนี้ถูกโยงเข้ากับเหตุฆาตกรรม ปี 2003 Joshua Cooke วัย 19 ปียิงพ่อแม่ของตัวเองในขณะที่กำลังฟังเพลงนี้อยู่ Drowning Pool ออกมาบอกว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และฆาตกรก็ดันตีความเพลงของเขาไปแบบผิด ๆ อย่าเอาเพลงของพวกเราไปโยงมั่วเหอะ

คิดเห็นยังไงพูดคุยกับเราได้เช่นเคยครับผม :)

ที่มา – Listverse

SHARE:Share on FacebookTweet about this on TwitterPin on PinterestShare on Google+Buffer this pageEmail this to someonePrint this page